måndag 22 januari 2018

ประชาธิปไตยจีนนิยม : คอลัมน์ ใบตองแห้ง


ประชาธิปไตยจีนนิยม : ใบตองแห้ง

ประชาธิปไตยไทยนิยมคืออะไร ฟังลุงตู่อธิบายหลายรอบก็ยังงง จับความได้ว่าต้องการให้คนไทยมีอุดมการณ์เป็นหนึ่งเดียว เพื่อชาติบ้านเมือง รัฐบาลจะขับเคลื่อนจากบนลงล่าง ผ่านแกน X แกน Y กลไกประชารัฐ ร่วมกันแก้ปัญหาทุกอย่าง ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่รัฐบาลไหนมาก็ต้องทำตาม แล้วคนไทยจะหายจน ประเทศจะก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง
ในเฉพาะหน้า ที่จะเห็นเป็นรูปธรรม คือจะมีทีมขับเคลื่อนไทยยั่งยืน 7,463 ทีม (ก๊อบปี้มาจากจีน) ลงพื้นที่ในปีเลือกตั้ง ขณะที่กองทัพ ส่วนราชการ ก็จะลงพื้นที่ทำความเข้าใจ “ไทยนิยม” ก่อนเลือกตั้งเช่นกัน
อ๊ะอ๊ะ อย่าเพิ่งใช้จิตใจต่ำช้า มองว่าใช้กลไกรัฐปูทางเป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง ประชาธิปไตยไทยนิยมมีอุดมการณ์สูงส่งกว่านั้น คือต้องการสถาปนา “รัฐไทยนิยม” อันยิ่งใหญ่ ยึดกุมประเทศไปอีกไม่น้อยกว่า 20 ปี แม้มีเลือกตั้ง แต่นักการเมืองก็เป็นแค่ตัวประกอบเท่านั้น
นี่ไม่ใช่ระบอบที่จะมีนายกฯ คนนอกมาค้ำไว้ชั่วคราว แบบยุคป๋า แล้วปล่อยให้กลับไปเป็นประชาธิปไตยแบบเดิมๆ ให้พรรคการเมืองแข่งขันกันเป็นรัฐบาล ปัดโธ่ ก็เห็นแล้วว่าสร้างความแตกแยก วุ่นวายขนาดไหน ลบความจำช่วงปี 2531-2557 ทิ้งไป คนไทยจะไม่ได้เห็นประชาธิปไตยแบบที่เคยเห็นอีกแล้ว ไม่เห็นการต่อสู้ทางการเมือง การแข่งขันการโค่นล้มกันในระบอบรัฐสภา ไม่เห็นการเคลื่อนไหวมวลชน รวมทั้ง ไม่เห็นรัฐประหาร

อ้าว ก็อำนาจรัฐประหารแปลงร่างมากุมอำนาจยั่งยืน จำเป็นต้องรัฐประหารอีกทำไม
ระบอบที่เผด็จการก็ไม่เชิง ประชาธิปไตยก็ไม่ใช่ พูดให้เข้าใจง่ายต้องเทียบ “ประชาธิปไตยอัตลักษณ์จีน” ที่สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ชื่นชม คนชั้นกลางไทยปลื้ม ว่าฆ่านักศึกษาตายเป็นเบือที่เทียนอันเหมิน ยังสามารถทำให้ประเทศเจริญ คนจีนมีเงินมาเที่ยวกินกุ้ง
ประชาธิปไตยจีน หรือประชาธิปไตยรวมศูนย์ คือการปกครองจากบนลงล่าง โดยพรรคคอมมิวนิสต์อันเข้มแข็ง ใหญ่โต มีศูนย์กลางคือโปลิตบูโร กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ เป็นเอกภาพ แม้เป็นระบอบปกครองโดยอภิชน แต่พรรคคอมมิวนิสต์คุยว่าได้คัดคนที่เสียสละ มีอุดมการณ์ เข้าไปเป็นสมาชิกพรรค แล้วคัดคนดีคนเก่งเป็นผู้นำ
 
พูดอย่างนี้ไม่ใช่สมคิดลุงตู่เป็นคอมมิวนิสต์ แต่เทียบได้ว่า ประชาธิปไตยไทยนิยมก็มีความฝัน อยากสถาปนาอำนาจอันเข้มแข็งคล้ายพรรคคอมมิวนิสต์ แต่เปลี่ยนมาเป็นอุดมการณ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นรัฐไทยนิยมที่มีกองทัพและรัฐราชการเป็นแกนกลาง ร่วมกับภาคธุรกิจ ประชาสังคม ตามแนวทางประชารัฐ พัฒนาประเทศให้เจริญทุกด้าน โดยประชาชนมีหน้าที่ให้ความร่วมมือ แบบบนลงล่าง อย่าเห็นต่างสร้างความแตกแยก แล้วรัฐจะแจก เอ๊ย จัดให้ทุกอย่าง
เพียงต่างจากจีนคือต้องมีเลือกตั้ง เพราะลุงตู่ต้องยึดหลักประชาธิปไตยพื้นฐานตามกติกาโลก กระนั้น รัฐธรรมนูญ 2560 ก็จำกัดอำนาจจากเลือกตั้งไว้แล้วทั้งบทเฉพาะกาลและบทถาวร
ไม่สังเกตหรือว่ารัฐธรรมนูญปู่มีชัยเน้นให้ประชาชนตระหนักในหน้าที่ ก่อนมีสิทธิเสรีภาพ และชูปฏิรูปเป็นจุดขาย ก็จะสร้างรัฐที่ดีมีธรรมาภิบาลให้แล้วไง ประชาชนไม่จำเป็นต้องมีอำนาจ
มิพักต้องพูดถึงว่า จีนเศรษฐกิจดีเพราะมีเงื่อนไขหลายอย่าง ไม่ใช่เพราะ “ไม่เป็นประชาธิปไตยจึงเจริญ” อย่างที่พวกงี่เง่าเหมากัน (อาจตรงข้ามด้วยซ้ำ เช่นเมื่อพัฒนาทุนนิยมโดยรัฐ ก็เกิดคอร์รัปชั่นบานเบอะ เกิดความเหลื่อมล้ำราวฟ้ากับบาดาล) คำถามในทางปฏิบัติคือ รัฐราชการไทยเข้มแข็งมีประสิทธิภาพอย่างพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือ อภิชนไทยมีเอกภาพมีอุดมการณ์อย่างพรรคคอมมิวนิสต์จีนไหม คิดได้อย่างไรว่า จะก๊อบจีนมาใช้ได้สำเร็จ
ที่สำคัญกว่านั้น คนไทยยอมรับระบอบนี้ได้ไหม แม้ 16 ล้านเสียงเผลอตัวยอมรับไปแล้วตอนลงประชามติ แม้พวกที่เป่านกหวีดอาจดีใจเพราะไม่ต้องการประชาธิปไตย แต่นี่ไม่ใช่ระบอบที่จำกัดอำนาจแค่พรรคการเมือง หรือจำกัดเสรีภาพแค่พวกนักเคลื่อนไหวเย้วๆ แต่ประชาชนทุกคนจะกลายเป็นเหมือนลูกที่ดีของรัฐราชการ มีหน้าที่ร่วมมือเชื่อฟัง แบบ “บนลงล่าง” ไม่ใช่ “ล่างขึ้นบน”
“ประชาธิปไตยไทยนิยม” มีหัวใจอยู่ที่ความเป็นไทย ซึ่งปลูกฝังให้เชื่อตัวบุคคล เชื่ออภิชน คนดี ผู้หลักผู้ใหญ่ โดย ไม่ต้องตรวจสอบ โดยไม่ต้องยึดกติกาใดๆ นี่คือความเป็นไทยที่ไม่เหมือนใคร ไม่ตามก้นฝรั่ง ไม่เหมือนจีนด้วยซ้ำ

ที่ขายฝันกันวันนี้ก็อยู่ที่ตัวบุคคล ขายความเชื่อมั่นความนิยมลุงตู่ ซึ่งถ้าพลาดพลั้งล้มเหลวหรือเกิดวิกฤตศรัทธาก็ไม่เหลืออะไร เหลือแต่ความกลัวอำนาจปืนอำนาจกฎหมายที่บังคับไว้เท่านั้น
 

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar