torsdag 13 februari 2020

ถามประยุทธ์เรื่องของ เฉลิมศักดิ์ เรือนมงคล เหยื่อรายที่เก้าของนักลอบฆ่าไทยในต่างประเทศ

เรื่องของ เฉลิมศักดิ์ เรือนมงคล เหยื่อรายที่เก้าของนักลอบฆ่าไทยในต่างประเทศ
(Scroll down for English version)
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า ชาวไทยผู้เห็นต่างจากผู้นำ ที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ได้หายตัวไปจากที่พักพิงในประเทศเพื่อนบ้านในสี่ปีที่ผ่านมานี้ และอย่างน้อย มีสองท่านในจำนวนนั้น ได้เป็นที่ยืนยันแล้วว่าถูกฆ่าตายไปแล้ว และก็เป็นไปได้มาก ว่าทั้งแปดคน ก็ถูกฆ่าตายไปแล้วด้วย โดยทหารฝ่ายปกครองที่นิยมเจ้า
อิทธพล สุขแป้น หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดีเจซุนโฮ หายตัวไปในลาวเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๐๑๖ และไม่มีใครได้ข่าวของเขาอีกเลย
ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม คศ ๒๐๑๗ มีชาย ๑๐ คน สวมชุดดำใส่หมวกคลุมหน้า เปิดแต่ตาจมูกปาก และพูดภาษาไทย บุกเข้าจับตัว นาย วุฒิพงษ์ กชธรรมกุล หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ โกตี๋ ที่บ้านพักในประเทศลาวที่เขาลี้ภัยไปอาศัยอยู่
โกตี๋ กับภรรยาและเพื่อนอีกคนหนึ่ง ที่อยู่ด้วยกัน ถูกทำร้าย และช็อคด้วยปืนสตั๊นไฟฟ้า จากนั้นก็ถูกเอาผ้าปิดตา และมัดข้อมือไพล่หลังด้วยที่รัดพลาสติก แล้วโกตี๋ ก็ถูกจับขึ้นรถเอาตัวไป โดยคนร้ายทิ้งภรรยาและเพื่อนของเขาไว้ในบ้าน
ไม่มีใครได้ข่าวคราวของโกตี๋อีกเลยตั้งแต่ถูกอุ้มหายไป ตามแหล่งข่าวทางทหารที่ทราบเรื่องการปฏิบัติการนี้โดยตรง กลุ่มชายที่บุกลักพาตัวโกตี๋ เป็นทหารกำลังหน่วยพิเศษ ได้พาเขาไปในป่าทึบห่างไกลผู้คน แล้วโกตี๋ก็ถูกฆ่าในป่านั้น แล้วพวกลักพายังปัสสาวะใส่บนศพ แล้วฝังร่างในป่านั้น
ในเดือนธันวาคม ปี คศ ๒๐๑๘ นาย สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และสหายคือ นาย ชาติชาญ บุพวรรณ และ นาย ไกรเดช ลือเลิศ ได้หายตัวไปจากบ้านที่เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยในระหว่างที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศลาว
เวลาต่อมาในวันที่ ๒๖, ๒๗ และ ๒๙ เดือนเดียวกัน มีศพ ๓ ศพลอยมาติดตลิ่งแม่น้ำโขงฝั่งไทย ทั้งสามศพถูกห่อด้วยกระสอบป่านหุ้มด้วยตาข่าย ถูกมัดด้วยเชือก
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยรักษาความสงบลำน้ำโขงของกองทัพเรือได้มาถึง ก็พบว่ามีศพหายไปหนึ่งศพ อีกสองศพถูกส่งไปชันสูตรในกรุงเทพ และได้รับการยืนยันว่าเป็น นาย ชาติชาญ และ นายไกรเดช สภาพทั้งสองศพ ขาทั้งสองข้างถูกหัก ซึ่งคงมาจากการทารุณกรรม ถูกมือมัดไพล่หลัง คว้านท้องยัดด้วยคอนกรีต
เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ผู้หลบภัยจากการมีความเห็นต่างสามคน มี ชูชีพ ชีวสุทธิ ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามว่า ลุงสนามหลวง และสหายอีกสองคน คือ สยาม ธีรวุธ และ กฤษณา ทับไท ก็หายตัวไป พวกเขาถูกจับขณะที่กำลังพยายามเดินทางเข้าประเทศเวียตนาม จากฝั่งลาว ด้วยพาสปอร์ตปลอม แต่ทางเวียตนามปฏิเสธไม่รับรู้ว่า ทั้งสามหายไปไหน และทางการไทยก็อ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วยทั้งนั้น
เป็นไปได้ว่า ทั้งสามถูกส่งตัวให้ฝ่ายไทย และถูกฆ่าไปในที่สุด
เรื่องของคนทั้งแปดที่หายไป ได้รับการรายงานในวงกว้าง ระหว่างสื่อนานาชาติและองค์การพิทักษ์สิทธิมนุษยชน แต่ยังมีเหยื่อรายที่เก้า ที่ยังไม่มีใครรายงานถึง นอกจากผม ผมได้ติดตามสืบเสาะเขามาตั้งแต่เดือน ๒๐๑๘ และนึ่คือเรื่องที่ผมได้ทราบมา
เหยื่อรายนี้คือ ร้อยโท เฉลิมศักดิ์ เรือนมงคล นายทหารหน่วยหมวกแดง ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดกับอดีตผู้บัญชาการทหารบก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้ได้ให้การสนับสนุนด้านการงานของเขามาตลอด
ในวันศุกร์ที่ ๓๐ มีนาคม ระหว่างที่อยู่ที่นราธิวาส เฉลิมศักดิ์ ถูกเรียกตัวกลับกรุงเทพ เพราะต้องสงสัยว่า เป็นผู้อยู่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเฟซบุ๊ค เพจหมิ่นสถาบัน ที่มีชื่อว่า “พิซซ่าชาวใน” เขาได้ติดต่อ เฉลิมชัยเพื่อขอความช่วยเหลือปกป้องให้ความปลอดภัย แต่เฉลิมชัยกล่าวว่า มันเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสมากเกินกว่าที่เขาจะช่วยได้
ดังนั้น เฉลิมศักดิ์ จึงตัดสินใจหนีออกจากประเทศไทย โดยบินไปยังกรุงพนมเปญ หวังว่าจะไปขอความช่วยเหลือจาก UNHCR ที่นั่น แต่ก็ถูกปฏิเสธ ระหว่างที่อยู่ในกรุงพนมเปญ เขาพบว่าบัญชีธนาคารของเขาถูกปิด จึงคิดว่าที่กัมพูชาไม่ปลอดภัยเสียแล้ว เขาจึงบินไปถึงกรุงมนิลาในวันที่ ๖ เมษายน คศ ๒๐๑๘
ในขณะเดียวกัน ทางการไทยก็สั่งระงับพาสปอร์ตของเขา ทั้งฉบับทหารและพลเรือน
เฉลิมศักดิ์ ได้ติดต่อ UNHCR ในกรุงมนิลา และจะไปพบเจ้าหน้าที่ที่นั้น เมื่อจะเปิดทำการในวันจันทร์ที่ ๙ เมษายน คศ ๒๐๑๘ แต่เขาได้หายตัวไปในวันเสาร์อาทิตย์ ที่ ๗ หรือ ๘ เมษายน และทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงก็ไม่ได้รับข่าวคราวของเขาอีกเลย
จากแหล่งข่าวทั้งไทยและทางการทูตนานาชาติกล่าวว่า เขาถูกจับตัวส่งกลับประเทศไทย โดยผ่านทางมาเลเซีย และสันนิษฐานว่าถูกฆ่าตายไปแล้ว
ทางการไทยก็เงียบไปกับเรื่องการหายตัวของเฉลิมศักดิ๋ สื่อมวลชนทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมทั้งกลุ่ม เอ็นจีโอ ต่างก็มิได้รายงานเช่นกัน
ผมขอร้องสื่อมวลชน และกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนนานาชาติ ให้ทำอะไรมากกว่านี้ที่จะนำเสนอเรื่องการหายไปของเฉลิมศักดิ์ เขาเป็นเหยื่อที่ถูกลืม ของพวกนักฆ่าไทยที่ไล่ล่าผู้เห็นต่างที่ลี้ภัยไปต่างประเทศ จำนวนที่ทราบกันทั่วไปว่ามีแปดคน ไม่ถูกต้อง ที่จริงแล้วมันมีเก้าคน
โปรดอย่าปล่อยให้ เฉลิมศักดิ์ เรือนมงคล ถูกลืมไป
.

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar