torsdag 15 oktober 2020

ทนายความของอานนท์ นำภา บอกกับบีบีซีไทยเมื่อประมาณ 15.30 น. ว่าเขายังไม่สามารถติดต่อนายอานนท์ได้ ขณะที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายอานนท์ไม่สามารถเข้าถึงได้

อัปเดต: เวลา 16.02 น. นายวีรนันท์ ฮวดศรี ทนายความของนายอานนท์ ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่านายอานนท์เดินทางถึง จ.เชียงใหม่ และสามารถติดต่อกับทีมทนายได้แล้ว

แชร์แล้วทีมทนายความระบุ นายอานนท์ถึง จ.เชียงใหม่แล้ว

ช่วง 15.00 น. แฮชแท็ก #ทนายอานนท์ ขึ้นเทรนดิ้งอันดับ 2 ในทวิตเตอร์ประเทศไทยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่ปรากฏความคืบหน้าของนายอานนท์ นำภา และนายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ นักศึกษา ม.เชียงใหม่ ที่ถูกควบคุมตัวจากกรุงเทพฯ ขึ้นเครื่องบินตำรวจไป จ. เชียงใหม่

โดยก่อนออกเดินทาง นายอานนท์ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเมื่อเวลาประมาณ 11.15 น. ว่า "ล่าสุด มีหน่วยหนุมานกองปราบ พร้อมอาวุธ มาควบคุมตัวผม รอขึ้นฮอ ที่กองบินตำรวจ"

ผู้ใช้งานทวิตเตอร์บางส่วนใช้งานเว็บไซต์ตรวจสอบพิกัดการบิน ตั้งข้อสังเกตว่าพิกัดสุดท้ายของเครื่องบินที่นายอานนท์เดินทาง หรือเที่ยวบินหมายเลข 2E064 หรือ 28064 หยุดลงที่ 16°57'00.0"N 99°21'00.0"E ซึ่งเป็นพื้นที่ระหว่างจังหวัดตากและสุโขทัย ตั้งแต่เวลาประมาณ 14.20 น. ซึ่งเลยกำหนดการที่ทนายอานนท์ควรจะเดินทางถึง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ 14.00 น.

ขณะที่ ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนโพสต์ข้อความเมื่อเวลา 12.45 น. ให้ข้อมูลว่า " อานนท์ นำภา และ ประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ ถูกคุมตัวขึ้นเครื่องบินตำรวจ เลขประจำเครื่องบิน 28064. โดยไม่มีทนายความขึ้นไปด้วย ผู้อยู่บนเครื่องบิน ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 4 นาย นักบิน 2 ราย ช่างเครื่อง 2 ราย และหน่วยหนุมานกองปราบ คาดว่าจะนำตัวไป สภ.เมืองเชียงใหม่"

15.30 น. บีบีซีไทยสอบถามไปยังนายวีรนันท์ ฮวดศรี หนึ่งในทีมทนายความของนายอานนท์ เขาให้ข้อมูลว่าทีมทนายความพยายามติดต่อนายอานนท์แต่ไม่สามารถติดต่อได้ และยอมรับว่ามีความเป็นห่วงอยู่บ้าง

ส่วนนายประสิทธิ์นั้น มีสัญญาณเรียกแต่ไม่มีผู้รับสาย

ล่าสุด เมื่อเวลา 16.02 น. นายวีรนันท์ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่า นายอานนท์เดินทางถึง จ.เชียงใหม่แล้ว และสามารถติดต่อกับทีมทนายได้แล้ว

เพื่อไทยเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง

"การจัดชุมนุม...ไม่มีการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ"

พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการใช้อำนาจโดยไม่ถูกต้องชอบธรรมของรัฐบาลต่อการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนในนามของ "คณะราษฎร 2563" ด้วยการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ไม่ได้ดำเนินการด้วยความเป็นธรรมและเสมอภาคด้วยเหตุผลโดยสรุป 4 ประการ คือ

