torsdag 1 oktober 2015

Somsak Jeamteerasakul ดูเขาถกกันประเด็น 'สนธิญานฟันธง' ประธาน G77 โลกไม่รังเกียจรัฐประหาร


ThaiE - News
ดูเขาถกกันประเด็น 'สนธิญานฟันธง' ประธาน G77 โลกไม่รังเกียจรัฐประหาร
(๓)

ตำแหน่งประธาน G77 and China ที่ไทยเพิ่งเป็น ไม่ใช่ "ผลงาน" ตั้งแต่สมัยยิ่งลักษณ์หรอกครับ

ตอนที่มีข่าวว่าประเทศไทยได้รับเลือกเป็นประธานกลุ่ม G77 and China ระหว่างที่ประยุทธ์เยือนยูเอ็น ผมก็เฉยๆนะ ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ก็เข้าใจว่ามิตรสหายหลายคนที่ต่อต้านรัฐประหารอาจจะรู้สึกไม่สบายใจและรู้สึกว่าต้องหาทางตอบโต้ (ส่วนหนึ่งก็เพราะอีกฝ่ายเอามาเชียร์ด้วย) ก็เลยมีการไป "ขุด" เอกสารของกลุ่ม คำปราศรัยรับตำแหน่งประธานของทูตไทย ตั้งแต่ปี 2014 (ภาพประกอบแรกสุด - ดูเหมือนจะเริ่มจากพี่ Jaran Ditapichai ก่อน แล้วคุณ Doungchampa Spencer-Isenberg ก็นำไปพูดต่อ) เสร็จแล้ว Prachatai ก็ไปรายงาน น่าเสียดายที่ทั้งมิตรสหายเหล่านั้นและ "ประชาไท" ไม่ได้อ่านให้ละเอียด

(๑)
ผมสะดุดใจมากกับคำปราศรัยรับตำแหน่งในปี 2014 ดังกล่าว เพราะจะเห็นว่าทูตไทยพูดไว้ชัดว่า "รับตำแหน่งต่อจากประเทศบราซิลสำหรับปี 2014" คือจะบอกว่าเป็นการพูดล่วงหน้าถึง 2 ปี พูดสำหรับปี 2016 ผมก็รู้สึกชอบกลแล้ว แต่ที่สำคัญ ถ้าเราดูหน้าเว็บของกลุ่มเอง ที่มีรายชื่อประธานในปีต่างๆ มาจนถึงปี 2015 นี้ (ภาพประกอบที่ 2) ในปี 2013 ประธานกลุ่มคือฟิจิ ปี 2014 ประธานกลุ่มคือ โบลิเวีย และปี 2015 ประธานกลุ่มคือ อัฟริกาใต้ - ไม่มีบราซิลอยู่ในปีพวกนี้เลย ทำไมทูตไทยจึงบอกว่าไทยรับตำแหน่งต่อจากบราซิล?

(๒)
ผมก็เลยไปเสียเวลาอ่านเว็บไซต์ของกลุ่มโดยละเอียด ก็ถึง "บางอ้อ" ว่า ความจริง ทูตไทยที่พูด "รับตำแหน่งประธาน" น่ะ เป็นการรับสำหรับปี 2014 จริงๆ แต่เป็นการรับสำหรับ "Chapter" หนึ่งของกลุ่ม คือ Nairobi Chapter (ตัวเอกสารจริงๆก็มาจากหน้า Nairobi Chapter ของกลุ่ม http://www.g77.org/nairobi/index.html )

ความเป็นจริงคือ กลุ่มมีการแบ่งเป็น Chapters ต่างๆ (ไม่รู้จะแปลว่าอะไร "ระดับภูมิภาค" ก็ไม่เชิง "สาขา" ก็ไม่เชิง) ซึ่งมี 5 Chapters ไนโรบี, เจนีวา, ปารีส, โรม, เวียนนา (ดูคำอธิบายเรื่องโครงสร้างกลุ่มที่นี่ http://www.g77.org/doc/index.html ภาพประกอบที่ 4) ซึ่งแต่ละ Chapters ก็มีประธาน เช่นในปีที่ไทยรับตำแหน่งประธาน Nairobi Chapter ต่อจากบราซิลในปี 2014 นั้น ที่ Geneva Chapter ก็มีประเทศแชด รับตำแหน่งประธาน (ภาพประกอบ 5 หรือดูคำปราศรัยของทูตแชด เป็นภาษาฝรั่งเศส ที่นี่ http://www.g77.org/…/Handover%20Statement%20by%20Chad%20inc… )
หรือที่ Vienna Chapter ก็มีประเทศฟิลิปปินส์ รับตำแหน่งประธานของ Vienna Chapter สำหรับครึ่งหลังปี 2014 (ดูคำปราศรัยทูตฟิลิปปินส์ทีนี่
http://www.g77.org/…/Remarks%20G77_Chair_Assumption_July201… )
(๔)


(๕)
ถ้างั้น ที่ประเทศไทย (ภายใต้ประยุทธ์) รับตำแหน่ง "ประธาน G77 and China" ในปีหน้านี้ คือรับตำแหน่งประธานอะไร? ผมคิดว่าน่าจะหมายถึงการรับตำแหน่งประธานของกลุ่มโดยรวมนั่นแหละ และเป็นการรับต่อจากอัฟริกาใต้ซึ่งเป็นอยู่ในปีนี้ โดยที่กลุ่มมีอ๊อฟฟิสกลางที่นิวยอร์ค ขอให้สังเกตว่า หน้ารายชื่อประเทศประธานกลุ่ม (ภาพประกอบที่ 2) ตรงหัวเลย มีเขียนคำว่า in New York อยู่ ผมพยายามอ่านคำอธิบายเรื่องโครงสร้างจากเว็บไซต์กลุ่ม ก็ไม่มีพูดชัด แต่คิดว่าคงไม่ผิด ถ้าจะถือเอาการเลือกประธานที่นิวยอร์ค ระหว่างการประชุมยูเอ็นเป็นการเลือก "ประธานกลุ่ม" ทั้งหมด คือเป็นตำแหน่งสูงสุดของกลุ่มจริง (ถ้าเข้าไปดูเว็บไซต์ทั้งหมด จะเห็นว่าไม่มีการทำลิสต์รายชื่อประธานของแต่ละ Chapters มีแต่รายชื่อประธานกลุ่มในนิวยอร์คนี้)

สรุปแล้ว ที่ประเทศไทยเพิ่งได้รับเลือกเป็น "ประธานกลุ่ม G77 and China" เป็นการเพิ่งมาเลือกปีนี้จริงๆ ไม่ใช่ "ผลงาน" หรือการเลือกกันมาตั้งแต่สมัยยิ่งลักษณ์แต่อย่างใด ที่ยกกันมาว่าเลือกตั้งแต่ปี 2014 น่ะ ไม่ใช่ เป็นเพียงประธาน "Nairobi Chapter" ของกลุ่ม


คลิกดูทั้งหมด-ดูเขาถกกันประเด็น 'สนธิญานฟันธง' ประธาน G77 โลกไม่รังเกียจรัฐประหาร





-สมศักดิ์ เจียม หวังดี ติงไทยอีนิวส์ ไม่ควร "เล่น" เรื่อง "อ่านโพย-พูดไทย-พูดเร็ว"
คลิกอ่าน-สมศักดิ์ เจียม หวังดี ติงไทยอีนิวส์ ไม่ควร "เล่น" เรื่อง "อ่านโพย-พูดไทย-พูดเร็ว"

ไม่ใช่ขี้ไก่นะ ‘เน็ตติเซ็น’ ไทย ขบวนการ ‘เอฟไฟ้ฟ์’ ถล่มเว็บหน่วยงานรัฐตะหานไปเจ็ดแปดแห่ง

ThaiE - News
ไม่ใช่ขี้ไก่นะ ‘เน็ตติเซ็น’ ไทย ขบวนการ ‘เอฟไฟ้ฟ์’ ถล่มเว็บหน่วยงานรัฐตะหานไปเจ็ดแปดแห่ง



ไม่ใช่ขี้ไก่นะ ‘เน็ตติเซ็น’ ไทย ขบวนการ ‘เอฟไฟ้ฟ์’ ถล่มเว็บหน่วยงานรัฐตะหานไปเจ็ดแปดแห่ง

แม้นว่าทั่นรองฯ จั่นตอง จะออกมากลืนน้ำลายให้ฟังว่า “นี่เป็นเพียงข้อเสนอแนะ ยังไม่ได้มีการตัดสินใจแน่นอน”




(ถ้อยความถอดจากข่าว http://www.bangkokpost.com/…/single-gateway-protest-halts-g…)




แถมกระทรวงไอซีทีขนพนักงานตั้งแต่ รมว. ยัน ผอ. เรียงหน้ากันออกมาชี้แจง

พอจับความตามทวี้ต @kapookdotcom ดังนี้
‪#‎singlegateway‬

“มองเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ อยากให้เข้าใจ เห็นใจกับคนที่ต้องการเข้ามาใช้บริการของภาครัฐ ที่ได้ผลกระทบไปด้วย” อันนี้มีคนช่วยตอบ

“Teeranun Chiangta จากเหตุการณ์เมื่อคืนเวปภาครัฐล่ม 8 เวป ดูท่าแล้วประชาธิปไตยอาจจะได้มาเพราะเด็กติดเกมส์นี่แหละ 55 คำเตือน..อย่ากวนตีนเด็กติดเกมส์” ตามนั้นละเรา

ส่วนที่ทั่น “ยืนยัน จะไม่มีการริดรอนสิทธิ์เสรีภาพคนไทย ไม่มีนโยบายแทรกแทรงอินเตอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย”

นี่ขอคิดดูก่อนนะ ว่าจะ ‘ไว้เนื้อ’ ได้แค่ไหน เพราะไอ้ที่ผ่านมาปีกว่า นั่นหาอะไร ‘เชื่อใจ’ ยังไม่ได้เลย

แล้วที่ “รมว. ICT ยืนยันภารกิจหลักขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล สอดรับกับเศรษฐกิจดิจิตอล เพื่อให้สามารถก้าวทันประเทศอื่น”


คลิกดูทั้งหมด-ไม่ใช่ขี้ไก่นะ ‘เน็ตติเซ็น’ ไทย ขบวนการ ‘เอฟไฟ้ฟ์’ ถล่มเว็บหน่วยงานรัฐตะหานไปเจ็ดแปดแห่ง








เศรษฐกิจไทยไม่นิ่ง ...

