สองคน สองคม...ตัวจริงเสียงจริงสองขี้ข้าทาสรับใช้ ที่เป็นมือตีนให้แก่กษัตริย์เผด็จการทรราชฆาตกรเจ้าของระบอบราชาธฺิปไตย เมื่อกษัตริย์ และราชินีหมดสภาพความเป็นคนไปแล้ว เปรมและ นางจรุงจิต ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญก็ออกมาใช้อำนาจแทน ที่ขับเคลื่อนโดยใช้อำนาจเถื่อนสั่งการองค์กรอิสระต่างๆ ศาล ทหาร เจ้าหน้าที่รัฐ พวกม็อบโจรใต้ ให้ขัดขวางทำลายประเทศชาติและปล้นแย่งชิงอำนาจรัฐที่มาจากประชาชนให้ได้ทุกวิถีทาง เพื่อคงอำนาจของสถาบันและพรรคพวกตัวเองไว้....ไอ้อีสองตัวกาลีนี้ประชาชนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือขุดรากถอนโคนให้หมดไปจากประเทศไทยให้หมด....นี่คือพวกสวะ หรือสิ่งปฎิกูลของประเทศ....ที่ทำให้ชาติต้องล่มจมและพังทะลายอู่ในเวลานี้.
จะอยู่กันอย่างไร? ถ้าศาลและองค์กรอิสระ คิดทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง แทนทหาร
by Red Heart,
9 มีนาคม 2014 เวลา 11:17 น.
ถ้า นายกฯ ลาออกย่อมผิดเงื่อนไขในข้อกฎหมายของรัฐธรรมนูญ***การปลดออกจากนายกรักษาการ พวกมึง องกรอิสระฯ มึงต้องไปแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ๕๐ ก่อนที่จะพิพากษาว่านายกให้ต้องพ้นสภาพรักษาการ พวกมึงทำความเข้าใจ คำว่ารักษาการให้ถ้องแท้ เขามาอยู่ในตำแหน่งที่รัฐธรรมนูญ ให้เป็นยามรักษาสังคมไทย และ ประเทศไทย ปลดจากตำแหน่งยามก็ต้องฉีกใบสัญญาว่าจ้างทิ้งไป เพราะสัญญาว่าจ้างนั้นก็คือ รัฐธรรมนูญปี๕๐ นั้นเอง การทำเช่นนั้นเท่ากับ องกรอิสระฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ไม่ต่างอะไรกับการยึดอำนาจประชาชนโดยตรง เหมือนกับการยึดอำนาจประชาชนโดยใช้ศาลฯ ทำการปฏิวัติรัฐประหารโดยองค์กรอิสระ ซึ่งศาลจะเป็นผู้การกบฎสะเอง ไม่ต่างอะไรกับใช้ทหารยึดอำนาจ แต่จะเลวร้ายยิ่งกว่า เพราะศาลฯเป็นสัญลักษณ์แห่งความเที่ยงธรรม แต่คิดการก่อการกบฎ เป็นการสะท้อนอำนาจนอกระบบ ที่พยายามบั่นทอนอำนาจประชาชน มาเนินนาน จนประชาชนเข้าใจว่าอำนาจสูงสุดอยู่ที่กฎหมายและผู้เป็นจอมบ่งการหรือมาเฟีย ที่เขียนกฎหมายให้เกิดความไขว้เขว้ และทับซ้อนอำนาจ บริหารจัดการที่เป็นของประชาชน เพราะคำว่าประชาธิปไตย อำนาจสูงสุดก็ยังเป็นของประชาชน และถ้าประชาชนลุกขึ้นมาหาคำตอบความถูกต้อง ประชาชนต่างหากที่จะเป็นตัวฉีกกฎหมายอัปรีย์นี้ทิ้งไป และเกิดความชอบธรรม เพราะเป็นการ ปฎิวัติรัฐประหารโดยประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ศาลฯและองกรอิสระ เป็นเพียงลูกจ้างของประชาชน ในรัฐธรรมนูญ๕๐ ที่ใช้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข (คำว่าพระประมุขนั้น ความหมายคือขนบธรรมเนียมปฏิบัติ ที่ดีงามและสวยงาม ซึ่งจะละเมิดธรรมเนียมมิได้ จะถือว่าผิดกฎหมาย แต่ไม่ได้มาใช้ฟุมเฟื่อยกับบทลงโทษทางกฎหมาย ถ้าผู้ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจกฎหมาย พระองค์ทรงมีความเมตตา ไม่คิดเอาโทษทัณฑ์อยู่แล้ว) ดังนั้น การเขียนกฎหมายอะไรขึ้นมาเพื่อบังคับใช้ ต้องคำนึงถึงอำนาจของประชาชน ไม่ใช่เขียนกฎหมายเพื่อตีความ และ เชื่อได้ว่า ผิด หรือ ถูก ต้องเป็นของพวกกู พวกมึง แล้วคำว่าความถูกต้องซึ่งสถิตย์ไว้ซึ่งความยุติธรรม จะคว้านหาได้จากสถาบันใด มิกลายเป็นการปกครองแแบมาเฟียกระนั้นฤๅ
Inga kommentarer:
Skicka en kommentar