  1. เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 ไม่มีสถานการณ์ใดที่เข้าข่ายเหตุของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
  2. จากข้ออ้างที่ว่า มีการปลุกระดมให้มีการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนั้น หากจะมีความผิดก็เป็นเพียงความผิดอาญาตามกฎหมายปกติ ซึ่งมีบทลงโทษเพียงเล็กน้อย และเป็นเรื่องปกติของการจัดชุมนุม และการจัดชุมนุมก็ไม่ได้เกิดความปั่นป่วน วุ่นวาย และความไม่สงบเรียบร้อยของประชาชาชน และไม่มีการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ
  3. จากข้ออ้างเรื่องส่งผลกระทบต่อมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นข้ออ้างที่ไม่เหมาะสมเพราะมีการชุมนุมหลายครั้งแล้ว ในขณะที่ผู้ชุมนุมแต่ละคนมีการป้องกันตนเองและไม่มีข้อเท็จจริงว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 ในที่ชุมนุม
  4. การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ถือเป็นการปฏิบัติไม่ชอบธรรมและเป็นไปโดยไม่สุจริตและเกินกว่าเหตุ เพราะผู้ชุมนุมได้ประกาศให้ยุติการชุมนุมแล้ว เพียงเป็นเวลาวิกาลจึงนอนพักเพื่อรอรุ่งสางก็จะแยกกับภูมิลำเนา

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้หยุดการใช้อำนาจคุกคามประชาชนในทุกรูปแบบ และปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมตัวทันที

ไม่สน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ประชาชนเริ่มรวมตัวที่ราชประสงค์

15.15 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มรวมตัวที่แยกราชประสงค์ ฝั่งหัวมุมห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยรายงานว่าที่บริเวณแยกราชประสงค์ประชาชนหลายสิบคน เริ่มเดินทางมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชูสามนิ้ว และตะโกน "ประยุทธ์ออกไปๆ" รวมถึง "ปล่อยเพื่อนเราๆ"

ในเวลาเดียวกันมีเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่าการมาชุมนุม "เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ" กำลังตำรวจส่วนหนึ่งเข้ากันพื้นที่สกายวอล์คบริเวณทางเข้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อกดดันผู้ชุมนุมลงไปยังด้านล่าง ขณะที่สกายวอล์คฝั่งมุ่งหน้าสยามสแควร์ถูกปิด

แอมเนสตี้ฯ ห่วงสถานการณ์ในไทยหลังรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยหาทางเจรจากับผู้ชุมนุมเพื่อให้สถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น พร้อมกับแสดงความกังวลว่าข้อกำหนดที่ออกตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เช่น ห้ามการชุมนุมของบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และห้ามการเผยแพร่ข้อมูลที่ "อาจทำให้เกิดความหวาดกลัว"

"คำสั่งที่คลุมเครือและรุนแรงเช่นนี้ จะยิ่งนำไปสู่การจับกุม ควบคุมตัว และดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมมากขึ้น" มิงยู ฮาห์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคด้านการรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าว

"คาดว่าจะมีการชุมนุมอีกครั้งในวันนี้ เราจึงเรียกร้องทางการไทยให้หาทางเจรจากับผู้ชุมนุมเพื่อให้สถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น

"การจับกุมผู้ชุมนุมจำนวนมากเมื่อเช้านี้ (15 ต.ค.) เป็นวิธีการที่ไม่ชอบธรรมเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เพราะการชุมนุมเป็นไปโดยสงบ การดำเนินงานของรัฐเช่นนี้มีเจตนาอย่างชัดเจนเพื่อปราบปรามผู้ที่มีความเห็นต่าง ทำให้เกิดความหวาดกลัวในกลุ่มประชาชนที่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุม เราขอเรียกร้องให้ตำรวจไทยปล่อยตัวผู้ชุมนุมโดยสงบทั้งหมดทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข และผู้ชุมนุมทุกคนที่ถูกควบคุมตัวจะต้องสามารถติดต่อทนาย

คลิกดูเพิ่ม-จากทำเนียบรัฐบาลถึงราชประสงค์ เกาะติดสถานการณ์หลังสลายการชุมนุม "คณะราษฎร" - บีบีซีไทย

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar