söndag 30 mars 2014

สองวงศ์.... จุดอ่อนและความขัดแย้งของทหาร ในกองทัพไทย ,,

เรื่อง สองวงศ์
โดย กาหลิบ

เวลางวดใกล้เข้ามา สมาชิกของสองวงศ์แห่งกองทัพไทยก็ขยับกระสับกระส่ายไปตามๆ กัน ใครฉลาดก็วางแผนล่วงหน้า ใครโง่ก็ขยายขี้เท่อออกมาในช่วงนี้ ทั้งหมดนี้เป็นอาการของความไม่มั่นใจว่าบ้านเมืองจะผันแปรไปอย่างไรเมื่อท้องฟ้าเปลี่ยนสี
คำว่าสองวงศ์นั้น ก็มาจากเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ดูเหมือนจะเรียกกันว่าวงศ์เทวัญและทหารเสือฯ
ความขัดแย้งกับกัมพูชาที่แสดงออกอย่างเปิดเผย ความขัดแย้งลึกๆ กับเมียนมาร์และลาว ภาพการปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนแบบไม่ติดเบรก เหล่านี้เป็นตัวอย่างของความหวั่นไหวที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักในกองทัพไทย โดยเฉพาะในกองทัพบก เพราะคนที่หนักแน่นมั่นคงเขาจะไม่ออกอาการมือสั่นงันงก
เรื่องนี้น่าวิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้น?
กองทัพไทยจะเก่งกล้าสามารถเพียงใด เราไม่อาจดูย้อนไปที่บรรพบุรุษผู้รักษาชาติบ้านเมืองแต่กาลก่อนเท่านั้นได้ เราต้องตัดตอนประวัติศาสตร์ร่วมสมัยจนถึงในปัจจุบันมาพิจารณาด้วย เมื่อทำเช่นนั้นแล้วจะพบข้อเท็จจริงว่า กองทัพไทยมิได้ทำการรบพุ่งตามความรู้ความสามารถมานานนับสิบปีแล้ว ครั้งล่าสุดเมื่อเกิดเหตุปะทะกับเพื่อนบ้านทั้งกับลาวและเมียนมาร์ ก็สิ้นสุดยุติลงด้วยการแทรกแซงช่วยเหลือทางการเมืองในระดับสูง
เรื่องที่ได้รับชัยชนะทางทหารมาภาคภูมิใจกันนั้น แทบจะจำกันไม่ได้แล้วว่า ครั้งล่าสุดคือเมื่อใด จะสอนหนังสือปลุกใจเด็กต้องย้อนกลับไปถึงสมัยอยุธยาหรือต้นรัตนโกสินทร์โน่น
พูดกันตรงๆ คือทหารไทยไม่ได้ทำหน้าที่รบเพื่อชาติมานานหลายสิบปีแล้ว อย่างมากก็เป็นการลาดตระเวนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและเข้าร่วมซ้อมรบกับสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรฝ่ายขวาของตน
กองทัพไทยจึงใช้เวลาหลายสิบปีที่ผ่านมานี้กับเรื่องของการเมือง ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ ผู้นำกองทัพบกส่วนมากเข้ามาร่วม เล่นการเมืองกับเขาทั้งที่เขาไม่ได้เชิญ แต่ปากแข็งอยู่เสมอว่ากองทัพไม่ได้ข้องเกี่ยวกับการเมืองและมีเอาไว้เพื่อปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งเป็นแนวคิดการเมืองที่พูดเหมือนเจาะปากกันมาพูดตั้งแต่ช่วงต่อต้านคอมมิวนิสต์และในช่วงหลังเข้าร่วมฆาตกรรมประชาชนเมื่อ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และพื้นที่ใกล้เคียง
ผู้บัญชาการทหารบกยุคต่างๆ เข้ามาชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีบ้าง ก่อรัฐประหารบ้าง ก่อกบฏบ้าง อย่างต่ำก็ส่งตัวเองและพรรคพวกเข้าไปนั่งในวุฒิสภาในบางยุค หรือให้สัมภาษณ์โชว์ว่าตนเองมีอำนาจชี้นำการเมืองในระดับชาติได้ ในขณะที่เสวยสุขกับผลประโยชน์โภชย์ผลต่างๆ เช่น ส่วนแบ่งในงบประมาณหลวงและงบประมาณลับ เป็นต้น
ผลจากปรากฏการณ์นี้ ทำให้เกิดเส้นแบ่งทหารของกองทัพบกออกเป็นสองขั้ว ขั้วหนึ่งเป็นทหารแท้ๆ รับราชการด้วยความจงรักภักดีต่อประเทศชาติและประชาชน อีกขั้วหนึ่งเป็นนักฉวยโอกาสอย่างนักการเมืองระดับต่ำและเกาะขาคนนั้นคนนี้ขึ้นมาสู่ตำแหน่งสูงโดยไม่มีความสามารถ บางคนถูกถ่มถุยอยู่เบื้องหลังด้วยซ้ำไปเพราะคนในกองทัพส่วนใหญ่เขาไม่เคารพนับถือ
เขากระซิบกันต่อๆ มาว่า กลุ่มทหารเสือฯ ได้แสดงพฤติกรรมที่ไม่ต่างอะไรเลยจาก พรรคทหารเสือฯในกองทัพที่มีเกียรติ เพราะเล่นการเมืองอย่างหนัก ตามงานเลี้ยงระดับสูงและในวงสนทนายามค่ำคืนของผู้ที่มีวิสัยนอนกลางวันและตื่นกลางคืน เพื่อเชียร์ตัวเองและพวกกันเป็นบ้าเป็นหลัง มีโอกาสก็ดึงขึ้นสู่ตำแหน่งตามกันไป เพื่อคอยระวังหลังให้แก่กัน พร้อมกันนั้นก็ใช้เท้าถีบทหารอีกสายหนึ่งที่ไม่ชำนาญการเชลียร์และการประจบสอพลอให้เขาหมดสิ้นอนาคต ไม่ต่างอะไรจากนักการเมืองสายพันธุ์เก่าที่เอาระบบเล่นพรรคเล่นพวกมาบูชาจนเหนือกว่าทุกสิ่ง
ทหารแท้ๆ ในกองทัพเขาซึ้งใจดีว่า ผู้บัญชาการทหารบกแต่ละนาย หรือแม้แต่นายพลระดับสูงที่มีอำนาจในกองทัพช่วงหลังๆ นั้น มีเกียรติยศไม่เท่ากัน เบื้องหลังการเข้าสู่ตำแหน่งของหลายคนน่านำมาเผยแพร่นินทาและเย้ยหยัน เพียงแต่เขาพูดดังๆ ไม่ได้เพราะวินัยและเกรงอำนาจในมือคนชั่วเท่านั้น
ปัญหาคือทั้งสองวงศ์กำลังนั่งเกวียนเล่มเดียวกันมาจนถึงปากเหว
ถ้าปล่อยควายตัวเดิมลากไปไกลกว่านี้ก็คงร่างแหลกกันทั้งสองวงศ์ แต่ถ้าขัดขืนโวยวายตรงๆ ควายก็คงจะขวิดเอา
เขาจึงสร้างเกวียนเล่มใหม่เขาไว้เงียบๆ เผื่อว่าใกล้พ้นปากเหวเมื่อไหร่ จะได้ผ่องถ่ายส่วนดีๆ ของกองทัพมาไว้ในพาหนะใหม่ได้ทันการณ์ เพื่อป้องกันประเทศชาติบ้านเมืองตามอุดมการณ์เดิม
มีใครรายงานท่านผู้บัญชาการฯ ให้ได้ทราบและสำเหนียกหรือยังก็ไม่รู้.
---------------------------------------------------------------------------

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar