måndag 1 oktober 2012

"ผมเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไม่ได้มีหน้าที่เล่นการเมือง หรือสร้างประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่สิ่งที่กรมราชทัณฑ์ทำนั้นเพื่อประโยชน์ต่อคนกรุงเทพฯ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล รวมถึงครอบครัวของผมที่อยู่ในกรุงเทพฯ ดังนั้นอย่ามองว่าเป็นเรื่องการเมือง และหวังดิสเครดิตทางการเมืองของอีกฟากฝ่าย แต่ผมอยากให้ผู้ว่าฯกทม. หรือรองผู้ว่าฯ กลับไปทบทวนการทำงาน และปรับวิธีการเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะดีกว่ามาโยงเป็นเรื่องการเมือง" พ.ต.อ.สุชาติ กล่าว


วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555


"กรมคุก" สวน "กทม." อย่ามาเล่นการเมือง และ กทม.ควรไปทบทวนการทำงานตนเอง

Go6TV (วันที่ 30 กันยายน 2555) พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีที่นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตั้งข้อสังเกตการพบถุงทรายประมาณ 100 ถุง ในท่อระบายย่านมีนบุรีที่กรมราชทัณฑ์ลอกขึ้นมาว่าเป็นการสร้างภาพและเป็นการเมือง โดยกรมราชทัณฑ์ทำหนังสือไปยัง กทม.ก่อนหน้านี้ ไม่พบหรือรายงานว่ามีถุงทรายอยู่ในท่อระบายนั้น ตนอยากชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ตามระยะ 3,983 กิโลเมตร ที่กรมราชทัณฑ์ทำหนังสือไปรายงาน กทม. พื้นที่พบถุงทรายเป็นพื้นที่ที่นอกเขตความรับผิดชอบการว่าจ้างตามปกติ ดังนั้นรายงานการทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 3,983 กิโลเมตร จึงไม่พบถุงทราย

พ.ต.อ.สุชาติกล่าวว่า บริเวณที่พบถุงทรายเป็นพื้นที่นอกเขตความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ 12 จุด ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รายงานว่า พบน้ำท่วม กรมราชทัณฑ์จึงเข้าไปดำเนินการในภายหลังเป็นพื้นที่คนละแห่งกับข้อตกลง ที่กรมราชทัณฑ์เข้าไปดำเนินการลอกท่อระบายน้ำ เป็นไปตามคำสั่งของนายกฯที่ต้องการให้กรมราชทัณฑ์เข้าไปช่วยแก้ปัญหาการระบายน้ำของกรุงเทพฯ


"ผมเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไม่ได้มีหน้าที่เล่นการเมือง หรือสร้างประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่สิ่งที่กรมราชทัณฑ์ทำนั้นเพื่อประโยชน์ต่อคนกรุงเทพฯ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล รวมถึงครอบครัวของผมที่อยู่ในกรุงเทพฯ ดังนั้นอย่ามองว่าเป็นเรื่องการเมือง และหวังดิสเครดิตทางเมืองของอีกฟากฝ่าย แต่ผมอยากให้ผู้ว่าฯกทม. หรือรองผู้ว่าฯ กลับไปทบทวนการทำงาน และปรับวิธีการเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะดีกว่ามาโยงเป็นเรื่องการเมือง" พ.ต.อ.สุชาติ กล่าว พ.ต.อ.สุชาติกล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวที่ว่า กทม.อาจจะไม่จ้างกรมราชทัณฑ์ลอกท่อในปีงบประมาณต่อไปนั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะกรมราชทัณฑ์มีโครงการจัดหารายได้ให้กับผู้ต้องขังชัดเจน แต่ที่กรมราชทัณฑ์ต้องทำงานลอกท่อ เพราะไม่มีหน่วยงานไหนอยากทำ และยืนยันว่ากรมราชทัณฑ์เชี่ยวชาญและทำงานดีกว่าหน่วยอื่นแน่นอน แต่ถ้ากรุงเทพฯ เห็นว่ามีบริษัทอื่น หรือหน่วยงานใดทำได้ดีกว่ากรมราชทัณฑ์ก็ยินดีหากจะไปจ้างเอกชนรายอื่น และที่ผ่านมา กทม.ก็ไม่ได้ว่าจ้างกรมราชทัณฑ์ลอกท่อทั้งหมดอยู่แล้ว บางสำนักงานเขตมีซอยมากถึง 300-400 ซอย แต่ว่าจ้างให้ลอกท่อเพียง 50-60 ซอย มันก็ไม่เป็นระบบอยู่แล้ว 

