torsdag 15 juni 2017

ธรรมาภิบาลไหทองคำ : คอลัมน์ ใบตองแห้ง



ธรรมาภิบาลไหทองคำ
ใบตองแห้ง

ลําไย ไหทองคำ ถือบัตรประชาชนเข้าศูนย์ดำรงธรรมไปตอบ 4 คำถามแล้วหรือยัง ถ้ายังก็รีบไป เผื่อจะได้เรียนรู้ว่า “ธรรมาภิบาล” คืออะไร
นั่นสิ ธรรมาภิบาลคืออะไร ตอบมาซะดีๆ ลำไย นอกจากเต้นท่าหวาดเสียวแล้วเคยเบี้ยวเคยคดโกงใครไหม เคยใช้อำนาจหาประโยชน์ หรือใช้อำนาจบาตรใหญ่จัดงานปิดถนน หรือเที่ยวไปจ้างคนกดไลก์กดแชร์ จนได้ 6 ล้านไลก์ 100 ล้านวิวหรือเปล่า
ผมไม่ค่อยรู้จักลำไย มัวแต่ตามข่าวราคายางพารา พอท่านนายกฯ พูดถึงลำไย ก็นึกว่าสนใจราคาพืชผลการเกษตร ที่ไหนได้ กลายเป็น “ผู้สาวขาเลาะ”
พอหาอ่านประวัติก็ทึ่ง เกิดในครอบครัวยากจน ต้องช่วยแม่ช่วยยายหิ้วตะกร้าขายลูกอมถั่วคั่วตามสถานบันเทิงตั้งแต่เรียนอนุบาล พอขึ้นประถม ก็เป็นนักร้องวงอิเล็กโทนได้ค่าจ้างวันละ 150 บาท ไม่มีโอกาสสอบเข้าสาธิต ไม่ได้รับอบรมระเบียบวินัยทหาร ไม่มีวาสนาเข้าโครงการรับตรงจุฬาฯ สอบเข้าเรียนนาฏศิลป์ด้วยใจรัก แต่ทำไงได้ เรียนรำไทยเรียน คีตศิลป์ทำมาหากินได้ไม่เท่าเต้นยกแข้งยกขา เธอเลยต้อง ลาออกตอน ม.5 หลังโดนข้อหาเป็นตัวอย่างไม่ดีแก่เยาวชน
แหม่ ทีดาราไฮโซโชว์หวิวลง IG ไม่มีใครว่า ตามดูกันตาถลน เรียกเลือดกำเดาเยาวชนทั้งชาติ
ลองคิดกลับกัน สมมติลำไยโด่งดังเพลงป๊อป ไม่มีท่าเต้นบาดตา ป่านนี้อาจได้รับเชิญเข้าทำเนียบในฐานะลูกกตัญญู สู้ชีวิต ดวลเต้นท่าไก่ย่าง กล่าวสุนทรพจน์สร้างแรงบันดาลใจ แบบมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก็เป็นได้
พูดอย่างนี้ไม่ใช่ยุยงส่งเสริม หรือเห็นดีเห็นงาม คนแก่อย่างผมก็ค่อนไปทางเห็นว่าท่าเต้นไม่ค่อยเหมาะสม แต่โถ คนรุ่นลุงตู่รุ่นผมก็เคยเห็นยุคเอลวิส ราชาร็อกแอนด์โรลล์ ซึ่งคนสมัยนั้นด่าขรม ทุเรศอุจาดตา แต่เทียบสมัยนี้เป็นไงล่ะ
เหมาะสมไม่เหมาะสมเป็นความเห็น ที่ต้องถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสังคม เพื่อยกระดับความคิด สำนึกทางวัฒนธรรม จนตกผลึกว่าอะไรควรไม่ควร ขณะที่ทางบ้านเมืองก็มีกรอบกฎหมาย คือความผิดฐานอนาจาร (ไม่มีความผิดฐานไม่เหมาะสม) ถามว่าลำไยผิดอนาจารไหม ปัดโธ่ คนดูทะลุไป 200-300 ล้านวิวแล้วมั้ง ถ้าอนาจารคงโดนแจ้งจับไปแล้ว
