tisdag 13 oktober 2020

Update : โปรเจ็กสุดท้ายในชีวิตที่ในหลวงทำคือการสตาร์ท"ตุลาการภิวัฒน์" เมื่อ10ปีก่อน-นี่เป็นหายนะที่จะอยู่กับประเทศไทยไปอีกนาน

Somsak Jeamteerasakul
 
โปรเจ็กสุดท้ายในชีวิตที่ในหลวงทำคือการสตาร์ท"ตุลาการภิวัฒน์" เมื่อ10ปีก่อน-นี่เป็นหายนะที่จะอยู่กับประเทศไทยไปอีกนาน goo.gl/pF6UqO

โปรเจ็กสุดท้ายในชีวิตที่ในหลวงทำ คือการ launch หรือสตาร์ท เมื่อสิบปีก่อน สิ่งที่เรียกว่า "ตุลาการภิวัฒน์" - คือการทำให้ "กระบวนการยุติธรรม-ศาล" ทั้งหมด กลายเป็นกลไกการเมือง สำหรับจัดการปัญหาการเมืองและผู้เล่นทางการเมือง

ผลก็คือ - พร้อมๆกับตัวในหลวงและสถาบันกษัตริย์เอง - กระบวนการยุติธรรม-ศาลทั้งหมด ไม่สามารถเป็นตัวกลางหรือจุดร่วมที่ทุกฝ่ายในสังคมจะยอมรับร่วมกันได้อีก

นี่เป็นหายนะที่จะอยู่กับประเทศไทยไปอีกนาน

............

หมายเหตุ: ผมมองว่า การจัดการปัญหาการเมืองด้วยกระบวนการทางกฎหมาย อาจจะทำได้ในบางกรณีอย่างจำกัดมากๆนะ แต่ไม่ใช่ในลักษณะที่ทำให้กระบวนการยุติธรรม-ศาลทั้งระบบกลายเป็นเครื่องมือการเมืองแบบนี้

"With great power comes great responsibility" สิบปีนี้ ในหลวงตัดสินใจผิดพลาดสำคัญๆ 2-3 ครั้ง goo.gl/xedPF1

"With great power comes great responsibility"

"[สนธิ บุญยรัตกลิน] กล่าวว่าในหลวงทรงผ่อนคลายและมีความสุข ทรงยิ้มตลอดเวลาการเข้าเฝ้า"

บันทึกการสนทนาทูตสหรัฐกับสนธิ โทรเลขวิกิลีกส์ 06BANKOK5811 (20 กันยายน 2549)

...................

สิ่งที่เป็น biggest irony หรือ ตลกร้ายใหญ่สุด ของวิกฤติปัจจุบันของไทยคือ ถ้าจะมีใครสักคนที่สามารถ "ปลดล็อค" วิกฤติได้ คือในหลวง --- เมื่อประมาณ 7-8 ปีก่อน (แม้แต่ปัจจุบันนะ ถ้าไม่นับว่าในหลวงทรงไม่รู้สึกตัวแล้ว และแม้จะไม่ได้รับการยอมรับในทางเป็นจริงจากฝ่ายหนึ่งอย่างมากแล้ว แต่ด้วยสถานะที่ยังมีอยู่ ก็ยังทรงเป็นคนเดียวที่ทำได้)

"ปม" ใหญ่ที่สุดของวิกฤติปัจจุบันคือ ไม่มีบุคคล, องค์กร, สถาบัน, กระบวนการ หนึ่งใด ที่ได้รับการยอมรับโดยแท้จริงของทั้งสองฝ่าย/ทุกฝ่าย: ไม่ใช่สถาบันกษัตริย์, ศาล, การเลือกตั้ง, ฯลฯ ไม่มี "ฉันทามติ" เรียกว่าในทุกเรื่องสำคัญทางการเมือง - หรือพูดในภาษาทางทฤษฎีหน่อย ไม่มี "อำนาจนำ" (hegemony) ใดๆ ในสังคมไทยขณะนี้

ในรอบสิบปีนี้ ในหลวงตัดสินใจผิดพลาดทางการเมืองสำคัญๆอย่างน้อย 2-3 ครั้งใหญ่ๆ (เวลาผมพูดว่า "ผิดพลาด" นี่ ใช้บรรทัดฐานของการรักษาสถานะของสถาบันกษัตริย์เองเลยนะ คือ ทำให้สถาบันฯอยู่ในสภาพที่เสื่อมทรุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน - ซึ่งแน่นอน โดยตัวเองเรื่องนี้ไม่ใช่อะไรที่ผมมาเศร้าโศกแทน แต่ปัญหาคือ ความผิดพลาดนั้น มันไม่ใช่ส่งผลในเชิงความเสื่อมของสถาบันฯ แต่ส่งผลโดยรวมต่อทั้งสังคมด้วยในแง่ที่ว่า ทำให้วิกฤติถึงทางตันมากขึ้นๆ จนแก้ไม่ได้ในทุกวันนี้)

เป็นความจริงที่ว่า ค่ายทักษิณเอง ตัวทักษิณ ตัดสินใจผิดพลาดทางการเมืองสำคัญๆ อย่างน้อย 2-3 ครั้งเช่นกัน

ทั้งในหลวงทั้งทักษิณ แชร์สภาพที่เป็นปัญหาสำคัญมากอย่างหนึ่ง ซึ่งสะท้อนปัญหาความสัมพันธ์ทางสังคม-วัฒนธรรมของไทยที่ใหญ่มาก คือ ทั้่งคู่ ไม่มีคนที่สามารถคุยด้วยได้จริงๆ (ไม่มี "ที่ปรึกษา" ในความหมายที่สามารถให้คำปรึกษา เถียง วิจารณ์ กับทั้งคู่ได้ ทำให้ทั้งคู่ยอมฟัง เปลี่ยนความตั้งใจได้ - สมัยก่อน ครั้งหนึ่ง ขนาดสัญญา ธรรมศักดิ์ ไม่เห็นด้วยกับการที่ในหลวงจะเอาถนอมกลับเข้ามา ยังไม่กล้าเถียงหรือบอกในหลวงตรงๆเลย .. ครั้งนั้นโชคดีที่ในหลวงรู้สึกตัวทัน และเปลี่ยนใจเองก่อน แต่ถ้าเกิดไม่เปลี่ยนใจเอง ก็ไม่มีใครกล้าหรือสามารถบอกได้ว่า ควรทำอย่างนั้นอย่างนี้ ... กรณีทักษิณก็เหมือนกัน ตัดสินใจโง่ๆเรื่องเหมาเข่ง โดยที่ทั้งพรรคที่เต็มไปด้วยเสือสิงห์กระทิงแรดมีประสบการณ์ทางการเมือง ไม่มีใครกล้าหรือสามารถเถียงให้เปลี่ยนใจได้)

และทั้งหมดนี้ โชคร้ายก็ตกอยู่กับสังคมไทยและประชาชนโดยเฉพาะระดับธรรมดาๆทั่วไป

..............

ปารีส, ฝรั่งเศส
19 กันยายน 2559

 
บีบีซีไทย - BBC Thai
5 tim

ตลอดระยะเวลา 70 ปีในรัชสมัยของรัชกาลที่ 9 (พ.ศ. 2489-2559) เป็นสัดส่วนที่ยาวนานมาก หากเทียบกับ 85 ปี ของการปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ตามความเห็นของ ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ
.
นอกจากพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ยังมี "พระราชอำนาจเพื่อทรงอภิบาลการเมือง" ซึ่งถือเป็น "พระราชอำนาจเฉพาะพระองค์"
.
พระราชดำรัสของ ร. 9 ที่เชื่อว่าอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน หนีไม่พ้น 3 เหตุการณ์ทางการเมืองคือ เหตุการณ์ "มหาวิปโยค" 14 ต.ค. 2516 เหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ" 2535 และเหตุการณ์ "วิกฤตที่สุดในโลก" จ...Visa mer


Inga kommentarer:

Skicka en kommentar