ร้อนนัก....ขอไปพักร้อน..... รัฐบาลที่อยู่ภายใต้อำนาจของระบอบเผด็จการราชาธิปไตย นอกจากจะไม่สามารถบริหารงานได้ตามเป้าหมายและนโยบายของตนแล้ว ยังตกเป็นเบี้ยล่างให้แก่ฝ่ายอำมาตย์เผด็จการอยู่ตลอดเวลา ขนาดเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรียังถูกสั่งให้ลาออกได้ อีกไม่นานก็อาจมาถึงคิวท่านนายกยิ่งลักษณ์เองก็ได้ที่ต้อง "ขอไปพักร้อน " นี่คือผลของนโยบายการปรองดองกับพวกอำมาตย์เจ้าเล่ห์จอมสร้างภาพ จึงทำให้รัฐบาลต้องตกเป็นฝ่ายรับและถูกกดดันอยู่ตลอดเวลา ฝ่ายหัวหน้าอำมาตย์ศักดินาสองผัวเมียก็กำลังจะตายทนทุกข์ทรมาณด้วยโรค "กรรมชั่วตามสนอง" จึงดิ้นเฮือกสุดท้ายสั่งสมุนทาสรับใช้ให้ทำลายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ลงให้ได้ทุกวิถีทาง แล้วจะได้ตั้งรัฐบาลที่อำมาตย์ควบคุมได้ขึ้นมาแทน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านรัชกาลเป็นไปตามความประสงค์ของตน คือให้ "นางทอมจอมจด" ขึ้นมาเป็นรัชกาลที่ ๑๐ แทน ฟ้าชายจอมทึ่มให้ได้ ...


โดย บลาบลาบลา

Posted Image

กี่ร้อยเรื่อง ถาโถม โหมเตะถีบ
ทั้งแรงบีบ สารพัด อัดเข้าหา
มันสมชื่อ ตอแหลแลนด์ แดนสนธยา
ใครหน้าหนา ก็จิกกัด ฟัดให้ตาย....

ระเบียบหนึ่ง กฎเกณฑ์หนึ่ง ใช้แบบหนึ่ง
นำมาซึ่ง ความป่นปี้ ที่หลากหลาย
ใครหน้าบาง ถูกโดดเดี่ยว อยู่เดียวดาย
จึงฉิบหาย ย่อยยับ เพราะอัปรีย์....

จึงควรมี สปิริต รู้ผิดถูก
ช่วยกันปลูก สิ่งงดงาม ตามวิถี
คุณค่าคน ตัวชี้ชัด วัดเลวดี
ไร้ศักดิ์ศรี ก็สิ้นค่า ราคาคน....

เก้าอี้ใคร ร้อนนัก ไปพักก่อน
ล้มตัวนอน ให้สบาย คลายสับสน
ยุคสมัย เกมการเมือง เรื่องสัปดน
จึงเวียนวน แต่ชั่วโฉด โคตรเลวทราม....

หากประโยชน์ ลงตัว หัวร่อรื่น
ความชื่นมื่น มากแค่ไหน ไม่ต้องถาม
หากเงามืด กระหน่ำใส่ ให้ทุกลาม
ทุกผู้นาม ถอยตั้งหลัก พักเอาแรง....

สวัสดีวันใหม่ เดือนใหม่ และสิ่งใหม่ๆ ครับ

๓ บลา / ๑ ต.ค.๕๕
http://3blabla.blogspot.com
"กำลังใจหาซื้อไม่ได้ แต่ให้กันได้"

๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ "แท็กซี่ ชน รถถัง" ขอคารวะดวงวิญญาณและรำลึกถึงนักสู้ผู้รักประชาธิปไตยที่ต่อต้านไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ ๑๙ ก.ย. ๒๕๔๙ ของอำมาตย์เผด็จการ "คุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์" ซึ่งยอมตายดีกว่าอยู่ร่วมแผ่นดินกับพวกชั่วเผด็จการอำมาตย์และหัวหน้าศักดินาจอมโจรอำมหิตสลัดตาเดียวเจ้าของระบอบเผด็จการอำมาตย์.!


วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555


6 ปีรำลึก "แท็กซี่ ชน รถถัง" ลุงนวมทอง ไพรวัลย์


เมื่อ 6 ปีที่แล้ว "แท็กซี่ชนรถถัง" วันแห่งการต่อสู้เชิงสัญญาลักษณ์ เมื่อรถแท็กซี่ สัญลักษณ์สามัญชนผู้ให้บริการประชาชน ชนรถถังผู้ยึดอำนาจประชาชน 30 กันยายน พ.ศ. 2549

นายนวมทอง ไพรวัลย์ ซึ่งเป็นอดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย ได้ขับรถยนต์แท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร ของบริษัท สหกรณ์แหลมทองแท็กซี่ จำกัด พุ่งเข้าชนรถถังเบา M41A2 Walker Bulldog ป้ายทะเบียนตรากงจักร 71116 ของคณะปฏิรูปฯ และได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังจากนั้น พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ได้ปรามาสลุงไว้ว่า "ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้"

1 เดือนต่อมา คืนวันที่ 31 ตุลาคม นายนวมทองผูกคอตายกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (บริษัท วัชรพล จำกัด) โดยในจดหมายลาตายระบุว่า ต้องการลบคำสบประมาทของ พันเอก อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค.

ในคืนที่นายนวมทองแขวนคอตาย เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ด้านหน้า เป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ และ ด้านหลัง เป็นบทกวีของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ข้อความว่า

"อันประชา สามัคคี มีจัดตั้ง เป็นพลัง แกร่งกล้า มหาศาล แสนอาวุธ แสนศัตรู หมู่อันธพาล ไม่อาจต้าน แรงมหา ประชาชน"

....ไล่มันออกไป.....ระยิบระยับ แดดจับฟ้าหม่น ชาวนาทุกข์ทน เป็นคนอาสา เป็นข้าแผ่นดิน ทำกินเพื่อประชา เลี้ยงศักดินา ไพร่ขี้ข้ามีกิน เตรียมข้าวสุก พร้อมจะบุกเถิดพี่น้อง เตรียมตัวปกป้อง ปากท้องแลสังขาร จัดทัพใหญ่ ไล่ไอ้อีอันธพาล วงศาคณาจารย์ พรรคดักดานไล่ออกไป..........ไล่มันออกไป... พรรคประชาธิปัตย์ลูกสมุน " เหี้ยสั่งฆ่า อี ห่าสั่งยิง "

โดยขุนเขาจากแดนไกล

ขุนเขาบอก :

ไล่มันออกไป...

โอ้กำเนิด เกิดเป็นชาวนา
ทนหลังสู้ฟ้า ทนหน้าสู้ดิน
ทรัพย์สินเงินมี แค่กระผีกริ้น
รอผุดจากดิน เป็นสินไร่นา

ระยิบระยับ แดดจับฟ้าหม่น
ชาวนาทุกข์ทน เป็นคนอาสา
เป็นข้าแผ่นดิน ทำกินเพื่อประชา
เลี้ยงศักดินา ไพร่ขี้ข้ามีกิน

ผืนนาเจ้าเอ๋ย เจ้าเคยชื่นสุข
รวงข้าวเหลืองสุก คือกระปุกออมสิน
แต่มาบัดนี้ ถูกย่ำยีที่ทำกิน
อำมาตยาหน้าสัน ต...น มันริบสินชาวนา

จำนำที่นา เป็นขี้ข้านายทุน
รัฐบาลค้ำจุน ให้เงินทุนอสังหา
จำนำรวงข้าว แต่ว่าเราเจ้าของนา
ที่ดินนี้มีราคา ข้าวในนามาจำนำ

คนระยำ มันกระทำการหมิ่น
ดูถูกผืนดิน นำทรัพย์สินมาขยำ
มันขัดขวาง ปิดหนทางรับจำนำ
อ้างระบบคุณธรรม หยุดผู้นำรัฐบาล