แน่ละครับ คนไม่เห็นด้วยก็มาก ลำไยก็โดนวิพากษ์วิจารณ์เยอะ เป็นปกติและเป็นเรื่องดีที่รู้จักโต้เหตุผลกัน เรื่องทางวัฒนธรรมมักมีคนตั้งตนเป็นนายตรวจ อย่างครูลิลลี่สอนกาลเทศะบนรถไฟฟ้า เพียงแต่ครูลิลลี่ไม่ใช่กฎหมาย ครูลิลลี่ไม่มีอำนาจ จึงมีคนย้อนแย้งได้
ท่านผู้นำไม่ใช่ครูลิลลี ท่านผู้นำมีอำนาจ ออกคำสั่งเป็นกฎหมาย แค่ท่านตั้ง 4 คำถาม ก็กลายเป็น “วาระแห่งชาติ” ถือบัตรประชาชนมาตอบเป็นการใหญ่ ท่านออกทีวีชี้แจงปัญหาบ้านเมือง ทุกคนก็ควรสนใจ ไม่ใช่มัวไปกด 6 ล้านไลก์เซลฟี่ไหว้พระปลูกผักไร้สาระ
ฉะนั้นเมื่อท่านเห็นว่าลำไยเต้นเกือบโชว์ของสงวน ความเห็นท่านก็กลายเป็นประกาศิต ไม่ใช่แค่ลำไยต้องน้อมรับ ไปแสดงที่ไหนเจ้าหน้าที่ก็กำชับกำชา กลัวปล่อยให้ยกแข้งยกขาจะมีความผิด กลัวโดนย้ายทั้งที่ไม่ได้ซื้อขายตำแหน่ง
ฟังเหมือนดีนะสำหรับคนที่เห็นว่าไม่เหมาะสม แต่ถ้าเราใช้อำนาจตัดสินความไม่เหมาะสม ความดีงาม ศีลธรรมจรรยา อยู่เรื่อยๆ ทั้งที่สังคมไม่ตกผลึก มันก็เหมือนการอบรมบ่มสอนแบบไทยๆ ที่เป็นมา แบบหมอสอนให้พ่อแม่ใช้อำนาจเหนือลูก บังคับไม่ให้เล่นเกม หรือครูใช้อำนาจกล้อนผม ตรวจถุงเท้า บังคับให้เชื่อฟัง แทนที่จะสอนให้มีความคิดอ่าน รู้จักแยกแยะสิ่งต่างๆ ซึ่งแน่ละ เด็กถูกบังคับก็ยอมตาม แต่ลับหลัง หรือพ้นจากอำนาจแล้ว เขาก็ทำตามใจตัวเอง
ศีลธรรมจรรยาไทยอบรมบ่มสอนแบบใช้อำนาจตลอดมา ด้านนอกด้านบนดูเหมือนดี แต่ไม่สามารถรับมือสังคมที่ซับซ้อนขึ้น แล้วก็โทษสังคมเลวร้ายลงไปทุกวัน ในขณะที่ใครมีอำนาจก็เป็นเจ้าของความดีงาม คุณธรรม ธรรมาภิบาล โฆษณาประชาสัมพันธ์แบบยุคสงครามเย็น ตั้งตนเป็นความถูกต้องทุกอย่าง กระทั่งจะออกกฎหมายสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย ในขณะที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ พูดความจริงไม่ได้ แค่พูดคำว่า “เผด็จการ” ก็จะถูกปรับทัศนคติ

ธรรมาภิบาลแปลว่าอะไร ไม่รู้ลำไยตอบได้ไหม แต่คนรุ่นลำไยอาจโตมาอย่างตกผลึกว่า ขอให้มีอำนาจก็พอ ได้อำนาจแล้วถูกทุกอย่าง มีคุณธรรม มีธรรมาภิบาล

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar