ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยข้อมูลผู้เจ็บป่วยที่มีประวัติสัมผัสกัญชา และปรึกษามายังศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ในช่วงเดือน มิ.ย. ถึง ส.ค. 2565 ทั้งสิ้น 212 คน
.
ในจำนวนนี้เป็นผู้ได้รับกัญชาเพียงสารเดียว 161 คน หรือราว 76% มีผู้ป่วยได้รับสารอื่นร่วมจำนวน 51 คน สารที่พบร่วมด้วยบ่อยได้แก่ กระท่อม 19 คน สุรา 13 คน และ สารในกลุ่มแอมเฟตามีน 8 คน ขณะที่ผู้ป่วย 75 คน เป็นผู้ไม่เคยใช้หรือได้รับกัญชามาก่อน
.
ตัวเลขผู้ป่วยที่รับการรักษาแต่ละเดือนพบว่าสูงถึงเดือนละ 69-75 คน ซึ่งเป็นสถิติที่สูงกว่าตัวเลขในเดือนเดียวกันเมื่อปี 2563-2564 ที่มีผู้ป่วยราวเดือนละ 20 คนเท่านั้น ซึ่งคำนวณได้ว่าเพิ่มขึ้นถึง 3.5 เท่า
.
ส่วนวัตถุประสงค์การใช้งานพบว่า 41% หรือ 87 คน จงใจเสพเพื่อสันทนาการ และ 58 คน หรือ 27.4% อยากทดลองใช้ ขณะที่ผู้ต้องการใช้ทางการแพทย์ โดยเชื่อว่าจะบรรเทาอาการ โรค หรือส่งเสริมสุขภาพ มีจำนวน 16 คน หรือเพียง 7.5% เท่านั้น
.
สำหรับอาการและอาการแสดงในระบบอวัยวะที่พบบ่อยได้แก่ อาการในระบบหัวใจและหลอดเลือด อาการในระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อาการในระบบประสาท เช่น มึนศีรษะ ง่วงซึม สับสน กระวนกระวยา กล้ามเนื้อเกร็ง ชัก หอบเหนื่อย เป็นต้น
.
ข้อสังเกตเพิ่มเติมจากผู้ป่วย ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ชี้ด้วยว่า มีการใช้กัญชาเพื่อเสพสันทนาการและการใช้อื่น ซึ่งไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของการปลดล็อกกัญชาที่ใช้เพื่อการแพทย์ และกลุ่มที่เสพนันทนาการยังมีการเสพร่วมกับสารเสพติดอื่น ซึ่งเพิ่มความรุนแรงของการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นได้ ส่วนการกินอาหารและขนมที่ใส่กัญชาแล้วเกิดการบาดเจ็บ มีทั้งจงใจทดลองกิน และกินโดยไม่ทราบว่าอาหารที่กินใส่กัญชาเช่นกัน
.
อ่านเพิ่มเติมว่า ร่างกฎหมายกัญชา ที่สภาฯ กำลังพิจารณามีเนื้อหาอะไรบ้าง https://bbc.in/3FNmK09

Inga kommentarer:
Skicka en kommentar