tisdag 11 mars 2014

."ประชาธิปไตย" การออกมาร่วมช่วยกันต่อสู้เรียกร้องเพื่อปกป้องประชาธิปไตย เป็นหน้าที่สำคัญอันสูงสุดของประชาชนไทยทุกคนทุกหมู่เหล่าทุกชนชั้นทุกสาขาอาชีพที่มีจิตสำนึกของความเป็นคนไทยที่ต้องการความถูกต้องยุติธรรมต้องการหลุดพ้นจากการเอารัดเอาเปรียบกดขี่ข่มเหงและความปราถนาอันสูงสุดคือประเทศไทยมีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ดังนั้นการต่อสู้เรียกร้องจึงไม่ใช่สิ่ง"ผูกขาด"ของใครคนใดคนหนึ่งหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นเจ้าของ ฉนั้นอย่าหลงทางหลงอัดตาเป็นอันขาด ทุกคนต้องเปิดใจให้กว้างช่วยกันคนละไม้คนละมือตามความสามรถและความเหมาะสมของแต่ละคน การต่อสู้เรียกร้องทุกคนต้องมีจิตสำนึกในการเสียสละด้วยความเต็มใจไม่มีใครบังคับ เชื่อมั่นในตนเอง มีวินัย เคารพกฎกติกา แน่วแน่ มั่นคง มีจิตใจยึดมั่นในอุดมการณ์ของความถูกต้องยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตย...ไม่หวั่นไหวยึดติดกับอำนาจใดๆ เป็นหลักการง่ายๆในการต่อสู้ ขอให้พี่น้องเพื่อนร่วมชาติที่ต้องการประชาธิปไตยได้สำรวจดูตัวเองว่ายังขาดตกอะไรไปบ้าง "การหลงไหลผูกขาดกับอำนาจ ก็ไม่ต่างอะไรกันกับเผด็จการทรราชนั่นเอง " หาตัวเองให้เจอแล้วร่วมจับมือกันเดินทางมุ่งสร้างและปกป้องประชาะธิปปไตย อย่าลืมว่าถนนมีหลายสายให้เดินเพื่อจุดหมายปลายทางร่วมกัน ขอให้เพื่อนร่วมชาติทุกคนจงโชคดี...




นิธิ เอียวศรีวงศ์ : ยุทธวิธีใหม่ของนปช.
ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ย่อมทำให้ทุกคนตาบอดหมด (รวมทั้งฟันหลอหมดด้วย)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1394452563&grpid=01&catid&subcatid
ไม่ต้องบอกก็คงทราบอยู่แล้วว่า คำพูดที่คมอย่างนี้ไม่ได้เป็นของผม แต่เป็นของมหาตมะคานธี ผมอ้างคานธีขึ้นมา ไม่ต้องการจะเสนออะไรเกี่ยวกับอหิงสา แต่ออกจะเกี่ยวกับยุทธวิธีและเป้าหมายที่น่าจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม มากกว่า
.....................................................


เนื่องจากคลิป...     หลายหลากความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมเดินทาง..ฝากให้แกนนำ.
คลิปhttps://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=lbFAZfBA9dY


-สู้ในเป้าหมายเดียวกัน อย่าได้รู้สึกว่าถูกแย่งซีน อย่าได้รู้สึกว่ากลัวจะไม่ได้รับความสำคัญ
ส่วนคนที่เป็นแกนนำก็อย่างยึดความเป็นแกนนำ จนคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง มันต้องประสานการทำงาน
และพูดคุยกันในทิศทางเดียวกัน ด้วยความเป็นเพื่อน เป็นมิตร ให้เสร็จงานนี้แล้วค่อยไปต่อสู้กันทางการเมืองกันเอง  ยังไง มวลชน นักวิชาการ นักกลยุทธ์ นักกฎหมาย นักเคลื่อนไหว และกองกำลัง ต่างก็มีความสำคัญในสถานการณ์นี้



-จตุพร...เอ็งจะสู้แบบไหนก็เรื่องของเอ็ง
แต่ไม่สมควรไปแขวะคนอื่นเขา เอ็งจะสู้แบบนักการเมืองก็สู้ไป
สู้เพื่อเป็นนักการเมืองก็สู้ไป นปช มันก็ของเอ็ง ดูแกนนำแต่ละคนของเอ็ง
ก็พอจะเดาได้ กลุ่มคนไต้คอนเนคชั่น
นปช ก็เหมือนก๊วนการเมือง ก๊วนนึงในเพื่อไทย ต่อรอง เพื่อคนนกลุ่มตัวเอง โดยมีประชาชนเป็นฐานเสียง ความรุนแรงไม่มีไครชอบหรอกครับ
แต่เห็นเองไปเหน็บพวกเดียวกันเอง



-ต่างคนต่างทำครับ จตุพรควรอยู่เฉยๆๆ
สนับสนุนท่านแรมโบ้ ครับ
ถ้าทำสำเร็จ เอาไปเลย มท.1



-ไม่เป็นไรหรอกครับ การจัดการจำเป็นต้องมองในแบบหลายมิติ กลมเกลียวบ้าง เหน็บกันบ้าง
ก็เป็นการสับขาหลอกให้ฝ่ายตรงข้ามมึน ตามเกมไม่ทัน สำคัญคือเรามีเป้าหมายเดียวกันครับ
หลังเสร็จงานนี้แล้ว เราจะแยกย้ายกันไปทำมาหากินตามวิถีชีวิตของใครของมันนั่นแหละครับ
ใครอยากเข้าสู่การเมืองก็จับกลุ่มคนที่มีอยู่นั้นให้เหนียวแน่น ส่วนใครจะทำอะไรก็ตามถนัดครับ
ส่วนผมคงขออยู่เงียบๆ ในสวนที่มีต้นไม้ปกคลุม มีทางเดินเล็กๆ รอบสวน มีกระท่อมไม้ไผ่เป็นที่พัก
มีเสียงนกนานาชนิดมาร้องกล่อม พอให้ได้เดินกวาดใบไม้ประหนึ่งเดินจงกลมตอนเช้า มีที่อ่านหนังสือ
และการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกด้วยอินเตอร์เน็ต เท่านั้น ผมก็พอแล้วครับ

การต่อสู้คราวนี้ เรามีสิ่งที่เป็นเป้าหมายเดียวกัน คือการรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย


 -เชื่อผู้นำกลุ่มเดิมมาหลายปี โดยการทำตัวให้เป็นผู้ตามที่ดีมาตลอด เขาบอก เขาสั่งซ้าย สั่งขวาก็ปฏิบัติตาม
โอ้ย ! มันเหนื่อยครับลูกพี่ ยุทธวิธีเดิม ๆ เมื่อไรมันจะชนะสักที
อย่าลืมว่าพวกผมสู้ไปด้วย ก็ต้องทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพ เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียไปด้วยนะครับ
ให้กำลังใจ ใครก็ได้ กลุ่มใดก็ได้ ที่กำหนดยุทธวิธีใหม่ ๆ ที่หลากหลาย
เผื่อมันอาจจะชนะบ้าง ในชั่วชีวิตของพวกกระผม
แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีวันแตกทัพ แตกขบวน แน่นอน
เดินต่อครับพี่น้อง......



-ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการระดมคนจำนวนมากๆ ออกไปล่อเป้าลูกปืนทะเหี้ย
แต่ผมอยากเห็นองค์กรที่กระจายตัวอยู่ที่กิจกรรมในหลายมิติ ไม่ใช่เฉพาะการเมือง
เพื่อพยุงตูดแกนนำขึ้นไปสูดกลิ่นไออำนาจเพียงอย่างเดียว เพียงแต่ผู้นำเครือข่าย
เป็นผู้ที่จะต้องประสานงานกับเครือข่ายอื่นๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหว
กิจกรรมของคนเสื้อแดง ควรให้เกิดความเหนียวแน่ในองค์กรเล็กๆ และมีการจัดการหลวมๆ
ของเครือข่าย กิจกรรมขององค์กรคนเสื้อแดง ควรสอดคล้องกับวิถีชีวิต และความเป็นอยู่
ที่มีความยั่งยืน มั่นคง มีความสุข ภายใต้การมีส่วนร่วมการกำหนดนโยบายในการขับเคลื่อน
และกิจกรรมก็จะไม่เพียงแต่เรียนรู้เรื่องการเมืองของโรงเรียน นปช. อย่างเดียว มันควรเรียนรู้
เรื่องการบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อเพิ่มมูลค่าในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเสื้อแดง
ไปด้วย แต่นั่นก็ยังเป็นโมเดลที่ยังต้องพัฒนากระบวนการขับเคลื่อนในระยะหลังก่อนชัยชนะ
ในการต่อสู้ครั้งนี้สิ้นสุดลง



-ถึงเวลาที่ นปช.ต้องปฎิรูปองค์กรแล้ว เพราะมีสมาชิกหลายล้านคน แต่ทำงานเหมือนองค์กรเล็กๆ
เริ่มจากหาประธานใหม่ แต่งตั้งคณะกรรมการจากหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะอดีตทหาร ตำรวจที่เก่งยุทธวิธี ส่งเสริมเครือข่ายย่อยๆ เช่น ควป. ภปช. อพช. ฯลฯ



-จตุพร เคยพูด จะไม่ลาออกจาก สส.
ณัฐวุฒิ จะไม่ลาออกจาก รมต.
มันอึดอัดในการต่อสู้ จัดได้แค่ แรลลี่ และปราศรัย
การต่อสู้ไม่มี มันวนแบบนี้
ถ้าแรมโบ้เอาจริงๆๆสู้จริงๆๆไม่ได้เอาใครไปตาย
สู้ในสนามทางอีสาน ผมว่า เสื้อแดงคงไหลไปทางแรมโบ้
แล้วนปช.ก็จะแห้งตายไปเอ็ง

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar