fredag 16 oktober 2020

กษัตริย์นั้นเป็นทรราชโดยธรรมชาติ และ เป็นอาชญากรรมนิรันดร (จากยุคพ่อร.9 ต่อเนื่องสู่ยุคลูก ร.10) กษัตริย์ที่ชั่วและเลวทรามที่สุดในโลก กษัตริย์สวะสังคม มีหน้าที่เป็นโจรปล้นประเทศ ปั่นจักรยาน กิน และ ผสมพันธ์ ใช้ชีวิตอย่างเสเพลอยู่ในฮาเร็มที่เยอรมนี ขูดรีดเงินภาษีราษฏรปีละสามหมื่นล้าน สั่งฆ่าประชาชน มีรัฐบาลประยุทธ์เป็นสุนัขรับใช้ หน้าด้านและเลวทรามเหมือนหมา ประชาชนไล่ออกไม่ยอมออกกษัตริย์บ้ากามไม่มีความละอายแม้แต่น้อยยังยอมเป็นเครื่องมือให้พวกทหารเผด็จการมาเป็นกันชนให้พวกสุนัขรับใช้ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมทำร้ายเด็กนักเรียนนักศึกษามือเปล่าที่เรียกร้องหาความเป็นธรรม ให้เอาประยุทธออกไป ให้ปรับปรุงสถาบันกษัตริย์สวะสังคมให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ให้แก้รัฐธรรมนูญเผด็จการเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน การที่ประชาชนทุกระดับชั้น ทุกสาขาอาชีพ ตั้งแต่เด็กนักเรียนมัธยม นักศึกษาออกมาชุมนุมอย่างมืดฟ้ามัวดินในวันที 14-15-16 ตุลา เพื่อให้กษัตริย์และรัฐบาลเผด็จการประยุทธ์ของกษัตริย์ยอมรับข้อเรียกร้องคำตอบที่ประชาชนได้รับคือการยั่วยุของรถขบวนกษัตริย์ทีมีเมียคนที่สี่ที่เอามาจากพนักงานรับใช้บนเครื่องบิน " นุ้ย " สุทิดา ติดใจ เป็นราชินีนั่งรถขบวนเข้าไปในการชุมนุมในวันที่ 14 ตุลา มีเสียงโห่ร้องออกมาจากประชาชน " เอาภาษีกู ๆ ๆ ๆ ๆ " ไปตลอดทาง ในวันต่อมาก็ให้ตำรวจจับกุมประชาชนในข้อหาว่าไปคุกคามเสรีภาพราชินี แล้วกษัตริย์เลวๆชั่วๆอย่างนี้จะมีไว้ทำไม ? ในวันต่อมาเสียงประชาชนอันล้นหลามที่ราชประสงค์ก็ได้ตะโกนโห่ร้องอย่างกึกก้องว่า " ไอ้เหี้ยโอ ๆๆๆ " ในปี 1953 ก็มีเสียงร้องตะโกนของปวงชนที่ราชประสงค์ว่า " ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า อีห่าสั่งยิง " ในสมัยของ ร. 9 พ่อของ ร.10 ก็ไม่ได้ต่างกันคือสถาบันกษัตริย์ฆาตกรสืบราชสันตติวงค์ต่อมาจากรุ่นพ่อถึงรุนลูก แล้ววันนี้กษัตริย์บ้ากามและราชินีที่มาจากชนชั้นคนชนชั้นธรรมดายังมานั่งเสนอหน้าให้คนกราบไหว้อยู่อีกคุณไม่มีความรู้สึกเป็นมนุษย์เหลืออยู่ อีกแล้ว ออกไปได้แล้วถ้าไม่อยากให้ถูกไล่ออกเหมือนกษัตริย์ในประเทศเนปาล

บีบีซีไทย - BBC Thai

3 tim

ข่าวพระราชสำนักรายงานว่า ทั้งหมดเป็นอดีตคอมมิวนิสต์ที่เคยปฏิบัติงานในพื้นที่ จ.นครพนม ซึ่งรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ จนปัจจุบัน "ทุกคนเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ใช้ชีวิตเรียบง่าย มีความหนักแน่น และน้อมรับเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้"

ตอนนี้ก็คงจะเข้าใจว่าบ้านเมืองต้องการคนรักชาติ ต้องการคนรักสถาบัน
( ชาติเป็นของประชาชนไม่ใช่ของกษัตริย์บ้ากาม สถาบันกษัตริย์สวะสังคมที่กำลังจะจบลงเหมือนกษัตริย์เนปาน)
บีบีซีไทย - BBC Thai
9 tim

Bilden kan innehålla: natt och utomhus

ประมวลภาพเหตุการณ์ ตำรวจเข้ากระชับพื้นที่และฉีดน้ำและสารเคมีสีฟ้าเพื่อสลายการชุมนุมของ “คณะราษฎร 2563” บริเวณแยกปทุมวัน โดยเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันอยู่บน ถ.พญาไทได้ประกาศยุติชุมนุม และประกาศนัดชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 17 ต.ค.นี้ โดยขอให้กลุ่มผู้จะเข้าร่วมชุมนุมติดตามข่าวทางโซเชียลมีเดียว่าจะมีการนัดชุมนุมขึ้นที่ใดต่อไป

          Bilden kan innehålla: en eller flera personer och personer som står

         Bilden kan innehålla: en eller flera personer, personer som står och utomhus   

         Bilden kan innehålla: utomhus, text där det står ”REUTERS”       



#เผด็จการเพื่อประเทศชาติ คือ #คำพูดภูมิพล

พระราชดำรัส สุดอเมซิ่งของภูมิพล พูดไว้เมื่อ 14 ธันวา 2519 

ขี้ข้าจึงนำมาพูดซ้ำในวันที่ 29 ธันวา 2557

"อีกด้านหนึ่งยากที่จะพูดเหมือนกัน แต่ว่าต้องพูด ว่ามีบทบาททางการเมือง 
มิใช่ว่าทหารจะต้องไปเล่นการเมือง แต่หากว่าการเมืองมาเล่นทหาร 
และเห็นได้ชัด อันนี้ก็เกี่ยวข้องโดยตรงกับท่านทั้งหลายที่เป็นนายพล
เช่น หนังสือพิมพต่างประเทศเขียนไว้และเจาะจงว่า 
นายพลไทยยึดอำนาจ นายพลไทยเป็นเผด็จการ ซึ่งถ้่าเป็นเช่นนั้นจริง
ก็เป็นหน้าที่รับผิดชอบของท่านนายพลไทยไม่ใช่น้อย เพราะว่าถ้า #เผด็จการก็ต้องเผด็จให้ดี #เพราะว่านายพลไทยและทหารไทยทั้งหลาย ไม่เคยเผด็จการ
เพื่อให้เป็นเผด็จการแบบฝรั่ง #พยายามที่จะทำเพื่อประเทศชาติ"

พระราชดำรัส พระราชทานในพิธีประดับยศนายทหารชั้นนายพล 
ณ พระที่นั่งบรมพิมาน วันอังคารที่ 14 ธันวาคม 2519

http://www.openbase.in.th/files/14122519.pdf

// Nadier

Saint-Just อธิบายว่า กษัตริย์นั้นเป็นทรราชโดยธรรมชาติและโดยตัวของมันเอง เราไม่ต้องพิจารณาเลยว่าการกระทำของกษัตริย์หรือการบริหารราชการแผ่นดินของ กษัตริย์มีความผิดทางอาญาหรือไม่ ....... คัดมาจากบทความตอนหนึ่งของการเสวนาของคณะนิติราษฎร์ เมื่อ ๓๐ กย. ๒๕๕๕ ( จากการอธิบาย ของ Saint - just เราก็สามารถสรูปได้ว่า ภูมิพลก็คือ " ทรราชและ อาชญากรรมนิรันดร " ต่อประชาชนเพราะปล้นอำนาจมาจากปวงชนชาวไทย ) 

วิจารณ์ลักษณะที่สอง  ในสังคมการเมือง อำนาจเป็นของประชาชนเสมอ เพียงแต่ว่ายุคใดสมัยใด อำนาจนั้นจะถูก “แย่งชิง” ไปหรือไม่ หรือประชาชนจะมอบอำนาจนั้นให้แก่ใคร ดังนั้น หากจะย้อนกลับไปหาความเป็นเจ้าของอำนาจ ในท้ายที่สุดก็จะเจอประชาชนในฐานะเจ้าของอยู่ดี การอ้างว่ากษัตริย์เป็นผู้ทรงอำนาจ เป็นผู้ปกครอง มาตั้งแต่นมนาน ในสังคมการเมืองหนึ่งอาจไม่เคยขาดซึ่งสถาบันกษัตริย์เลย นั่นอาจเป็นการอ้างตามประวัติศาสตร์ของพวกราชาชาตินิยม ประวัติศาสตร์ของเจ้า ไม่จำเป็นต้องเป็นโค้ดของเรา Saint-Just อธิบายว่า กษัตริย์นั้นเป็นทรราชโดยธรรมชาติและโดยตัวของมันเอง เราไม่ต้องพิจารณาเลยว่าการกระทำของกษัตริย์หรือการบริหารราชการแผ่นดินของ กษัตริย์มีความผิดทางอาญาหรือไม่ ถ้ากษัตริย์เป็นทรราช นั่นไม่ใช่เพราะความผิดจากการบริหารราชการแผ่นดินของเขา แต่เขาเป็นทรราชก็ด้วยลักษณะของความเป็นกษัตริย์นั่นแหละ Saint-Just เสนออย่างชาญฉลาดว่า การที่กษัตริย์ยึดครองอำนาจสูงสุดของประชาชนไปใช้เอง นั่นแสดงให้เห็นว่าลักษณะของความเป็นกษัตริย์เป็นอาชญากรรมนิรันดร (crime éternel) ต่อประชาชน มนุษย์จึงย่อมมีสิทธิสัมบูรณ์ในการลุกขึ้นสู้และติดอาวุธ   Saint-Just อธิบายว่า ไม่มีใครสามารถครองราชย์ได้อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง เพราะ กษัตริย์ทั้งหลายล้วนแล้วแต่เป็นกบฏและเป็นผู้แย่งชิง (usurpateur) อำนาจของประชาชนไป

 
หรือในประกาศคณะราษฎร “ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศของเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศมีอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบ และกวาดรวบทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎร เพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั้นเอง”
หากพิจารณาตามแนวทางนี้ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนหรือไม่ เพราะ อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนเสมอ ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตลอดกาล เพียงแต่ว่าบางช่วงบางตอน ถูก “ฉกฉวยแย่งชิงขโมย” ไป และสักวันหนึ่ง ประชาชนก็เอากลับคืนมาจนได้




Inga kommentarer:

Skicka en kommentar