มติชนออนไลน์
เศรษฐกิจไทยไม่นิ่ง
โดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร














ไม่ว่าจะไปในวงสนทนาที่ไหนก็ดี ในวงเหล้าก็ดี หรือในการประชุมกรรมการบริษัทก็ดี หรือในงานเสวนาวิชาการที่ต่างๆ คำถามที่เจอบ่อยที่สุดก็คือ เมื่อไหร่เศรษฐกิจจะฟื้นตัว หรือเศรษฐกิจลงถึงจุดต่ำสุดหรือยัง เพราะตัวเลขของทางการล่าสุดก็บอกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของบ้านเราคงจะอยู่ที่ 2.7 เปอร์เซ็นต์ ยังเหลืออยู่อีกเพียง 1 ไตรมาส ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังไม่หยุดนิ่ง ยิ่งทบทวนตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจทีไร ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็ยิ่งต่ำลงทุกที

ที่เป็นอย่างนี้ก็เป็นของธรรมดาของการพยากรณ์ภาวะเศรษฐกิจขาลง เรามักจะคาดการณ์ดีกว่าความเป็นจริงเสมอ ตรงกันข้ามกับตอนที่เป็นช่วงเวลาเศรษฐกิจขาขึ้น การคาดการณ์ทุกๆ ไตรมาสก็มักจะต่ำกว่าความเป็นจริงเสมอ และก็เป็นเช่นนี้เกือบทุกประเทศ เป็นของธรรมดา เราจึงไม่ควรจะให้น้ำหนักของตัวเลขจนเกินไป

เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยซึ่งเกี่ยวข้องไปด้วยกันเสมอมา อาจจะช้าเร็วกว่ากันบ้างก็ไม่เกิน 6 เดือน เพราะเศรษฐกิจไทยนั้นเป็นเศรษฐกิจที่เล็กและเปิด เป็นผู้รับราคาตลาดโลกสำหรับสินค้าเกือบทุกชนิด เพราะเชื่อมโยงกับการส่งออกและการนำเข้าอย่างใกล้ชิด

พูดถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ยางพารา ข้าวโพด มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม อ้อยและน้ำตาล รวมทั้งสินค้าอุตสาหกรรม เช่น อาหารกระป๋อง อาหารทะเล เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เช่น มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ต่างๆ ถ้ามองทะลุไปถึงปีหน้าและปีต่อไป ก็ยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะฟื้นตัวขึ้นอย่างไร ในเมื่อเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา จีน ยุโรปตะวันตกและยุโรปตะวันออก ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์นั้นไม่ต้องพูดถึง อาเซียนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ก็มีแต่ข่าวไม่ดี

อย่าเพิ่งถามเลยว่าเศรษฐกิจของเราจะฟื้นเมื่อใด เอาเป็นว่าเศรษฐกิจของเราในปีหน้าอัตราการขยายตัวจะลดต่ำกว่าปีนี้หรือไม่เท่านั้น เพราะมูลค่าการส่งออกก็ดี รายจ่ายของนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยก็ดี จะยังสามารถรักษามูลค่าเท่ากับของปีนี้ได้หรือไม่ ไม่ต้องพูดถึงการลงทุน เพราะอัตราการใช้เครื่องมือเครื่องจักรก็ยังอยู่ในอัตราร้อยละ 50-60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ยังไม่เห็นสัญญาณว่าปีหน้าจะมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่สูงกว่าปีนี้ได้อย่างไร

ถ้าลากเส้นเป็นกราฟเราก็จะเห็นภาพตัว L (ตัวแอล) ที่เป็นเส้นขนานกับพื้นยาวไปข้างหน้าอย่างน้อยก็ 3-5 ปี แต่ในขณะที่เส้นกราฟขนานกับพื้นนั้น บางช่วงบางไตรมาส ในรอบปีก็อาจจะเห็นการผลิตดีขึ้นชั่วคราว ไตรมาสต่อมาก็จะฟุบตัวลงอีก นักเศรษฐศาสตร์เรียกอาการเช่นนี้ว่า "cyclical rebound" เหมือนกับดัชนีตลาดหุ้นขาลงที่จะลงขึ้นลงขึ้นเป็นรูปฟันปลา บางช่วงบางขณะก็จะมีอาการที่นิยมเรียกกันว่า "technical rebound" ขณะที่มีอาการก็คือบางไตรมาสที่การผลิตเพิ่มขึ้น สินค้าคงคลังลดลง ก็จะพากันดีใจ แต่ไตรมาสต่อมาสถานการณ์ก็จะกลับไปเหมือนเดิมอีก

ในสถานการณ์เช่นนี้ รายได้ของผู้คนชั้นล่างซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศก็จะลดลง เพราะสินค้าที่ตนผลิตราคาลดลง ในขณะที่สินค้าภาคอุตสาหกรรมขายได้น้อยลง การผลิตก็ลดลง เกิดภาวะหดหู่ ไม่แจ่มใส การค้าปลีกค้าส่ง กิจการรายย่อย ร้านค้า ร้านอาหาร หรือแม้แต่การค้าการเปิดตลาดก็จะซบเซา ไม่สดใสเหมือนตอนที่เศรษฐกิจเป็นขาขึ้น หรือตอนเศรษฐกิจดี

