onsdag 14 oktober 2020

Bilden kan innehålla: 6 personer, text

อดีต พญ.สุพัตตรา สิทธิราชา อายุ 82 ปี ระบุเข้าร่วมชุมนุมเพราะอยากมาให้กำลังใจเด็กๆ และอยากเห็นประเทศที่ดีขึ้นกว่าเดิม

“ป้ามาตั้งแต่ก่อนปี 49 ตอนที่มีชุมนุมก็พยายามมาทุกครั้ง เพราะอายุเรามากแล้วอยากจะสัมผัสว่าเด็กเขาคิดอะไรยังไง และเราก็อยากจะมาให้กำลังใจเด็ก เราชื่นชมที่เขามีความกล้า ปัญญาเขาแหลมคมมาก

ที่มาร่วมชุมนุมเพราะเราไม่ค่อยจะชอบความอยุติธรรม ไม่ชอบความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว แล้วบางครั้งการปกครอง ทัศนคติ ทัศนวิสัยของผู้นำเราก็อยากให้เทียบเท่าต่างประเทศบ้าง หรือถ้าไม่เทียบกับต่างประเทศเราก็อยากให้เป็นของตัวเอง หรือว่าอยากให้สามารถนำประเทศ ไม่เฉพาะคนข้างบนแต่รวมถึงคนข้างล่าง ชนชั้นกลางต่างๆ ให้เขาสามารถลืมตาอ้าปาก เขาจะต้องมีโอกาส มีสวัสดิการที่ดีกว่านี้ มันเหลื่อมล้ำมากเกินไปจนเขาอยู่ไม่ได้”

ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดยังไงที่ฝั่งตรงข้ามเขาบอกว่ารัฐบาลทำดีแล้ว เธอตอบว่า

“ก็ช่างเขาสิ มันเป็นความคิดของเขา ทุกคนสามารถมีความคิดได้ มันขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขาได้รับข้อมูลมา หรืออย่างบางทีดูสื่อข้างเดียว แล้วก็ความในใจลึกๆ ที่เราถูกปลูกผังมาตลอดถูกย้ำมาตลอด มันก็มีผลในการตัดสินใจ อันนี้เราเคารพความคิดเห็น คนเห็นต่างก็อยู่กันได้ เพียงแต่เราไม่อยากให้เขาเอาข้อนี้มาหาว่าเราชังชาติ หนักแผ่นดินบ้าง เมาบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง อันนี้เราว่ามันไม่ถูก แล้วก็มาดูถูกเด็กๆ ว่าไม่รู้เรื่องมันไม่ได้ ถ้าเขาเปิดใจนะ ได้มาสัมผัสจะเห็นว่าสติปัญญาพวกเขามันเกินรุ่นป้าไปมากๆ เวลามาเราได้สัมผัสบรรยากาศก็ทำให้เรามีพลังงานเพิ่มขึ้น มีกำลังใจเพิ่มขึ้นด้วย”

เมื่อถามว่ากังวลไหมที่มีการจัดม็อบข้างๆ กัน เธอตอบว่า

“สำหรับพวกเราไม่กังวลอะไรเลย เพราะเรามาแบบบริสุทธ์ใจ เราไม่ได้จะเป็นศัตรูอะไรกับใคร แต่ว่ากลุ่มนั้นอาจจะเกณฑ์มาเราเข้าใจ เป็นข้าราชการบ้างอะไรบ้าง เราเข้าใจแล้วเราก็ยอมรับ แต่เราก็สามารถชุมนุมไปด้วยกันได้ แล้วอย่ามาสร้างความเกลียดชัง มันทำให้เราคนไทยเดิมทีแทนที่จะรักกัน เป็นเพื่อนกัน เป็นพี่น้องกัน แต่พอมีอย่างนี้เข้ามาทำให้เข้าหน้ากันไม่ได้ ซึ่งมันไม่ควร”

“ฝากถึงทุกคนที่รักความเป็นธรรมเปิดใจให้กว้างๆ แล้วก็ศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนที่จะวิจารณ์อะไรออกไป เพราะว่าตอนนี้ประเทศเราต้องการความสามัคคี ตอนนี้ประเทศไทยวิกฤติทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ศาสนา ทุกอย่าง”

Bilden kan innehålla: text där det står ”สถานีสามยอด 117/9 ถนน มหาไชย แขวง ทำเนียบรัฐบาล ถนนนค รปฐม แขวง ดุสิต เพิมจุดหมาย วัดเบญจมบพิตร ดุสิตวนาราม/ ส วงศึกษาธิการ ตริ หาร รถเมล์ 16 ประชาชื่น-สุรวงค์ 201 อนุสาวรีย์ชัย-สายใต้ใหม่ สำโรง-เทเวศร์ 505 ปากเกร็ด-สวนลุม ศรือ ถนน พิษณโลก ทำเนียบรัฐบาล MRT สามยอด โสมนัสราชวรวิหาร ตพระนคร แขวง กษม วัดโสมนัส ಗ 30 นาที 2.4 กม. ลวง ถุนุน พิษณโลก ที่หย ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร ಗ 33 นาที 2.6 2.6กม. แขวง บ้านบาตร วัดราชบพิธสถิตมหา สีมารามราชวรวิหาร หลวง Oสถานีสามยอด ถนน สนามไ Hua Chiew Hospital แขวง วัดเทพศิรินทร์ วัดเทพ วัดเทพศิรินท ราวาสราชวรวิหาร ไซน่าเวิลด์ ประชาไท มูลนิธิป่อเต็กติ้ง”

แนะเดินทางไปม็อบโดย mrt ลงสถานีสามยอดแล้วเดินเท้าต่อ ปิดถนนพิษณุโลกแยกนางเลิ้งถึงหน้าทำเนียบ

ข่าวจราจร FM91 รายงานว่า เวลา 18.22 น. สะพานปิ่นเกล้า รถผ่านได้ทั้งสองฝั่ง

เวลา 18.23 น. ตรงวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาทางผ่านฟ้า รถผ่านได้แล้วทั้งสองฝั่งแต่ติดขัด เพราะบนถนนนครสวรรค์ยังมีผู้ชุมนุม

เวลา 18.36 น. หัวขบวนผู้ชุมนุมถึงหน้าทำเนียบ ส่วนท้ายขบวนของผู้ชุมนุมอยู่ที่บริเวณแยกนางเลิ้ง เป็นการปิดถนนพิษณุโลก (ช่วงแยกนางเลิ้ง ถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล) โดยปริยาย

ขณะที่ เพจ Chao Phraya Express Boat - เรือด่วนเจ้าพระยา รายงานว่า เรือด่วนเจ้าพระยา งดเข้าจอดรับ-ส่งที่ท่าวัดอรุณฯ ในวันที่ 14 ต.ค.63

สำหรับเส้นทางที่แนะนำคือการเดินทางโดย mrt มาลงที่สถานีสามยอด ออกประตู 3 แล้วเดินเท้าต่อไปถึงทำเนียบรัฐบาล โดยไปทางถนนมหาไชยแล้วเลี้ยวขวาเพื่อไปยังถนนราชดำเนินนอก ข้ามสะพานมัฆวานรังสรรค์ จนถึงทำเนียบรัฐบาล

รถเมล์สายที่ผ่าน ทำเนียบรัฐบาลมี 7 สาย คือ
16 ประชาชื่น-สุรวงศ์
201 อนุสาวรีย์ชัย-สายใต้ใหม่
23 สำโรง-เทเวศร์
505 ปากเกร็ด-สวนลุม


Inga kommentarer:

Skicka en kommentar