หัวไม่ส่าย หางมันไม่กระดิก
แต่หัวส่ายยิกๆ กระดิกก่อนหาง
หน้าหล่อไฮโซ อพิโท่หัวถุงยาง
มันแอบอยู่ข้างๆ หวังสร้างแรงศรัทธา

จริตมายา มาจากพรรคผีเปรต
มันคือต้นเหตุ ทุกเหตุทุกปัญหา
นิสัยสันดาน ใจดำด้านปานอีกา
สรุปเรื่องชาวนา ไอ้พรรคบ้ามันบงการ

เตรียมข้าวสุก พร้อมจะบุกเถิดพี่น้อง
เตรียมตัวปกป้อง ปากท้องแลสังขาร
จัดทัพใหญ่ ไล่ไอ้อีอันธพาล
วงศาคณาจารย์ พรรคดักดานไล่ออกไป..........ไล่มันออกไป...

...."ร่วมจับมือกันก้าวเดินไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง"....อย่ายึดติดกับสัญญลักษณ์ จงเปิดใจให้กว้าง ถ้าเราไม่ก้าวพ้นสิ่งเหล่านี้ "สีแดง สีเหลือง นปช นปก สลิ่ม " การต่อสู้เรียกร้องก็คงขับเคลื่อนไปไม่ได้ พวกเราอย่าลืมว่าการต่อสู้ไม่ใช่สิ่งผูกขาดของคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่มีใครเป็นเจ้าของผูกขาดในการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรม พวกเราทุกคนที่ออกมาต่อสู้มาด้วยจิตสำนึก มาด้วยจิตใจที่แน่วแน่ เพื่อต่อสู้กับระบอบเผด็จการอำมาตย์ ที่ทำการ ผูกขาดอำนาจ ผูกขาดเศรษฐกิจ มอมเมาทางประเพณีวัฒนธรรมที่โบราณล้าหลัง ปกครองประเทศ กดขี่ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบประชาชนในสังคมไทยมายาวนาน นอกจากนี้เผด็จการอำมาตย์ยังขัดขวางการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติโดย การยึดอำนาจทำการรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน พวกเราต้องก้าวผ่านอย่ายึดติดเรื่องสีว่าใครเป็นเจ้าของก่อนหรือหลัง แบบลัทธิ " Individual Heroism " อย่าลืมว่าศัตรูของเราคืออำมาตย์ พวกเราทุกคนทุกกลุ่มคือเพื่อนร่วมเดินทางที่มาจาก หลายชนชั้น หลากหลายความคิดเห็น หลายวัฒธรรม พวกเรามารถหลายขบวนจากถนนทุกสาย จากทุกภาคของประเทศไทยเพื่อมุ่งไปสู่จุดหมายเดียวกันคือ....ประชาธิปไตยของปวงชนชาวไทย....

1 ตุลาคม 2555

ที่มาที่ไปของ "เสื้อแดง" มันไม่เกี่ยวกับเรื่อง "รักเจ้า" หรือ "รักทักษิณ" 

  โดย Chotisak Onsoong 


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนพยายามเราเรื่อง "รักทักษิณ" มาเป็นกรอบในการกำหนดความเป็นคนเสื้อแดง แต่เป็นครั้งแรกหรือเปล่าผมไม่แน่ใจที่พยายามเอาไปโยงกับเรื่อง "รักเจ้า" ด้วย  ดู https://www.facebook.com/photo.php?fbid=405698599484378
ผมคิดว่าเราสามารถแบ่งคนที่พยายามเอาเรื่อง "รักเจ้า รักทักษิณ" มากำหนดความเป็นเสื้อแดงออกได้เป็น 3 ประเภท คือ "แดงความจำสั้น", "แดงแกล้งลืม" และ "แดงมาทีหลัง"

ประเภทแรก "แดงความจำสั้น" คือ อยู่ร่วมเหตุการณ์ แต่บังเอิญขี้ลืม ความจำสั้น ก็เลยจำไม่ได้ว่ามันมีที่มาที่ไปยังไง

ประเภทเภทที่ 2 "แดงแกล้งลืม" พวกนี้มีปัญหากว่าอีก 2 ประเภท เพราะอยู่ร่วมเหตุการณ์ แล้วก็จำได้ด้วย แต่กลับทำเป็นลืม

ส่วนประเภทที่ 3 "แดงมาทีหลัง" พวกนี้น่าสงสารที่สุด คือไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย พอคน 2 ประเภทแรกบอกยังไงก็เชื่อ หรือไม่ก็นึกเดาเอาเองตามใจกู

ที่ผมพูดอย่างนั้นก็เพราะว่า ที่มาที่ไปของ "เสื้อแดง" มันไม่เกี่ยวกับเรื่อง "รักเจ้า" หรือ "รักทักษิณ" เลยนะสิครับ (และเอาเข้าจริง อาจจะตรงข้ามด้วยซ้ำ - ผมจะกลับมาพูดเรื่องนี้ทีหลัง)

นี่เป็นข่าวเกี่ยวกับการเปิดตัวแคมเปญ "Thai Say No" เพื่อ รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คมช. เมื่อ 1 มีนาคม 2550 ซึ่งเป็น "วันแรก" ที่เริ่มมีการใช้ สีแดง/เสื้อแดง เป็นสัญลักษณ์ในการรณรง ค์ http://thaienews.blogspot.com/2011/08/5_06.html ย้ำว่า 1 มีนาคม 2550 นะครับ

ภาพเปิดตัวไทยแคมเปญ "Thai Say No" ใช้เสื้อแดงครั้งแรก ที่หน้ารัฐสภา 1 มี.ค.50 ที่มา Thai E-News

ทีนี้หันมาดูฝั่ง นปก.กันบ้าง (พวก "แดงมาทีหลัง" ถ้าไม่รู้จัก นปก.ก็ไปเซิร์จหากันเอาเองนะครับ ในวิกิก็น่าจะมีข้อมูลอยู่) ขอให้สังเกตุผ้าโพกหัวและสีเสื้อของคนที่มาชุมนุมนะครับ http://thaienews.blogspot.com/2007/06/25-2550.html (26 มิถุนายน 2550) http://thaienews.blogspot.com/2007/07/blog-post_26.html (26 กรกฎาคม 2550)

ส่วนอันนี้เน้น "แกนนำ" ลองไปดูกันเองนะครับว่าใครเป็นใคร http://www.oknation.net/blog/print.php?id=80319 (22 กรกฎาคม 2550)
22 ก.ค.50 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปก. นำพาผู้ชุมนุมบุกหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เพื่อกดดันให้ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ลาออกจากประธานองคมนตรี  ที่มาภาพ OKnation

คือในขณะที่พวก "Thai say no" ใช้สีแดง/เสื้อแดงเป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหวไปแล้วเกือบ 5 เดือน (เกือบครึ่งปีนะครับ) ฝั่ง นปก.ยังใช้ "สีเหลือง/เสื้อเหลือง" เป็นสัญลักษณ์อยู่เลยครับ

พวก นปก. เพิ่ง “เข้าร่วม” การใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์ก็เมื่อไม่กี่วันก่อนลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง

ทีนี้กลับไปดูพวก "Thai say no" ที่เป็นผู้ริเริ่มใช้ สีแดง เป็นสัญลักษณ์นะครับ ว่ามันไปกันได้กับกรอบ "รักเจ้า รักทักษิณ" แค่ไหน ถ้าดูภาพรวมของแคมเปญก็เป็นเรื่องการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงเรื่องต้านรัฐประหารและเรื่องประชาธิปไตย ซึ่งเราจะเห็นว่าไม่เฉียดเรื่อง "รักเจ้า รักทักษิณ" เลยแม้แต่นิดเดียว
ยิ่งถ้าเรามาดูจุดยืนของคนที่มาร่วมแคมเปญนี้ เราจะเห็นว่านอกจากจะไม่ "รักเจ้า รักทักษิณ" เอาเข้าจริงตรงกันข้ามด้วยซ้ำไป คนที่เป็นที่รู้จักที่ร่วมแคมเปญนี้ เช่น คุณหนูหริ่ง/บก.ลายจุด/สมบัติ บัญงามอนงค์, คุณใจ อึ๊งภากรณ์, คุณจิตรา คชเดช รวมถึงคุณสมยศ พฤกษาเฏษมสุข และคุณจรรยา ยิ้มประเสริฐ (2 คนหลังนี่ผมไม่เห็นในรูป แต่มีชื่ออยู่ในข่าว)

คุณคิดว่า คุณใจ หรือ คุณจรรยา รักเจ้าและทักษิณ เหรอครับ

ส่วนคุณสมยศ อย่างที่รู้กัน ตอนนี้อยู่ในคุกข้อหา 112 (และเท่าที่ผมทราบคุรสมยศก็ไม่ได้รักทักษิณ)
คุณจิตราก็เช่นเดียวกัน เท่าที่ผมทราบก็ไม่ได้รักทักษิณเหมือนกัน

ส่วนคนอื่นๆที่อาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าไหร่ หลายคนที่ผมรู้จักเป็นการส่วนตัว ผมยืนยันได้ว่าไม่เฉียด "รักเจ้า รักทักษิณ" เลยครับ (และหลายคนก็ชัดเจนว่าตรงกันข้ามกับ "รักเจ้า รักทักษิณ" เลยด้วยซ้ำ)
ดังนั้นถ้าเราจะนิยามเสื้อแดง ผมว่าเราต้องเริ่มจากตรงนี้ครับ ไม่ใช่ไปนิยามเอาเองตามใจชอบแบบไม่สนใจที่มาที่ไป

และที่เราต้องไม่ลืมอีกเรื่องก็คือ นี่ไม่ใช่การ บังเอิญ ใช้สีตรงกัน นะครับ และไม่เรื่องใครหรือกลุ่มไหนผูกขาดสีแดงด้วย แต่เป็นเรื่องของการ “เข้าร่วม” อย่างที่ผมได้เขียนไปแล้ว นปก.ได้มีมติใช้สีแดงร่วมกับ "Thai Say No" เพื่อรณรงค์โหวต No นะครับ คือถ้า นปก. (และสมาชิก) ไม่เห็นด้วยกับ "สีแดง" ในความหมายของ "Thai Say No" แล้วจะไปเข้าร่วมทำไม?

ถ้า นปก.ใช้สัญลักษณ์สีแดงอย่างเอกเทศ แน่นอนเราไม่จำเป็นต้องเอาจุดยืนแนวทางหรือความหมายสีแดงของ "Thai Say No" มาเกี่ยว แต่ข้อเท็จจริงก็คือ นปก.ไม่ได้ใช้อย่างเอกเทศ แต่ร่วมใช้ (พูดง่ายๆคือใช้ "ตาม") "Thai Say No" นะครับ

ดังนั้นเวลาคุณจะนิยาม สีแดง คุณถึงต้องเริ่มจาก "Thai say no" ไม่อย่างนั้นคุณก็นิยามเอาตามใจชอบ ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่มาที่ไปที่เป็นที่เป็นจริงใดๆเลย

ปล. ผมไม่ใช่เสื้อแดงนะครับ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่รู้เรื่องบางเรื่องเกี่ยวกับเสื้อแดงดี กว่าคนเสื้อแดงบางคน (เราไม่จำเป็นต้องเป็นปลาวาฬเราก็รู้เรื่องปลาวาฬได้ครับ บางทีบางคนรู้เรื่องปลาวาฬดีกว่าตัวปลาวาฬเองด้วยซ้ำไป)

......คลิปงาน2ปีนิติราษฏร์6ปีรัฐประหาร ......



ข่าวจาก    Thai  E-News




Posted Image

....กลุ่ม "๔๐ ส.ว.".... พวกที่กินแต่หญ้าแทนกินข้าวมาตลอดชีวิต...ไม่สงสัยเลยทำไมสมองถึงกลวงถูก "สนตะพาย" ให้ทำตามคำสั่งไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ได้เป็น ส.ว.เพราะมาจากคอกที่เขาเลี้ยงไว้ใช้งาน น่าเวทนาที่มีโอกาสเกิดเป็นคนแต่ไม่ยอมเป็นคนกินข้าวเป็นอาหารจะได้ฉลาดเหมือนคนอื่น.......

กลุ่มบุคลที่สังคมควรต่อต้านและประณาม

กลุ่ม 40 ส.ว. จี้ นายกฯยกเลิกโครงการจำนำข้าว

                      Posted Image   
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว. สรรหา แกนนำกลุ่ม ’40 ส.ว.’ กล่าวว่า จากนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล ในแง่หนึ่งก็ถือเป็นการช่วยเหลือชาวนา แต่ก็มีการทักท้วงจากหลายฝ่ายว่าการมีการตั้งราคารับจำนำสูงมากสูงมาก ซึ่งรัฐบาลก็ควรจะรับฟังคณะอาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว โดยจะหารือในกลุ่ม ’40 ส.ว.’ เพื่อส่งคำเตือนไปยังรัฐบาล หากยังไม่ดำเนินการใดๆ จะมีการดำเนินการขั้นต่อไป
นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว. สรรหา กล่าวว่า โครงการนี้ใช้เงินไปแล้วกว่าแสนล้านบาทแล้วก็ไม่รู้ว่าจะใช้อีกเท่าไหร่ แต่ก็มีสายด่วนจากดูไบว่าให้มีการเดินหน้าต่อไป ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ สิ่งที่สงสัย คือข้าวในสต็อกมีจำนวนเท่าไหร่ 17 ล้านตัน หรือ 10 ล้านตันกันแน่ แล้วระบายไปแล้ว ถึง 10 % หรือไม่ ภาระหนี้สินระยะยาวของรัฐบาลเป็นอย่างไร ขออ้างการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญของดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ชี้ว่า หลักการทำงานที่ถูกต้องของการจำนำข้าวคือการให้ราคาต่ำกว่าตลาดในระดับที่ เหมาะสม เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้มาไถ่ถอน และนำไปขายในตลาดเมื่อราคาสูงขึ้น แต่ในปัจจุบันเป็นราคารับจำนำจงใจที่ให้สูงกว่าตลาดโดยชัดแจ้ง ซึ่งไม่ได้มีเจตจำนงให้เกษตรกรได้มีโอกาสไถ่ถอนคืนแต่อย่างใด การกระทำของรัฐบาลจึงไม่ใช่การรับจำนำ แต่เป็นการทำตัวเป็นพ่อค้าข้าวรายใหญ่ที่สุด รายเดียวของประเทศ เป็นการผูกขาดตัดตอน ที่ทำลายระบบการค้าของไทย ส่งผลต่อระบบการผลิตข้าวที่บิดเบือนกลไกตลาด ไม่ใช่การรับจำนำข้าว แต่เป็นการจำนำประเทศ ให้รัฐบาลเป็นพ่อค้าข้าวรายเดียว ตัดการแข่งขันเสรีออกไป สร้างหนี้สินมากมาย ทั้งยังไม่ได้ชี้แจงหรือให้ตัวเลขที่ถูกต้องให้กับประชาชน เป็นที่เคลือบแคลงสงสัย รัฐบาลควรจะทบทวน
นส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่มีนักศึกษาและนักวิชาการ จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆได้มาทักท้วงโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เพราะมีความห่วงใยเกรงว่าจะเสียหายต่องบประมาณจำนวนมหาศาล โดยต้องการให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงแก้ไขเงื่อนไข ต้องปรับราคาการซื้อที่ไม่ขัดต่อกลไกการค้าเสรี การรับซื้อราคาแพงและเก็บไว้ในสต๊อกจำนวนมาก ซึ่งจะขายออกหรือไม่ก็ไม่ทราบ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เวียดนามแซงเราที่เป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นควรทำให้การจำนำข้าวเป็นการจำนำอย่างแท้จริง อย่าให้ราคาสูงเกิน และต้องจำกัดจำนวนการรับจำนำข้าวต่อครัวเรือน เพราะจะได้เข้าถึงทุกครัวเรือนรายเล็กรายน้อย ไม่ใช่จำนวนมากทุกเมล็ดอย่างนี้ เป็นการเอื้อต่อนายทุน จึงเรียนไปยังนายกฯขอให้ยกเลิก อย่าได้มีทิฐิมากเลย อย่าคิดว่าคนเขาคัดค้าน จะเอาชนะกับนโยบายนี้ หรือไปฟังคำสั่งของใคร ทั้งๆที่รู้อยู่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย