สุนทรกถา
The Great Dictator
จงอย่าหมดหวัง
ให้วัยหนุ่มสาวมีอนาคต
ให้วัยชรามีความมั่นคง
เผด็จการทั้งหลายจะม้วยมอด
ชาลี แชปปลิน เขียน
สุชาติ สวัสดิ์ศรี แปล
ข้าพเจ้าเสียใจ ข้าพเจ้าไม่ได้ต้องการเป็นจักรพรรดิ
มันไม่ใช่ธุระอะไรของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ต้องการปกครองหรือยึดครองผู้ใด
ถ้าเป็นไปได้ข้าพเจ้าอยากช่วยเหลือทุกๆท่าน ไม่ว่าจะเป็นผิวขาวหรือผิวดำ
พวกเราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความเป็นมนุษย์อยู่ที่ตรงนี้มิใช่หรือ
เราต้องการมีชีวิตเพื่อร่วมความรื่นรมย์กับผู้อื่น
ไม่ใช่ร่วมความทุกข์กับผู้อื่น เราไม่ต้องการเกลียดชังใคร
ในโลกนี้ยังมีที่ว่างเหลือพอสำหรับทุกคน
แผ่นดินยังอุดมและยังสามารถแจกจ่ายไปให้ทุกคนได้
วิถีชีวิตที่เป็นไปของคนเรานั้นควรจะเป็นอิสระและงดงาม
แต่ขณะนี้เรากำลังสูญเสียวิถีชีวิตเช่นนั้นไป
ความโลภกำลังวางยาพิษใส่จิตวิญญาณของมนุษย์
และมันห้อมล้อมโลกของเราไว้ด้วยความเกลียดชัง
โดยนำเราทั้งมวลไปสู่ความทุกข์ทรมานและการนองเลือด เราเร่งอัตราการพัฒนา
แต่เราปิดประตูขังตัวเอง เครื่องจักรให้ความมั่นคงก็จริง
แต่กลับทอดทิ้งสิ่งที่เราปรารถนา
ความรู้ของเราทำให้เรากลายเป็นคนชอบเสียดสี
ความฉลาดของเราทำให้เรากลายเป็นคนแข็งกระด้างและไร้ความเมตตา
เราคิดมากเกินไป แต่รู้สึกเพียงเล็กน้อย
เราต้องการมนุษยธรรมมากกว่าต้องการเครื่องจักร
เราต้องการความเมตตาและความอ่อนโยนมากกว่าความฉลาด
หากปราศจากคุณธรรมที่ว่ามา ชีวิตเราก็จะก้าวไปสู่ความรุนแรง
และมวลมนุษย์ก็จะพังพินาศ
เครื่องบินและวิทยุทำให้เราเข้ามาอยู่ใกล้กัน
สิ่งอันเป็นธรรมชาตินี้เรียกร้องคุณงามความดีให้บังเกิดขึ้นในตัวมนุษย์
เรียกร้องความเป็นพี่เป็นน้อง เพื่อเอกภาพแห่งมวลมนุษย์
แม้บัดนี้เสียงของข้าพเจ้าก็ได้หยั่งลึกลงไปถึงผู้คนจำนวนนับล้านทั่วโลก
ผู้คนชายหญิงและเด็กเล็กๆอีกนับไม่ถ้วน
ซึ่งหมดความหวังและกลายเป็นเหยื่อของระบบที่สร้างขึ้นมาทรมานมนุษย์และคุมขังผู้คนที่บริสุทธิ์
ข้าพเจ้าอยากขอบอกแก่ผู้ที่ได้ยินเสียงของข้าพเจ้า
จงอย่าหมดหวัง..
ความทุกข์ยากที่เรามีอยู่ในครอบครองได้เดินทางมาถึงพร้อมกับความโลภ
และความขมขื่นแห่งมวลมนุษย์ผู้หวาดหวั่น เส้นทางแห่งความเจริญของมนุษย์
และของความเกลียดชังจะผ่านไป
เผด็จการทั้งหลายจะม้วยมอด
อำนาจที่พวกเขาเอาไปจากประชาชนจะกลับคืนสู่ประชาชน มนุษย์หลั่งเลือดล้มหายตายไป แต่เสรีภาพจะคงอยู่
ทหารทั้งหลาย
จงอย่ามอบตัวของท่านให้พวกกินเลือดที่ชิงชังท่าน ทำให้ท่านเป็นทาส
กักขังท่านไว้ในคอก สั่งให้ท่านทำโดยไม่คำนึงว่าจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร
ก็ใครเล่าที่ฝึกพวกท่าน ขุนพวกท่าน ปฏิบัติต่อพวกท่านเหมือนเป็นวัวควาย
แล้วยังใช้ท่านเหมือนเป็นฟางหญ้าแห้ง
จงอย่าอุทิศตัวของท่านให้พวกที่ผิดธรรมชาติเหล่านี้
พวกมนุษย์จักรกลที่มีจิตใจเป็นเครื่องยนต์และหัวใจเป็นเครื่องจักร
พวกท่านไม่ใช่เครื่องจักร ท่านเป็นมนุษย์
ด้วยความรักในมนุษยธรรมของท่าน จงอย่าเกลียดกัน การไร้ซึ่งความรักนี่แหละที่ทำให้คนเราเกลียดกัน และผิดธรรมชาติ
ทหารทั้งหลาย
อย่าต่อสู้กันเพื่อความเป็นทาส แต่จงต่อสู้เพื่อเสรีภาพ บทที่ 17
ของเซนต์ลุคได้เขียนบอกไว้ว่า อาณาจักรของพระเจ้านั้นมีในตัวมนุษย์ทุกคน
ไม่ใช่อยู่ที่คนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่อยู่กับมนุษย์ทั้งมวล
อยู่ในตัวท่านเอง ท่านคือประชาชนผู้ทรงอำนาจ อำนาจที่จะสร้างเครื่องจักร
อำนาจที่จะสร้างความรื่นรมย์
ท่านคือประชาชนผู้มีอำนาจทำให้ชีวิตนี้เป็นอิสระและงดงาม
จงสร้างชีวิตนี้ให้เป็นการผจญภัยที่ล้ำเลิศ
ในนามแห่งประชาธิปไตย
เราจงมาใช้อำนาจนั้น จงมาร่วมมือกัน เราจงมาต่อสู้เพื่อโลกใหม่
โลกอันรื่นรมย์ที่จะให้มนุษย์มีโอกาสทำงานร่วมกัน ให้วัยหนุ่มสาวมีอนาคต
และให้วัยชรามีความมั่นคง
ด้วยคำมั่นสัญญานี้ พวกมนุษย์กินเลือดที่ขึ้นสู่อำนาจนั้นล้วนแต่หลอกลวง
พวกเขาไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ และพวกเขาจะไม่มีวันทำ
เผด็จการทั้งหลายทำได้เพียงแค่ทำให้ตัวเองเท่านั้นเป็นอิสระ
แต่กลับกดประชาชนลงเป็นทาส
เราทั้งหลายมาร่วมกันต่อสู้เพื่อความเป็นอิสระแก่โลกกันเถิด
จงทำลายเครื่องกีดขวางระหว่างชาติ ทำลายความละโมบโลภมาก
จงอย่าอดกลั้นอีกต่อไป จงต่อสู้เพื่อโลกแห่งเหตุผล
โลกที่วิทยาศาสตร์และความเจริญจะนำไปสู่ความรื่นรมย์ของเราทั้งปวง
ทหารทั้งหลาย
ในนามแห่งประชาธิปไตย รวมกันเราอยู่
ฮันน่า เธอได้ยินฉันไหม
ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม จงมองขึ้นไป มองขึ้นไป ฮันน่า
เมฆหมอกกำลังเปิดออก ดวงตะวันกำลังส่องลอดลงมา
เรากำลังจะออกจากความมืดไปสู่แสงสว่าง เรากำลังจะไปให้ถึงโลกใหม่
มองขึ้นไป ฮันน่า จิตวิญญาณของมนุษย์ติดปีกแล้ว และพวกเขาจะบินไปในที่สุด บินไปสู่รุ้งกินน้ำ และแสงสว่างแห่งความหวัง
มองขึ้นไป ฮันน่า มองขึ้นไป
---------------------
สุนทรกถาจากตอนจบของภาพยนตร์เรื่อง The Great Dictator
นำแสดงและกำกับการแสดง โดย ชาลี แชปปลิน The Great Dictator เป็นภาพยนตร์เสียงในฟิล์มเรื่องแรกของชาลี แชปปลิน เมื่อ ค.ศ.1940
หมายเหตุ : บทแปลที่ปรากฎนี้เคยพิมพ์ในหลายที่หลายแห่ง
ทั้งในช่วงก่อนและหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ขอนำมาปรากฎอีกครั้ง
เพราะเห็นมีนักวิจารณ์วรรณกรรมท่านหนึ่งเอ่ยถึงคำว่า "ความเป็นมนุษย์"
ตรวจแก้ภาษา : 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557
Inga kommentarer:
Skicka en kommentar