นายกฯ ขอ "ถอยคนละก้าว" ใช้กระบวนการรัฐสภาแก้ปัญหา
นายกฯ ขอ "ถอยคนละก้าว" พร้อมยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ "ยกเว้น หากมีสถานการณ์รุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น"

ที่มาของภาพ, Reuters/BBC Thai
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงต่อประชาชนขอทุกฝ่าย "ถอยคนละก้าว" ใช้กระบวนการทางรัฐสภาในการยุติความขัดแย้ง
การแถลงทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจของ พล.อ. ประยุทธ์ เมื่อ 19.00 น. วันนี้ (21 ต.ค.) เกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "ราษฎร" นับพันคนรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเดินต่อไปยังหน้าทำเนียบรัฐบาลในช่วงค่ำ
"หน้าที่ของผม ในฐานะผู้นำประเทศ คือผมต้องดูแลทุกคนในประเทศไทย ผมต้องพยายามรักษาสมดุล ระหว่างมุมมองความคิด และความต้องการต่าง ๆ ที่แตกต่างกันในสังคม และบางอย่างก็แตกต่างกันเป็นอย่างมาก นั่นเพื่อที่จะทำให้คนไทยทุกคน สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน ประเทศเดียวกัน และอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินเดียวกันได้ แผ่นดินของพวกเราทุกคน ที่ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นไปทางไหน ผมเชื่อว่าทุกคน รักผืนแผ่นดินนี้ด้วยกันทั้งสิ้น... ผมต้องบริหารประเทศบนพื้นฐานหลักการตามกฏหมาย และตามแนวทางและการตัดสินใจจากรัฐสภา ในฐานะเป็นตัวแทนของประชาชนไทย นั่นคือระบบรัฐสภาที่เราต้องเคารพ"

ที่มาของภาพ, Facebook/ Live NBT2HD
ภาพของแถลงการณ์ราว 15 นาที เป็นการนั่งแถลงด้วยท่าทีที่สงบ พยายามพูดให้ช้า ชัดถ้อย ชัดคำ เอามือประสานเข้าด้วยกัน วางบนโต๊ะ
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ทางออกของปัญหา "ที่จะยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย" คือการพูดคุยกัน ทำงานด้วยกัน ผ่านระบบ และกระบวนการของรัฐสภา
"ผู้ประท้วงได้แสดงความคิดของเค้าแล้ว เสียงและความคิดของพวกเค้า ถูกได้ยินโดยทุกฝ่ายและทุกคนเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสม ที่จะนำความคิด และความต้องการของผู้ประท้วง มาพิจารณาร่วมกับความต้องการของประชาชนส่วนอื่น ๆ ในสังคมไทย หาเส้นทางที่เหมาะสมและเห็นชอบร่วมกันส่วนใหญ่ ผ่านกระบวนการในระบบรัฐสภา"
นอกจากนี้ เขาได้เรียกร้องให้ทุกฝ่าย "ถอยกันคนละก้าว เพื่อออกห่างจากทางที่จะนำไปสู่ปากเหว" หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ และความรุนแรง
"การใช้ความรุนแรง จะยิ่งนำมาซึ่งความรุนแรงที่มากกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ได้สอนเรามาแล้วหลายครั้ง ซึ่งตอนจบของทุกครั้งก็คือความเสียหายที่ทิ้งไว้กับประเทศ"
อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารย้ำว่าเขา "ได้ยินเสียงความต้องการของผู้ประท้วง" แต่ "ไม่สามารถบริหารประเทศตามเสียงประท้วงหรือความต้องการของผู้ประท้วงกลุ่มต่างๆ ทุกกลุ่มประท้วงได้"
"วงจรที่เราเคยเห็นกันมาตลอดว่า ไม่ว่าฝ่ายไหนมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ก็จะต้องเจอกับม๊อบอีกฝ่ายเสมอ และในที่สุด การบริหารประเทศก็ทำไม่ได้ และประเทศก็ไหลลงไปสู่ทางที่จะนำไปสู่ความวุ่นวายและหายนะ พวกเราทุกคนต้องช่วยกันทำลายวงจรนี้"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายกฯ แถลงข่าวหลังการประชุม ครม. นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 16 ต.ค.เรื่องการออกคำสั่ง ประกาศและข้อกำหนดต่าง ๆ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
นายกฯ "หดหู่"
นายกฯกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจอย่างมากทีมีการทุบตีทำร้ายตำรวจด้วยคีมเหล็กขนาดใหญ่ และพฤติกรรมรุนแรงอีกหลายอย่างต่อเจ้าหน้าที่ เป็นการตั้งใจทำร้ายคนไทยด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเรามองให้ลึกลงไปกว่านั้น แม้เราจะเห็นคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีเจตนาร้าย และปฏิบัติตัวไม่ดีอย่างรุนแรง แต่เวลาเดียวกัน เราก็เห็นว่า ยังมีคนอีกมากมายที่แม้ว่าจะกำลังทำผิดกฏหมาย แต่ก็ปฏิบัติตนด้วยความสงบ มีเจตนาดีที่ต้องการขอความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม และมีความจริงใจที่อยากจะเห็นประเทศดีขึ้น เรามองเห็นคนกลุ่มนี้ด้วย
"เราจะไม่สามารถได้มาซึ่งสังคมแบบที่เราต้องการ ด้วยการใช้คีมเหล็กขนาดใหญ่ตีใส่กัน หรือด้วยการทำลายเศรษฐกิจการหาเลี้ยงปากท้องของคนไทยด้วยกัน หรือด้วยการโจมตีสถาบันอันเป็นที่รักและเคารพยิ่งของคนไทย"
เขายอมรับว่า "เราก็ไม่สามารถได้มาซึ่งสังคมแบบที่เราต้องการ ด้วยการขอคืนพื้นที่ ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ด้วยเช่นเดียวกัน" และบอกว่า รัฐบาลพยายามผ่อนปรน หลีกเลี่ยง มีการประกาศให้ทราบก่อนทุกครั้ง ตามมาตรฐานสากล

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลโดยไม่มีผู้บาดเจ็บช่วงรุ่งสางของวันที่ 15 ต.ค. ผู้ชุมนุมย้ายมารวมตัวกันที่แยกราชประสงค์ในตอนเย็น
เสนอตัวลดความขัดแย้ง
พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ในฐานะผู้นำประเทศที่ต้องรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพที่ดีของประชาชนคนไทยทุกคน เขาจะเป็นคนเริ่ม "ก้าวแรก เพื่อที่จะลดอุณหภูมิความรุนแรง"
"ผมกำลังเตรียมที่จะยกเลิก พรก สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพฯ เร็วๆ นี้ ยกเว้น หากมีสถานการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น"
คำปราศรัย 15 นาที ของนายกฯ ยังไม่สามารถทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเปลี่ยนใจได้ หลังนัดรวมพลที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อ 17.000 น. แล้วเคลื่อนขบวนผ่านตำรวจคุมฝูงชนมาถึงบริเวณแยกยมราชเมื่อ 20.00 น. มุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล หลายจุดที่มวลชนเคลื่อนผ่าน ตำรวจที่ตั้งกำลังอยู่กลางถนนขยับเปิดทางให้มวลชนผ่านไป
Inga kommentarer:
Skicka en kommentar