tisdag 24 februari 2015

หยุดดัดจริตประเทศไทย...หยุดใช้อำนาจเผด็จการ หยุดสำรวจตัวเอง หยุดรับใช้คนเลว หยุดให้ท้ายคนเลว หยุดรับฟัง"ความจริง" ยอมรับฟังข้อเสนอแนะเรียกร้องจากประชาชนบ้าง..



'ท่านเจ้าคุณพิพิธ ผู้ที่เคยซัดศาลรัฐธรรมนูญ
ตอนที่ถูกนิมนต์ไปเทศนาวันครบรอบศาลรัฐธรรมนูญ แกล้งถามว่า

"นายก ม.7 ถูกต้องไหมตามรัฐธรรมนูญ"

วันนี้ท่านออกมาตีแสกหน้า "โล้นอิสระ" อย่างแรงส์ตามภาพ

สาธุ! 

#แอดมินดัดจริต'


ท่านเจ้าคุณพิพิธ ผู้ที่เคยซัดศาลรัฐธรรมนูญ  ตอนที่ถูกนิมนต์ไปเทศนาวันครบรอบศาลรัฐธรรมนูญ แกล้งถามว่า "นายก ม.7 ถูกต้องไหมตามรัฐธรรมนูญ"วันนี้ท่านออกมาตีแสกหน้า "โล้นอิสระ" อย่างแรงส์ตามภาพ
สาธุ!



"ความจริง"หนังสือชี้แจงจาก อ.สมศักดิ์
ฝากให้อ่านเพื่อเข้าใจสมศักดิ์ ขอแสดงความเข้าใจ และห่วงใย พร้อมกับขอเป็นกำลังใจให้....




นี่เป็นหนังสือชี้แจงของผม ที่ส่งให้ทางมหาวิทยาลัย เมื่อต้นเดือนนี้ เมื่อทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการดำเนินการสอบสวนทางวินัย
..............
(๑) ดังที่ทราบกันแล้วว่...า เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ได้มีคณะทหารกลุ่มหนึ่งเข้ายึดอำนาจการปกครอง ล้มรัฐธรรมนูญ อันเป็นการกระทำผิดกฎหมายที่ร้ายแรงที่สุด หลังจากนั้นไม่กี่วัน คณะทหารที่ทำการโดยมิชอบและผิดกฎหมายนั้น ได้สั่งให้บุคคลจำนวนมากเข้าไปรายงานตัว รวมทั้งผมด้วย เมื่อผมไม่ไปรายงานตัว ก็ส่งกำลังทหารพร้อมอาวุธครบมือ ๒ คันรถไปที่บ้านผม เมื่อไม่พบ ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจติดตามรังควาน (harassment) ต่อภรรยา แม่ และพี่ชายของผมถึงบ้านและที่ทำงานของพวกเขา โดยที่ญาติของผมเหล่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นในการกระทำใดๆของผมเลย ทำเช่นนี้เป็นเวลาติดต่อกันนับเดือน พร้อมกันนั้น คณะทหารดังกล่าวยังได้ทำการยกเลิกหนังสือเดินทางของผม และออกหมายจับตัวผมที่ไม่ยอมไปรายงานตัว
ผมไม่เคยคิดหรือเรียกร้องให้ใครจะต้องมีท่าทีต่อการยึดอำนาจในลักษณะกบฏครั้งนี้แบบเดียวกับผม แต่ในส่วนตัวผมเอง ในฐานะพลเมืองและข้าราชการคนหนึ่ง และในฐานะสมาชิกของประชาคมธรรมศาสตร์ ผมถือเป็นหน้าที่สูงสุดที่จะไม่ยอมทำตามการกระทำที่ผิดกฎหมายร้ายแรงที่สุดดังกล่าวของคณะทหารนั้น (แม้แต่ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ก็มีบทบัญญัติให้เป็นสิทธิและหน้าที่ของประชาชนไทยที่จะต่อต้านการล้มรัฐธรรมนูญอย่างสันติ) ผมจึงไม่สามารถที่จะอยู่ปฏิบัติราชการเพื่อให้คณะบุคคลที่ทำการกบฏดังกล่าวมาจับกุมตัวอย่างไม่ชอบธรรมได้ ผมถือว่านี่คือการปฏิบัติหน้าที่สูงสุดที่ในฐานะพลเมืองหรือข้าราชการคนหนึ่ง หรือ “ชาวธรรมศาสตร์” ผู้หนึ่ง จะพึงปฏิบัติได้ ในการต่อต้านการกระทำผิดกฎหมายอันร้ายแรงที่สุดของคณะทหารดังกล่าว
(๒) คณะทหารที่ทำการยึดอำนาจดังกล่าว หลังการยึดอำนาจแล้ว ก็ได้ดำเนินการใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ (ที่เรียกกันว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) อย่างขนานใหญ่ ดำเนินการจับกุมคุมขังบุคคลต่างๆ ในเวลาสั้นๆจนถึงขณะนี้รวมแล้วเกือบ ๓๐ คน หรือโดยเฉลี่ยกว่า ๓ คนต่อเดือน (หรือประมาณ ๑ คนทุกๆ ๑๐ วัน) โดยที่ภายใต้สิ่งที่เรียกว่า “ระบบยุติธรรม” ของคณะยึดอำนาจนั้น แทบทุกคนที่ถูกจับไป ถูกปฏิบัติในลักษณะที่ถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีความผิด ไม่มีการให้ประกันตัว แม้กระทั่ง ในกรณีที่เป็นนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายที่กำลังจะจบการศึกษา จนแทบทุกคนดังกล่าวถูกบีบบังคับให้จำเป็นต้องเลือกวิธี “สารภาพ” เพื่อจะได้หาทางย่นเวลาของการต้องถูกจองจำให้สั้นลง การใช้กฎหมายในลักษณะดังกล่าวของคณะทหารผู้ยึดอำนาจ ยังได้ส่งเสริมให้เกิดการใช้กฎหมายนี้อย่างผิดๆมากขึ้นไปอีก ถึงขั้นที่แม้แต่การพูดถึงพระมหากษัตริย์ที่สิ้นพระชนม์ไปกว่า ๑๐๐ ปีแล้ว ก็ถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างฟ้องร้องได้
ดังที่ทราบกันดีว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมเป็นผู้หนึ่งที่เรียกร้องและสนับสนุนให้มีการปฏิรูปแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายดังกล่าว เพราะเป็นกฎหมายที่ขัดต่อยุคสมัยและไม่ชอบด้วยหลักการปกครองประชาธิปไตย โดยที่ผมได้ทำการเรียกร้องนั้นอย่างสันติ และภายใต้กรอบของกฎหมายที่มีอยู่นั้นเอง แต่คณะทหารกลุ่มเดียวกับที่ทำการยึดอำนาจในขณะนี้ ได้มุ่งที่จะทำร้ายผมโดยไม่คำนึงถึงแม้แต่กรอบของกฎหมายที่มีอยู่ ดังกรณีสำคัญ ๒ กรณีซึ่งเป็นที่ทราบกันทั่วไป คือ ในปี ๒๕๕๔ คณะทหารกลุ่มนี้ได้แจ้งความฟ้องร้องผมในข้อหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” จากการที่ผมเขียนบทความพาดพิงถึงพระดำรัสชองสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ทั้งๆที่พระองค์หาได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายดังกล่าวแต่อย่างใด และในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ หลังจากผมได้เขียนข้อความทางโซเชียลมีเดียวิจารณ์การที่คนไทยกลุ่มหนึ่งมีลักษณะนิยมเจ้าอย่างงมงาย (ที่นักวิชาการบางท่านเรียกว่า ultra-royalism) ซึ่งเป็นข้อความที่ไม่ได้พาดพิงถึงแม้แต่พระราชวงศ์พระองค์ใด อย่าว่าแต่พระราชวงศ์ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายดังกล่าว แต่ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น (หรือผู้นำคณะยึดอำนาจในปัจจุบัน) ได้ให้โฆษกของเขาออกมาข่มขู่ว่า จะ “ใช้มาตรการทางสังคมเพื่อกดดัน” ต่อผม หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน ก็มีบุคคลลึกลับไปยิงผมถึงบ้าน จนเกือบจะทำร้ายถึงชีวิตและร่างกายของผม หลังการยึดอำนาจเมื่อเดือนพฤษภาคมและหลังจากการมีหมายจับผมที่ไม่ยอมไปรายงานตัวกับคณะผู้ยึดอำนาจแล้ว เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ คณะผู้ยึดอำนาจดังกล่าว ยังได้ให้เจ้าหน้าที่ออกหมายจับผมอีกหมายจับหนึ่งในข้อหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” โดยอ้างการเขียนข้อความทางโซเชียลมีเดียดังกล่าวอีกด้วย
ตลอดเวลานับ ๑๐ ปี ที่ผมทำการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์รวมถึงการแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมาย “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ผมได้กระทำภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่มีอยู่ โดยไม่คิดที่จะใช้วิธีการอื่นใดหรือหลบลี้หนีหน้าไปไหน ไม่ว่าจะถูกผู้ไม่เห็นด้วยข่มขู่คุกคาม หรือใช้วิธีนอกกรอบของกฎหมายมาพยายามทำร้ายอย่างไร แต่ภายใต้การปกครองของคณะยึดอำนาจชุดปัจจุบัน ที่ไม่เพียงแต่ได้ขยายปัญหาที่มีอยู่แล้วในกฎหมายดังกล่าวออกไปอีกอย่างมากมายไม่เคยปรากฏมาก่อน (การฟ้อง-การจับอย่างเหวี่ยงแห, การสันนิษฐานล่วงหน้าว่ากระทำผิด, การห้ามประกันอย่างผิดนิติธรรม และการตัดสินคดีในลักษณะครอบจักรวาลมากขึ้นๆ) แต่ยังได้แสดงให้เห็นชัดเจนมาตลอดตั้งแต่ก่อนการยึดอำนาจว่า มุ่งจะทำร้ายผมโดยเฉพาะเจาะจง – ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เป็นสิ่งแน่นอนว่า ผมจะไม่มีโอกาสโดยสิ้นเชิงที่จะได้รับการปฏิบัติต่ออย่างยุติธรรมตามหลักกฎหมาย ผมจึงมีความจำเป็นและมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะรักษาชีวิต ร่างกาย และอิสรภาพของตน ด้วยการไม่ยินยอมให้คณะทหารที่ยึดอำนาจอย่างกบฏจับกุมและทำร้ายด้วยข้ออ้างเรื่อง “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” หรือข้ออ้างใดๆ
ตลอดเวลา ๒๐ ปีที่ผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมได้พยายามปฏิบัติงานอย่างสุดความสามารถตามหน้าที่โดยไม่ละเว้น (เช่น ผมแทบจะไม่เคยขาดการสอนเลย) ทั้งยังได้พยายามปฏิบัติตนในฐานะพลเมืองที่ดีของประเทศ และสมาชิกที่ดีของประชาคมธรรมศาสตร์ แต่ในภาวะการณ์ที่มีผู้ทำผิดกฎหมายร้ายแรง ตั้งตนเป็นผู้ปกครองประเทศและหัวหน้าระบบราชการอย่างผิดกฎหมาย แล้วอ้างอำนาจที่ตัวเองไม่มีอยู่ มุ่งจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และอิสรภาพของผมโดยตรงเช่นนี้ ผมถือเป็นทั้งสิทธิและหน้าที่ในฐานะข้าราชการ ในฐานะพลเมือง และสมาชิกของประชาคมธรรมศาสตร์ ที่จะไม่ปฏิบัติตาม และต่อต้าน ปฏิเสธการพยายามจับกุมคุมขังและทำร้ายผมของพวกเขาดังกล่าว
-ตะลึง! อาจารย์นกหวีดตัวเป้งของ ลาดกระบัง โดนเรียกสอบกรณีโกงยักยอกทรัพย์สถาบันกว่า 1,600 ล้านบาท



'ตะลึง! อาจารย์นกหวีดตัวเป้งของ ลาดกระบัง โดนเรียกสอบกรณีโกงยักยอกทรัพย์สถาบันกว่า 1,600 ล้านบาท

"นายศรุต ราชบุรี" เข้าพบพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 3 ข้อหา ประกอบด้วย 

1. ร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่องค์การ บริษัท จำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น

2. สนับสนุนพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ

3. ร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการ
ฟอกเงิน

ทั้งนี่นายศรุต ได้โพสต์ facebook ส่วนตัวในชื่่อ "ศรุต ราชบุรี" ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเรื่อนี้ และ "ผมต่างหากที่ถูกโกง" 

........................................................................

จะโกงหรือไม่โกง เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่คนที่อ้างตนว่าเป็น "คนดี" ทั้งหลาย ทำไมมักจะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ตั้งแต่นายกสถาบันฯ สจล. "สุรยุทธ์ จุลานนท์" ก็เคยอมที่ดินหลวง เขายายเที่ยง สร้างบ้านหลังใหญ่เอาไว้พักผ่อน
แต่ชาวบ้านที่อยู่ตีนเขาถูกจับข้อหาบุกรุกที่ พอโดนจับได้ไล่ทันก็รื้อบ้าน คืนที่ดินให้หลวง แล้วอัยการสูงสุดก็ออกมาบอกว่า

"ไม่ได้ทำผิด เพราะขาดเจตนาครอบครองที่ดิน" (ขาดเจตนา ขนาดสร้างบ้านไว้บนเขา?)

มาถึงคราว "นายศรุต ราชบุรี" เป็นที่รู้กันในลาดกระบังว่านายศรุต มีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร ตนเองสอนวิชาเกียวกับการ "ท่องเทียว" แต่นั่งด่าอดีตนายกทักษิณ ยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย แทบจะส่วนใหญ่ของการสอน โดยเฉพาะกับทักษิณที่นายศรุต โจมตีว่าโคตรโกง ขายชาติ เคยออกไปเป่านกหวีดไล่ตอนช่วงชุมนุม กปปส.

แต่ทำไมคนดีอย่างนายศรุต ถึงได้พัวพันการยักยอกทรัพย์กว่า 1,600 ล้านบาท ของสถาบันที่ตนเองทำงานอยู่ละ คดีนี้เป็นคดีใหญ่ ตำรวจต้องทำงานมาดีในระดับหนึ่ง แปลว่าคดีนี้มีมูล ซึ่งเป็นหน้าที่ของ นายศรุต และ ทนายความ ที่จะต้องต่อสู้คดีต่อไป

ไม่ว่านายศรุตจะผิดหรือไม่นั้น! สิ่งที่ผมอยากให้นายศรุตได้รู้คือ เข้าใจหรือยังว่าการโดนเล่นงานแบบไม่เป็นธรรม หรืออยู่ดีๆก็ถูกเรื่องใส่ร้ายว่าโกงเงินสถาบัน มันเป็นอย่างไร วันก่อนคุณชี้นิ้วหนึ่งด่าคนอื่นว่าโกง วันนี้มันก็ย้อนกลับมาหาตัวคุณ คุณชอบที่จะเห็นคนอื่นไม่ได้รับความยุติธรรม วันนี้คุณก็ไม่ได้รับสิ่งนั้น ถ้าจบแบบคดีใหญ่ตามมาตรฐานประเทศไทย ปลาซิว ปลาสร้อย โดนหมด คุณก็อาจจะไม่รอดนะ แม้จะบริสุทธิ์ก็ตาม ยิ่งปีนี้ปี "แพะ" เสียด้วย แพะดวงขึ้นครับ

ก็เอาสิ "ศรุต ราชบุรี" พิสูจน์กันไป ไม่ต้องสงสัยว่าผมรู้ได้ยังไงว่าการเรียน การสอน ของคุณมีการพูดเรื่องการเมืองขนาดไหน กำแพงก็มีหู ประตูก็มีช่อง บางทีจิ้งจกในห้องเรียนมันอาจจะมากระซิบผมก็เป็นได้ 

เข้าใจตรงกันนะ

#แอดมินดัดจริต'



 คลิกดูเพิ่มเติม
........................................................................................




Inga kommentarer:

Skicka en kommentar