สำหรับคนชั้นกลางนอกจากจะได้รับผลกระทบจากเงินเดือนค่าจ้างไม่ขึ้น โบนัสไม่มีหรือมีน้อยลง สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือการขาดทุนจากการที่ดัชนีราคาหุ้นตกลง นักพยากรณ์ดัชนีหุ้นก็มักขีดเส้นเป็นเส้นตรงที่หักปักลง และพยากรณ์ว่าสิ้นปีดัชนีราคาหุ้นจะเป็นเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งส่วนมากจะพยากรณ์ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน

ดัชนีราคาหุ้นบัดนี้มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อคนชั้นกลางและคนชั้นสูง เมื่อราคาหุ้นสูงขึ้นผู้ที่ถือทรัพย์สินเป็นหุ้นหรือพันธบัตรก็จะรู้สึกว่าตัวร่ำรวยขึ้น เพราะทรัพย์สินมีมูลค่าสูงขึ้น บางคนก็มีเงินมากขึ้นจริงๆ จากการซื้อขายหุ้นในตลาด ดัชนีราคาหุ้นจึงเป็นเครื่องวัดบรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยส่วนรวมได้เป็นอย่างดี ว่าสดใสหรือไม่สดใส

การที่นักท่องเที่ยวจีนมาเมืองไทยจำนวนมาก ก็เพราะราคาหุ้นที่ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และฮ่องกงมีราคาสูงขึ้น ที่เมืองจีนมีบัญชีซื้อขายหุ้นถึง 200 ล้านบัญชี ถ้าราคาหุ้นสูงขึ้นก็จะมีผลต่อคนจำนวนหลายร้อยล้านคน การใช้จ่ายของคนเล่นหุ้นก็มากขึ้น การเดินทางออกไปท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินที่กำไรจากราคาหุ้นยังต่างประเทศ รวมทั้งประเทศไทยก็มากขึ้น

ตรงกันข้ามถ้าตลาดหุ้นซบเซา ดัชนีราคาหุ้นตก คนซื้อขายหุ้นขาดทุน หรือมีความรู้สึกว่าตนจนลงเพราะราคาทรัพย์สินลดลง การจับจ่ายใช้สอยของคนในเมืองก็จะลดลง การเดินทางไปจับจ่ายใช้สอยท่องเที่ยว ไปต่างประเทศก็จะน้อยลง

ปีนี้ดัชนีราคาหุ้นในเซี่ยงไฮ้และฮ่องกงเริ่มลดลงตามดัชนีดาวน์โจน และดัชนีราคาหุ้นในยุโรป ปีหน้าดัชนีราคาหุ้นของจีนจะได้รับผลทางจิตวิทยาโดยตรง น่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงคาดการณ์ได้ว่านักท่องเที่ยวจีนปีหน้าปี 2559 น่าจะลดลงจากปีนี้ หรือไม่ก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง

การที่ราคาพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว แทนที่จะเป็นผลดีอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทย เพราะทำให้รายจ่ายจากการนำเข้าน้ำมันลดลง ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนที่ใช้น้ำมันขับเคลื่อนพาหนะก็ลดลง แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อราคาน้ำมันลดลง ราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับพลังงานก็มีราคาลดลง และเนื่องจากผลผลิตที่เกี่ยวข้องกับพลังงานนั้นมีสัดส่วนที่สูงในระบบเศรษฐกิจ และมีมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่มีสัดส่วนที่สูง จึงพลอยทำให้ผลผลิตประชาชาติและราคาหุ้นของผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องกับพลังงานมีราคาต่ำลง ดึงให้การบริโภคการลงทุนมีมูลค่าต่ำลง กลายเป็นตัวที่ดึงให้เศรษฐกิจที่เคยรุ่งเรืองกลายเป็นเศรษฐกิจขาลงไป ทุกวันนี้ถ้ามีข่าวว่าราคาน้ำมันดิบแพงขึ้นกลับกลายเป็นข่าวดีไปสำหรับคนในเมือง และบางทีสำหรับเกษตรชาวสวนยางและชาวไร่อ้อยสวนปาล์ม มันสำปะหลัง อาจจะรวมถึงข้าวและข้าวโพดด้วย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แปลก กลับตาลปัตรกับเมื่อก่อนที่ข่าวราคาน้ำมันดิบขึ้นราคาเป็นข่าวไม่ดี

แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยอดหนี้สาธารณะยังอยู่ในระดับต่ำ กล่าวคือระดับประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชน ต่ำกว่าเกณฑ์ที่เคยตั้งไว้ว่ายอดหนี้สาธารณะจะไม่ให้เกินร้อยละ 60 ของจีดีพี ทุนสำรองระหว่างประเทศก็ยังอยู่ในระดับสูง มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าการนำเข้าสินค้าและบริการ ประมาณ 6 เดือนหรือประมาณ 180,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในด้านการเงินประเทศไทยยังมีความมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง สามารถลงทุนในโครงการต่างๆ ได้อีกมากโดยไม่กระทบกระเทือนต่อเสถียรภาพทางด้านการเงิน

การขาดดุลงบประมาณเกินกว่าเป้าหมาย เพราะรายได้จากการจัดเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าหมาย ก็เป็นของธรรมดาในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา เป็นปกติของเศรษฐกิจขาลง รัฐบาลก็ควรจะทำงบประมาณขาดดุลมากขึ้นและชดเชยการขาดดุลโดยการออกพันธบัตรกู้จากสาธารณชน 

รัฐบาลไม่ควรชดเชยการขาดดุลงบประมาณในระยะนี้โดยการขายหุ้นรัฐวิสาหกิจ เช่น หุ้น ปตท. การบินไทย ธนาคารทหารไทย และอื่นๆ เพราะระยะนี้เป็นช่วงเศรษฐกิจซบเซา ราคาหุ้นของกิจการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ราคาจะอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ควรเก็บไว้ขายในช่วงเศรษฐกิจดี ราคาพลังงานสูงกว่านี้ ราคาหุ้นสูงกว่านี้ ระยะนี้ควรออกพันธบัตรกู้ประชาชนไปก่อน ประชาชนจะได้มีรายได้จากดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลด้วย

พวกเราคงเหนื่อยไปอีกหลายปี

ข่าว Prachatai

คลิกดูเพิ่ม-Prachatai
-ชาวสวนยาง 16 จังหวัดใต้ ร้องประยุทธ์ชดเชยส่วนต่างกก.60 บ. ตั้งกก.สอบผู้ทรงคุณวุฒิ





คลิกอ่าน-ชาวสวนยาง 16 จังหวัดใต้ ร้องประยุทธ์ชดเชยส่วนต่างกก.60 บ. ตั้งกก.ผู้ทรงคุณวุฒิ
สมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ ประกาศเขตภัยพิบัติราคายางตกต่ำเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และสะท้อนความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางที่มีผลผลิตราคาตกต่ำมาเป็นเวลานานกว่า 2 ปีแล้ว




1 ต.ค. 2558 จากเหตุการณ์เมื่อช่วงค่ำวานนี้(30 ก.ย.58)ที่ผ่าน เว็บไซต์หน่วยงานราชการหลายแห่งล่มในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยเริ่มจากเว็บไซต์กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)







ข่าว prachachat

คลิกดูเพิ่ม-prachachat

ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2558 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 36.33/35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (30/09) ที่ระดับ 36.29/31 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ…


โฆษก ตร. เผยนายอ๊อด ไม่ใช่ตัวสำคัญ เป็นเพียงผู้ร่วมขบวนการ ยังไม่ชัดหลักฐานยืนยันว่าเป็นการ์ด นปช. แต่มีหลักฐานเป็นภาพถ่าย เตรียมออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่ม





HOT HOT HOT ความจริง "ซิงเกิ้ลเกตเวย์" ถูกสั่งให้ทำโดยเร็ว ตามโคลงการปิดประเทศของหัวหน้าเผด็จการ ไม่ใช่แค่ศึกษา...เหล่านักรบไซเบอร์อย่าสับสน...ใช้ความรู้ความสามารถเดินหน้าปลดปล่อยเปิดประเทศให้หลุดพ้นจากอำนาจของระบอบอำมาตย์เผด็จการทรราช ไดโนเสาร์โบราณ.....

matichononline
มติชนออนไลน์
-โต้ไอซีที! "สมศักดิ์ เจียม" ยันด้วยหลักฐาน ชี้ "ซิงเกิ้ลเกตเวย์"ถูกสั่งให้ทำโดยเร็ว ไม่ใช่แค่ศึกษา


-“อุตตม” รัฐมนตรีไอซีที ยังไม่มีนิยามของ “ซิงเกิล เกตเวย์” (ชมคลิป )

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1443690985

-อีกหนึ่งความเห็นทางการแพทย์ "ต้านซิงเกิล เกตเวย์" ส่งผลแล็บช้า ผู้ป่วยตายก่อน!!


ข่าวลับกรองแล้ว 1 ตุลาคม 2558

ข่าวลับกรองแล้ว 1 ตุลาคม 2558 
"1ตุลา:ศักราชใหม่อำนาจระบบราชการ"

สืบความลับจับมาตีแผ่เผยแพร่เป็นประจำในขบวนการประชาธิปไตยไทยในสแกนดิเนียเวียโดยกลุ่มเสียงประชาชนไทย(สปท.)  http://thaiscandemo.blogspot.com/
 
*วันนี้เริ่มอำนาจใหม่ปลัดกระทรวง,อธิบดีที่ได้รับแต่งตั้งจากอำนาจคสช.เต็มๆแต่อำนาจประธานคสช.ผู้แต่งตั้งกลับทดถอยลง...แปลกแปลก
*ตำแหน่งผบ.ทบ.มีฐานะทางกฎหมายแค่อธิบดีแต่ฐานะทางอำนาจที่เป็นจริงคือประธานใหญ่ระบอบราชการมีอำนาจเหนือกว่าปลัดกระทรวงทุกกระทรวงรวมกันโดยเฉพาะเมื่อกษัตริย์สั่งให้ปล้นอำนาจประชาชน
 
*คลื่นลมการเปลี่ยนตำแหน่งผบ.ทบ.ในระบอบเผด็จการไทยวันนี้แรงลึกกว่าการเปลี่ยนอำนาจนายกฯและยิ่งใกล้เปลี่ยนรัชกาล การเปลี่ยนผู้นำทหารก็มีความสำคัญเป็นระดับน้องรองจากเปลี่ยนกษัตริย์ จึงจำเป็นต้องมีเสียงระเบิดประกอบและกลิ่นคาวเลือดละเลงบาทพระพรหมราชประสงค์...ก็เพราะราชาประสงค์ชื่อก็บอกแล้ว
*ระเบิดพระพรหมราชประสงค์เริ่มต้นก็ทักษิณ แต่หลักฐานมัดแน่นที่ 'อุยกูร์' แต่เมื่อจับตัวคนทำไม่ได้และไอ้ที่จับมาก็ทำท่าจะหลุดจึงวกกลับมาหาเสื้อแดง 'อ๊อดกูร์' แทน แต่คนที่รับประโยชน์ไปเต็มๆคือ 'ตือโป๊ยก่าย' ประวิทกูเอง

*วันนี้ 1ตุลาคือวันประยุทธ์ขาลอยสมบูรณ์แบบ เพราะฐานประชาชนก็ไม่มี อาศัยโหนแต่เจ้า แต่ก็ไม่รู้จักเจ้าจริงโดยเฉพาะวันนี้เจ้าก็เหมือนร้านขายข้าวมันไก่มีทั้ง 'เจ้าเก่าและเจ้าใหม่' และทั้ง 2 เจ้าก็ไม่ชอบให้ทหารแข็งจนเกินไปเพราะรู้ดีว่าถ้าทหารกล้ามใหญ่เมื่อไรมันชอบเบ่งกินข้าวมันไก่ฟรีและมันจะแข็งแรงกว่าทักษิณที่เจ้าเหม็นขี้หน้าเสียอีก...ด้วยเหตุนี้ประยุทธ์ที่แบกน้องปรีชาเดินหน้าไม่เหลียวหลังจึงหกล้มขาแพลงจากเสียงระเบิด, แต่พอลุกขึ้นเหลียวหลังมองพลเอกธีรชัยก็สายไปเสียแล้ว
 
*วันนี้เริ่มศักราชใหม่แห่งระบอบราชการจึงเป็นวันขาลอยของประธาน คสช. เพราะพลเอก ธีรชัยไม่มีใจให้ประธาน คสช. แม้แต่น้อย...สปท.ขอแสดงความยินดีกับวันประยุทธ์ขาลอยแต่ยังเป็นนายกได้ต่อไปเพราะอะไรโปรดตามมา
*วันนี้ตำแหน่งนายกฯเล็กไปเสียแล้วสำหรับ ประวิท วงษ์สุวรรณ เพราะมองข้ามช๊อตไปถึงตำแหน่งที่คุมนายกฯในกำมือคือประธานองคมนตรี รัชกาลที่10 ที่ชื่อ "คิงวชิราลงกรณ์"
*ประวิทได้สอบผ่านและเห็นลู่ทางอำนาจใหม่ที่เปรมได้วางแนวทางไว้มานานกว่า 30 ปีแล้วว่าชีวิตสุขสบายกินได้ตามใจชอบและไม่ต้องแจ้งทรัพย์สิน,ใครจะด่าก็ง่ายที่จะยัดข้อหา112ให้, ศาล, ทหาร, ตำรวจอยู่ในโอวาทหมด
 
*ว่าที่รัชกาลที่ 10 ก็ดูท่าจะพอใจที่จะมีประธานองคมนตรีที่ชื่อ ประวิท วงษ์สุวรรณ เพราะเข้ากันดี สัญญานขี่จักรยานเพื่อพ่อจึงมีต่อมาในเดือนธันวา, และสัญญานตือโป๊ยก่ายเป็นตายก็ต้องหนุน 'เสี่ยโอ' จึงแรงและเด่นชัดขึ้น
*วันนี้ ประวิท เริ่มทำหน้าที่ประธานองคมนตรีโดยพฤตินัยแล้วโดยเริ่มแหย่ตีนเข้าไปขัดขาน้องตู่ที่แบก ปรีชา จันทร์โอชา จนหกล้มซึ่งก็คือหน้าที่หลักของประธานองคมนตรีแล้วต่อไปก็ต้องแสดงบทคุมกองทัพเบ็ดเสร็จและใครที่เป็นนายกฯ ก็ต้องอยู่ในสายตา
*วันนี้ประวิทผงาดเป็นพี่ใหญ่ทหารเสือราชินีที่ไม่ต้องให้ความสนใจ พลเอก เปรม มากนักเพราะสามารถคุมกองทัพผ่าน ธีรชัย สายตรงและไม่ต้องต่อสายอ้อมไปผ่านน้องตู่เพราะความโง่ของน้องตู่เองที่ขบพระราช (แอบอ้าง) ประสงค์ของการประนีประนอมผลประโยชน์ในวังชั่วคราวไม่ออก
 
*ประยุทธ์จะได้รับบำเหน็จเป็นนายกฯต่อไปภายใต้การควบคุมของ ประวิท พี่ใหญ่ตราบเท่าที่ไม่พยศและเล่นบทตามที่เขียนให้คือหนุน วชิราลงกรณ์ขึ้นรัชกาลที่ 10 โดยห้ามว๊อกแว๊ก
*พลเอก ธีรชัย ก็ไม่ว๊อกแว๊กเพราะนับแต่วันที่ 1 ตุลา ก็ถืออำนาจเต็มเป็นเวลา 1 ปีจึงฝากอนาคตไว้กับพี่ใหญ่ประวิทที่หนุนช่วยมาตั้งแต่ต้นเพื่อจะต่อสายอำนาจในกองทัพและการเมืองต่อไปในฐานะทหารเสือราชินีด้วยกัน
*1 ปี นับแต่นี้อะไรก็เปลี่ยนไปเยอะ...พลเอกเปรมก็นับการหายใจเป็นทีละครึ่งวันส่วนท่านที่นอนอยู่บนสวรรค์ชั้น16 ที่ศิริราชนั้นก็นับการหายใจเป็นชั่วโมงๆ...แล้วอย่างนี้จะไม่ให้คุณพี่ ธีรชัย ยืนนิ่งอยู่กับ "ทหารเสือราชินีศรีตือโป๊ยก่าย" ได้อย่างไร
*ยิ่งใกล้วันเปลี่ยนรัชกาลท่าน ประวิท ยิ่งแน่วแน่เชื่อใจได้เพราะหากแถไปทาง "ศิรินธรเทพถ่าง" ต้องยืนห่างหัวแถวองคมนตรีอย่างน้อยอันดับที่ 5 รองจาก เปรม, สุรยุทธ์, ธานินทร์และพลากร...ม่ายคุ้มค่าแบก
 
*ศิรินธร เทพถ่างไปยืนกร่างรับความเคารพจากลูกศิษย์โรงเรียนนายร้อยสวนสนามด้วยประกาศอำลาชีวิตเกษียนเพราะครบ 60 ปีเหมือนจะส่งสัญญานถึงพี่ชายว่าอายุเกิน 60 ปีแล้วออกจากตำแหน่ง ผู้บัญชาการ 'กองบัญชาการถวายความจงรักษ์ภักดี' ที่มีฐานะเป็นกองทัพอิสระและเป็นนิติบุคคลที่เสมอด้วยกองทัพไทยได้แล้ว
*ข้อสมมุติมโนว่าทหารลูกศิษย์ทั้งหมดจะเป็นกบถต่อพี่ชายและหนุนน้องเทพขึ้นเป็นกษัตริย์รัชกาลที่10 ถึงวันนี้ดูท่าจะยากมากขึ้น
 
*พลเอกเปรมคงนั่งปลงโทษตัวเองเพราะเล่นเพลงยาวเกินไปและสนุกกับอำนาจในวัย 90 ปีที่หาใครเหมือนไม่ได้จึงกลายเป็นสร้างโมเดลอำนาจประธานองคมนตรีด้วยการเป็นฤาษีหน้าท้องพระโรงคุมกองทัพแทนกษัตริย์มานานกว่า 30 ปี จนประวิท เลียนแบบและทำได้ดีเวลานี้ด้วยอายุที่หนุ่มกว่าเปรม 20 กว่าปี จนสุดท้ายสถานการณ์ก็พลิกไปจากความมุ่งหมายสั่งการของภูมิพลที่ยากจะหวนกลับ
*ถึงเวลานี้คนไทยส่วนใหญ่ก็เริ่มตาสว่างรู้แล้วว่าที่บ้านเมืองวุ่นวายมานานเพราะเป็นผลงานจากพี่น้องแย่งชิงราชสมบัติกันโดยการหนุนหลังของเสด็จพ่อที่เป็นอีแอบตัวจริงที่ไม่กล้าเปิดหน้าเพราะกลัวพี่จะฆ่าน้องแต่ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นก็ให้เกิดวันที่ฉันจากโลกนี้ไปแล้วจะได้ไม่อายที่หลอกชาวบ้านมาตลอดชีวิตว่าเป็นครอบครัว แห่งคุณธรรม...ด้วยเหตุนี้ประชาชีจึงต้องระทมทุกข์

*จากไบค์ฟอร์มัม ก็ไปทำไบค์ฟอร์แดดต่อ เพื่อใช้เป็นค้ำถ่อให้ฟ้าชายไปให้ถึงบัลลังก์รัชกาลที่ 10 โดยสะดวกโยธินด้วยการวางฤกษ์ผานาทีของหมอหยองผู้ผูกดวงกำหนดวันศุกร์ที่11ธันวา,ใครไม่รู้ว่าทำไมไม่จัดเสียให้ตรงวันหยุดหรือจัดให้ตรงกับวันเกิดพ่อเสียเลย...โปรดฟังทางนี้
 
*ปั่นเพื่อแม่ก็หลัง 12 สิงหา 4 วัน (คืออาทิตย์ 16 สิงหา) ปั่นเพื่อพ่อก็หลัง 5 ธันวา 6 วัน (คือศุกร์ 11ธันวา) เอา 4+6 = รัชกาลที่ 10 พอดี 555...มีหมอดูเป็นที่ปรึกษาฤกษ์ผานาทีจึงห้ามมองข้าม
*เกมส์ขับเคลื่อนมวลชนปั่นจักรยานงานนี้ถือว่าเหนือชั้นกว่าเทพถ่างที่ชอบทำท่าเต้นระบำร้องเพลงเฟอะฟะหาเสียง
*ไม่ต้องบอกชาวบ้านก็รู้ว่างานนี้ "ปั่นเพื่อกู" เพราะดูแล้วใกล้เวลาที่ ภูมิพล จะลาโรงเต็มที
*เซียนการเมืองไทยสำนักใหนๆก็อ่านว่าจะเป็นเกมยาวนานนับ10 ปี นับจากนี้กว่าจะเปลี่ยนรัชกาล...สปท.ขอประเมินตามเหตุผลทางการเมืองว่าประชาชนคงทนภาวะประเทศทุรนทุรายไปไม่ถึงแน่และนายทหารใหญ่ก็มองเห็นลำไลว่าจะเกิดผลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเป็น ราชวงศ์ บลูบอง ฝรั่งเศสแน่ถ้าดึงเรื่องยาวขนานนั้น...และหากมองปรากฎการณ์จากแถลงการณ์พระราชวังฉบับที่ 16 ก็รู้ว่าอาการไม่ยาวแล้ว
 
*วังสายเปรมชอบเล่นเกมยาวด้วยการปิดข่าวอาการพระประชวรแม้ตายแล้วก็จะดึงให้ยาวไกลเหมือนสังฆราชญานสังวรเพราะต้องรอจังหวะช่วงชิงตามคำสั่งพระราชา 9 แต่วังสายเสี่ยให้เล่นเกมสั้นพอหมดสภาพพลันไม่ทันตายก็ให้จัดการเถลิงถวัลเพราะท่านรอจนเกินเกษียณอายุแล้ว ส่วนหมอก็รู้ว่าอยู่ระหว่างเขาควายอันตรายสุดๆ...ล่าสุดจึงยอมหลุดความจริงของพระอาการว่าออกซิเยนในเลือดลดลงและทรงมีอาการหนักตามฉบับที่16
*แถลงการฉบับที่ 16 ทำเอาหญิงเล็ก จุฬาภรณ์ ทรงร้อนก้นนั่งไม่ติดเดินสายชวนประชาชนสวดมนเป็นการใหญ่พร้อมต่อว่าหมอดูแลไข้ที่ให้ออกแถลงการณ์ซึ่งก็ได้รับยืนยันจากหมอเป็นข่าวลายลักษณ์อักษรว่ารายงานไปในฉบับที่ 16 ถือว่าเขียนให้เบาที่สุดแล้ว...จากการต่อว่าอีก 2 วัน จึงรีบแถลงฉบับที่ 17 ออกมาว่าหายเป็นปกติแล้ว และก็รีบแถลงฉบับที่ 18 ออกมาอย่างเร็วอีกว่าสุขภาพดีแถบจะวิ่งออกกำลังกายได้เลย 555
 
*คำถามง่าย ๆ ควายสลิ่มก็น่าจะตอบได้...ตอนกลับมาศิริราชล่าสุดอย่างฉุกละหุกเมื่อ1มิถุนายนปีนี้หมอใหญ่ศิริราชก็แถลงโกหกเองว่า "เสด็จกลับมาตรวจสุขภาพตามกำหนดปกติ" แล้วถึงวันนี้ 4 เดือนแล้วหายดีทำไมไม่กลับหัวหินละเพค่ะ? หรือว่าการนอนโรงพยาบาลนานๆมันเป็นปกติอย่างหนึ่งเพค่ะ ?

*วันวานที่ผ่านมาเปรมกุมไต๋จะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนตามกฎหมายเพราะมาตรา 20 รัฐธรรมนูญบอกว่าหากกษัตริย์ปฏิบัติหน้าทีไม่ได้และไม่ตั้งผู้ใดไว้ก็ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชกาลแทนพระองค์ไปพลางก่อนด้วยเหตุนี้รัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับปี 2540 ถึงปัจจุบันทั้งฉีกทั้งร่างใหม่มาหลายฉบับแต่หมวดพระมหากษัตริย์ไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่วรรคตอน...แต่วันนี้ฟ้าชายก็แก้เกมเมื่อ เปรม ไม่จัดการตั้งให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนแต่ฉันก็ทำแทนพ่อในฐานะผู้สำเร็จราชกาลแทนโดยธรรมชาติในฐานะลูกและมกุฎราชกุมาร
 
*มีข่าวเรดรอดออกมาว่าจับตาดูให้ดีจะมีคนแก่อายุใกล้100 ถูกรวบตัวเข้าคุกข้อหากบถและพ่วง112 หากหาญกล้าประกาศแสดงตนเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ณ.เวลานี้...คอยดูคอยดู
*แล้วพบกันใหม่นับแต่นี้ภายใต้การบริหารของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามธรรมชาติ

-----------------จบ---------------