söndag 9 februari 2020

ใบตองแห้ง: ถ้ายุบพรรคตู่กระอัก

2020-02-09 13:31
ประชาชนที่รอฟัง ปิยบุตร แสงกนกกุล อภิปรายไม่ไว้วางใจ "ศรีธนญชัยรอดช่อง" นัดดวลเดือดของ 2 มือกฎหมาย ซึ่งน่าจะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์กฎหมายไทย กลับกลายเป็นต้องลุ้นยกแรกเสียก่อนว่า 3 วันก่อนหน้า ศาลรัฐธรรมนูญจะยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่

พูดภาษาปิยบุตรคือ นิติราษฎร์ VS เนติบริกร ต้องรอ "นิติสงคราม" ตีระฆังก่อนว่าจะได้ซดกันหรือไม่

พรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงจากประชาชน 6.3 ล้านคน ได้ ส.ส. 81 คน จะถูกตัดโอกาสไม่ได้ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรกในรอบ 6 ปี? แม้ ส.ส.ยังอยู่ ยังทำหน้าที่ได้ แต่ก็ไม่สามารถประกาศชื่อ "อนาคตใหม่"
พูดอย่างนี้ไม่ใช่กดดันศาล เพราะไม่ได้ฟันธงว่ายุบพรรคแหง แต่สามารถสมมติ Scenario ทั้งสองทาง ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ายุบพรรค หรือไม่ยุบ เมื่อกำหนดวันวินิจฉัยก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจพอดี
ด้วยอำนาจศาล ท่านกำหนดวันวินิจฉัยตามกระบวนการ "ความล่าช้าคือความอยุติธรรมอย่างหนึ่ง" ใครก็ต่อว่าท่านไม่ได้ ที่ให้ลุ้นก่อนอภิปราย 3 วัน แต่ขณะเดียวกัน ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่ายุบหรือไม่ยุบ ย่อมส่งผลต่อการอภิปราย ต่อสถานการณ์การเมือง เสถียรภาพรัฐบาล
Scenario ด้านร้าย ก็มีคนมองว่า ยุบแหง เพราะครั้งที่แล้วปล่อยคดีอิลลูมินาติ ให้มองว่าศาลไม่ได้มีอคติ ไม่ได้ตั้งธง คราวนี้แหละ ของจริง ยุบพรรค ตัดสิทธิ 10 กรรมการบริหาร ปิยบุตร-ช่อ ตกเก้าอี้ ส.ส.กระเจิงไปอยู่พรรคกรณ์ อภิปรายไม่ไว้วางใจกร่อย ตู่ลอยลำ จะอีกกี่ #รัฐบาลเฮงซวย ก็อยู่นานแปดปี
แหม่ มองอย่างนั้น นอกจากหมิ่นศาล แล้วยังหมิ่นพลังประชาธิปไตย พลังทางสังคม สถานการณ์ควบคุมง่ายปานนั้นเชียว

ยุบพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้แปลว่าในทางการเมืองเอาอยู่ ตรงกันข้ามอาจยิ่งร้อนแรง ยิ่งถูกต่อต้าน ปะทุความไม่พอใจที่จะไปสู่จุดไหนก็ยังเดาไม่ได้

ในทางกฎหมาย ศาลก็ต้องมีเหตุผล ถ้าจะยุบพรรคโดยไม่เปิดไต่สวน ทั้งที่คำร้องของ กกต.มีข้อกังขา ถูกสังคมวิจารณ์อื้ออึงว่า ยื่นยุบพรรคได้อย่างไร ในเมื่อการยื่นตรวจสอบพรรคอนาคตใหม่ เริ่มต้นจากประเด็นว่า หัวหน้าพรรคให้กู้เงินได้หรือไม่ นักกฎหมายถกเถียงกันในมาตรา 62 พรรคการเมืองกู้เงินได้หรือไม่ การยื่นเอาผิดก็เป็นไปตามมาตรา 66
แต่จู่ๆ กกต.ไพล่ไปยื่นยุบพรรคโดยใช้มาตรา 72 "รับบริจาคโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย" ซึ่งหมายถึงเงินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ทุจริตคอร์รัปชั่น หวยบ่อนซ่อง อะไรเหล่านั้น
โดยขั้นตอนของ กกต.ก็เป็นปัญหา เพราะพรรคอนาคตใหม่แฉว่า กรรมการสืบสวนสอบสวนของ กกต.2 ชุดให้ยกคำร้อง อีกชุดแม้เสียงข้างมาก 3-2 ให้เอาผิด ก็ไม่ได้เสนอให้ยุบพรรค แต่ กกต.กลับมีมติ 5-2 ให้ยุบ
หากเปิดไต่สวน สาธารณชนก็จะได้เห็นสำนวน ข้อกล่าวหา คำให้การพยาน 17 ปาก ซึ่งรวมทั้งเจ้าหน้าที่ กกต.ที่ให้ยกคำร้อง ทั้งยังอาจได้รู้ว่า กกต.เสียงข้างน้อย 2 คนเป็นใคร ให้เหตุผลอย่างไร (หรือถ้าเรียกธนาธรมาให้การ แล้วตอบไม่ดี อนาคตใหม่ก็อาการหนัก)

แต่ศาลจะวินิจฉัยโดยไม่เปิดไต่สวน ซึ่งถ้ายุบพรรค ตุลาการก็จะต้องมีคำอธิบายที่กระจ่าง ต่อข้อกังขาเหล่านี้ ทั้งทางกฎหมายและกระบวนการ ของ กกต. ในการกระโดดข้ามมาตรา เปลี่ยนข้อกล่าวหาโดยไม่ให้โอกาสแก้ต่าง

บางคนเลยมองอีกด้าน ว่าอาจเป็นอย่างคดีอิลลูมินาติ คือเมื่อไม่เปิดไต่สวน ศาลก็อาจยกคำร้อง เพียงแต่ Lawfare ที่ผ่านมาทำให้หวาดผวา จึงมิกล้าโลกสวย
ศาลจะวินิจฉัยอย่างไร ก็รอดูเหตุผล ซึ่งแม้ห้ามหมิ่นห้ามละเมิด แต่ห้ามสังคมถกเถียงไม่ได้ ผลทางการเมืองก็จะมี 2 Scenario คือการเมืองที่ยังมีอนาคตใหม่กับไม่มีอนาคตใหม่ ส่งผลฉับพลันทันด่วน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นถัดไป 3 วัน

ถ้ายุบพรรค รัฐบาลลอยลำ? จริงหรือ ยังไงก็ยกมือชนะอยู่แล้ว แค่ศึกซักฟอกจะกร่อยเพราะฝ่ายค้านขาดขุนพลอนาคตใหม่ แต่ในทางตรงข้าม ความไม่พอใจจะระเบิดรุนแรง ไม่ใช่เพียงความไม่พอใจต่อรัฐบาล แต่เป็นความไม่พอใจต่อระบอบรัฐธรรมนูญ 2560 เครือข่ายอำนาจอนุรักษนิยม รัฐราชการ ทหาร วุฒิสภา องค์กรอิสระ

ความไม่พอใจนี้จะพุ่งเป้าไปที่ประยุทธ์ ตัวแทนของระบอบ อารมณ์ทางการเมืองจะมุ่งเอาประยุทธ์ลงให้ได้ ทลายระบอบนี้ให้ได้ แม้ไม่ง่ายที่จะเกิดแบบ 14 ตุลา พฤษภาทมิฬ แต่ก็จะยิ่งเร่งสถานการณ์ให้ใกล้จุดเดือด ในภาวะที่ประชาชนกำลังเสื่อมศรัทธา
ในทางตรงข้าม ถ้าไม่ยุบอนาคตใหม่ ก็ไม่ได้บอกว่าจะสถานการณ์ดีขึ้น แต่ยังพอลากถูปะทะปะทัง ยังดึงพลังต้านไว้ในระบอบรัฐสภา แล้วแก้สถานการณ์ไปทีละเปลาะ

นั่นคือ 2 Scenario ซึ่งยังไม่สามารถไว้วางใจได้ว่า จะประคองกันไปอย่างมีสติ 
ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/politics/news_3538767

ใบตองแห้ง: ฝ่ายค้านงานหนัก

2020-02-09 13:23
พรรคฝ่ายค้านเจองานหนัก ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ กับอีก 5 รัฐมนตรี
เปล่า ไม่ใช่รัฐบาลมีดี มีพระรอดพระไพรีพินาศคุ้มครอง มีสิระ ปารีณา คอยประท้วงปกป้อง แต่เพราะฝ่ายค้านต้องทำให้ดีกว่ากระแสสังคม ที่ไม่ไว้วางใจรัฐบาลอยู่แล้ว จากกระแสวิจารณ์เรื่องฝุ่นพิษ ไวรัสโคโรนา ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ฯลฯ กระทั่งขึ้น #รัฐบาลเฮงซวย ถึง 2 ครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา

เปรียบเทียบได้ว่า ถ้าคะแนนเต็มสิบ กระแสประชาชนก็ให้ไปแล้วถึง –9.5 หรือ –9.9 ฝ่ายค้านจึงกุมขมับว่า จะอภิปรายอย่างไรให้ลบเต็มสิบ

ถ้าทำไม่ได้ตามที่ชาวบ้านคาดหวัง ฝ่ายค้านก็จะเสียรังวัดเอง นั่นแหละ ที่บอกว่างานหนัก ในการอภิปรายรัฐบาลที่อาการหนักอยู่แล้ว
ในทางตรงข้าม ถ้าฝ่ายค้านสามารถกระหน่ำ ทั้งซัดเรื่องบิดเบือนหลักการเหตุผล ทั้งเปิดเผยความไม่ชอบมาพากล ข้อมูลใหม่ที่ประชาชนไม่เคยได้ฟัง แม้รู้กันว่า ยังไง ๆ พรรคร่วมรัฐบาลบวกงูเห่าส์ จะยกมือให้ผ่าน ยังไงก็ลากถูบริหารบ้านเมืองต่อไปได้ แต่ความกดดันก็จะรุนแรงหนักหน่วง แบบไม่รู้จะหาทางลงอย่างไร
ฝ่ายค้านจึงต้องจัดทีมให้ดี อภิปรายให้เข้าเป้า ตรงทุกหมัด จัดเนื้อ ๆ ยิ่งยืดเยื้อยิ่งเสียของ ฉะนั้นไม่ต้องห่วงจะใช้เวลามาก จะเสียเวลาเพราะรัฐบาลประท้วงต่างหาก

ถ้าแยกการอภิปรายของฝ่ายค้าน ด้านแรก เชื่อว่าจะอภิปรายในเรื่องการบิดเบือนหลักเกณฑ์ กฎหมาย ทำลายประชาธิปไตย ไฮไลต์น่าจะอยู่ที่ประยุทธ์ กับศรีธนญชัยรอดช่อง ซึ่งต้องจองที่นั่งแถวหน้า รอฟัง ปิยบุตร แสงกนกกุล

ในส่วนของประยุทธ์ ญัตติฝ่ายค้านมุ่งชี้ว่าการเป็นหัวหน้ารัฐประหารสืบทอดอำนาจ เป็นนายกฯ ด้วยกติกาเอาเปรียบ ส่งผลให้เป็นผู้นำที่ “กร่าง-เถื่อน” ไม่ใส่ใจความรู้สึกประชาชน แถมไม่รับผิดชอบต่อปัญหา เพราะยกตนเป็นผู้เข้ามากอบกู้บ้านเมือง จำใจเป็นนายกฯ ทั้งที่ไม่อยากเป็น ฉะนั้นเกิดวิกฤติอะไร ประชาชนต้องพึ่งตนเอง ทุกฝ่ายต้องร่วมมือ ใครวิพากษ์วิจารณ์เป็นคนเลว เผาบ้านเผาเมือง
ใครมีหน้าที่ก็ต้องทำให้สำเร็จ ตั้งแต่รองนายกฯ รัฐมนตรี ไปถึงผู้ว่า ไม่งั้นปลดหมด ส่วนตัวเองเหนื่อยนะ แต่ไม่ลาออก ไล่ก็ไม่ไป ใครวิ่งไล่ก็โดนไล่จับ ส่งเครื่องบินไปรับคนไทยที่อู่ฮั่นช้ากว่าประเทศอื่น ยังอ้างว่าพวกเขามีความสุขดี ถูกประชาชนก่นขรมว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ ก็กลับโทษว่าฝ่ายค้านเล่นเกมการเมือง
นี่แหละฝ่ายค้านจึงต้องยื่นญัตติ “ประยุทธ์ฉีกรัฐธรรมนูญ” ถ้าไม่มาจากการฉีกรัฐธรรมนูญ แล้วเขียนกติโกงสืบทอดอำนาจ ก็คงไม่เกิด #รัฐบาลเฮงซวย

วิปรัฐบาลกลับโวยว่า “ประยุทธ์ฉีกรัฐธรรมนูญ” เป็นความเท็จ ชาวบ้านหัวร่อกลิ้ง

การอภิปรายด้านที่สอง น่าจะเป็นข้อมูลความไม่ชอบมาพากล ซึ่งคนส่วนใหญ่คาดหวัง ว่าจะมี “ทีเด็ด” เป็น “การตลาด” ของศึกซักฟอกรัฐบาล
ทั้งที่ความจริง ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ รัฐบาลนี้เป็นผลของการโกงอำนาจ โกงระบอบ เพื่อรักษาเครือข่ายอำนาจ ต่อให้ไม่สามารถจับได้ว่าโกงเงินเข้ากระเป๋า ก็มีการ “โกง” ผลประโยชน์และงบประมาณที่ควรให้ประชาชนไปใช้จ่ายในเครือข่ายอำนาจ เช่นงบความมั่นคง
ด้านที่สาม เป็นผลพวงของการอภิปราย คือประชาชนจะได้เห็นคุณภาพต่ำ ของ ส.ส.รัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ ที่จะระดมองครักษ์มาประท้วง โดยมีของแถมคือ พรรคประชาธิปัตย์ จะเป่าปี๊ด ๆ ช่วยปกป้องหัวหน้ารัฐประหาร

ทั้งหมดนี้ ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายไม่ถึงความคาดหวัง ก็ถือเสียว่าเป็นสีสัน ยังไง ๆ รัฐบาลนี้ก็ทำลายตัวเองอยู่ดี และกระแสประชาชน จะแรงขึ้น ๆ ยิ่งกว่าฝ่ายค้านด้วยซ้ำ 
ที่มา: ข่าวหุ้นธุรกิจ www.kaohoon.com/content/339651
 

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar