วารสาร อ.ม.ธ. ฉบับ ๑๐ ธ.ค. ๒๕๑๖
เสนอบทความของ
โดยนาย ปรีดี พนมยงค์
ด้วยคุณพีรพล ในนามขององค์กรนักศึกษาธรรมศาสตร์ได้โทรศัพท์ข้ามทวีปจากกรุงเทพ ฯ มาถึงผมที่ชานกรุงปารีส ขอคำขวัญและบทความเพื่อองค์การ ฯ นำลงในหนังสือที่จะจัดพิมพ์ขึ้นเป็นที่ระลึกวันที่ ๑๐ ธันวาคม ผมยินดีสนองศรัทธาโดยขอให้ถือตามคำขวัญ อันหนึ่ง อัน เดียว กัน ที่ผม มอบให้ แก่ ชาวธรรมศาสตร์ในสหราชอาณาจักร ( อังกฤษ ) และมวลชนที่รักชาติทั้งหลายว่า " จงพิทักษ์เจตนารมณ์ประชาธิป ไตยสมบูรณ์ของวีรชน ๑๔ ตุลาคม "
ส่วนบทความสำหรับองค์การ ฯ คราวนี้ ผมได้ลงมือเขียนไว้หลายหน้ากระดาษพิมพ์แล้วแต่ยังไม่ครบถ้วนตามที่ตั้งใจไว้เพื่อให้นิสิตนักศึกษานักเรียนและมวลราษฎรพึงตระหนักถึงภัยอันตรายที่กำลังคุกคามประชาธิปไตยทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะพวกที่เอาเสื้อคลุมที่มีป้ายยี่ห้อว่า ประชาธิปไตย มา สวมใส่ เพื่อ อำพราง ธาตุ แท้ ปฎิกิริยาของเขา แทรกซึมเข้ามาในขบวนการของนิสิตนักศึกษานักเรียนและมวลราษฎร เพื่อหวังเหนี่ยวรั้งให้ประชาธิปไตยที่วีรชนได้นำมาให้ปวงชนก้าวหนึ่งแล้วต้องชงักงันและดึงให้ถอยหลังเข้าคลองเพื่ออภิสิทธ์ชนได้เบียด เบียน ปวง ชน ต่อไป อีก หรือฟื้น ระบบ เบียด เบียน กด ขี่ ที่อภิสิทธิ์ชนเคยทำมาแล้วในอดีต ซึ่งจะเห็นได้จากการที่บางคนเอาคำว่า "ประชาธิปไตย" ที่มีความหมายตามที่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานรับรองแล้วว่าหมายถึง " แบบการปกครองที่ถือมติปวงชนเป็นใหญ่ " นั้นมาผันแปรเอาตามใจชอบ และนำไปประยุกต์ลักษณะของรัฐธรรมนูญฉบับที่ตนชอบตามอคติเช่นรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๔๙๒ ที่มีบทถาวรว่าประธานองคมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งวุฒิสมาชิกนั้น ผู้มีอคติในรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็ว่าฉบับนั้นเป็นประชาธิปไตย และประยุกต์แก่รัฐธรรมนูญฉบับอื่นที่ตนไม่ชอบโดยเลือกเอา ตอน ที่เป็น บทเฉพาะ กาลชั่วคราว โดย มิได้ พิจารณา ตัวบทถาวรซึ่งเมื่อพ้นกำหนดเฉพาะกาลแล้วจะมีลักษณะเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตย ส่วนบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ๒๔๙๒ ซึ่งแสดงว่ารับมรดกตกทอดจากรัฐธรรมนูญ ๙ พ.ย. ๒๔๙๐ ที่มีฉายาว่า "รัฐธรรมนูญใต้ตุ่ม " นั้นผู้ย่อประวัติรัฐธรรมนูญไม่ยอมพูด ให้เป็นวิทยาทาน โดยบริสุทธิ์ใจแก่นิสิตนักศึกษานักเรียนและมวลราษฎร แม้ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินฉบับ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ ที่ไม่มีบทเฉพาะกาลแต่ตัวบทได้กล่าวไว้ถึงการเลือกตั้ง ๓ สมัยก็ย่อให้นิสิตนักศึกษา นักเรียน เพียงสมัยที่ ๑ ในระยะหัวต่อ ๖ เดือนเท่านั้นว่าเป็นลักษณะของธรรมนูญนั้น " ออกมาในรูปรวบอำนาจโดยสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมี ๗๐ นาย แต่งตั้งโดยผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร " โดยไม่กล่าวถึงสมัยที่ ๒ และสมัยที่ ๓ เมื่อพ้นกำหนด ๑๐ ปี ที่การปกครอง จะเป็นถาวร โดยราษฎร เป็นผู้เลือกตั้งผู้แทนทั้งปวง ซึ่งเป็นการชี้อุดมการ ประชาธิปไตย ให้เป็นระบบถาวรของสยาม แม้ผู้ย่อประวัติรัฐธรรมนูญไทยจะยอมรับรัฐธรรมนูญ ๒๔๘๙ เป็นประชาธิปไตย ทั้งนี้ในรัฐธรรมนูญนั้นราษฎรเป็นผู้เลือกตั้งผู้แทนโดยตรง และพฤฒสมาชิกเป็นผู้ที่ ราษฎร เลือกตั้งเองโดยวิธี ทางอ้อม หรือเลือกตั้ง ๒ ชั้นแต่ผู้ย่อประวัติรัฐธรรมนูญก็ขมวดไว้ว่า " กล่าวกันว่าเป็นการเลือกตั้งที่เล่นพรรคเล่นพวก สมาชิกพฤฒสภาล้วนแต่เป็นพวกนายปรีดี พนมยงค์ เกือบทั้งสิ้น " ผู้มีใจเป็นธรรมย่อมเห็นได้ว่าเป็นคำกล่าวของพวกที่แพ้ในการเลือกตั้ง โดยพวกเขาไม่บอกความจริงที่รู้หรือควรรู้ได้ว่าฝ่ายแพ้เลือกตั้งทำบัญชีผู้สมัครฝ่ายตนขึ้นหวัง " กินรวบ " ชนิด " รวมเขต " จังหวัดใหญ่เหมือนดั่งที่พวกเขาพยายามโฆษณาชวนเชื่อให้ใช้วิธี " รวมเขต " ในรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างกันอยู่ เมื่อพรรคอื่น ๆ รู้ว่าอีกพรรคหนึ่งเตรียมใช้วิธี กินรวบ แล้วก็ สมานกัน หลาย พรรค เป็นแนว ร่วม ทำ บัญชีรายชื่อผู้สมัครของแนวร่วมขึ้นบ้าง เมื่อฝ่ายที่เตรียมกินรวบมีคะแนนเสียงน้อยกว่าฝ่ายแนวร่วมก็เป็นธรรมดาแทนที่จะ " กินรวบ " นั้นกลายมาเป็น " แพ้รวบ " ผู้ที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งตามระบบพรรคนั้นควรรู้ดีว่าเขาทำกันอย่างไรใครเคยพบเห็นบ้างว่าพรรคใดแทนที่จะออกเสียงให้คนสังกัดพรรคตนกลับไปออกเสียงให้คนสังกัดพรรคอื่น ผมมิใช่เป็นหัวหน้าพรรคใดในการเลือกตั้งพฤฒสมาชิกครั้งกระนั้นซึ่งแต่ละพรรคก็มีหัวหน้าและกรรมการพรรคของเขาโดยเฉพาะ สมาชิกในพรรคต่าง ๆ ที่เป็นฝ่ายชนะครั้งนั้นมีผู้เคยเป็นนักเรียนกฎหมาย และนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองหลายคน และมีผู้ให้ความนับถือผมเนื่องจากผมรับใช้ชาติมาหลายกรณี เขาเห็นประจักษ์จึงเป็นการยากที่ผมจะห้ามมิให้สมาชิกเหล่านั้น นับถือผม ฉะนั้นการที่จะลงโทษผมเช่นที่กล่าวนั้นจึงไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง และถ้าถือตามคำที่ผู้ย่อประวัติรัฐธรรมนูญกล่าวแล้วองค์การนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ขอคำขวัญและบทความของผมโดยมีศรัทธาต่อผมก็จะถูกหาว่าเป็นพรรคพวกของผมไป
ผม ได้เคย เสนอ ไว้ใน บท ความ อื่น ๆ ที่ขอร้องรัฐบาลพิมพ์รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับเพื่อจำหน่ายให้นิสิตนักศึกษานักเรียนมวลราษฎรหาซื้อได้โดยราคาย่อมเยาเพื่อเป็นเครื่องมือประกอบพิจารณาเสนอความเห็นรัฐบาลในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว และเมื่อได้เห็นการเขียนประวัติรัฐธรรมนูญที่อ้างข้างต้นนั้น ผมก็ยิ่งเห็นความ จำเป็น ที่ท่าน ทั้งหลาย ต้องมี หนังสือ รวบรวม รัฐ-ธรรมนูญเพื่อ นิสิตนักศึกษา นักเรียน มวลราษฎร จะได้จัดตั้งกลุ่มศึกษาของตนขึ้นเองและ เทียบรัฐธรรมนูญ ทุก ๆ ฉบับตั้งแต่คำปรารภและทุกมาตราแล้ววินิจฉัยเองว่าเรื่องใดตอนเป็น ประชาธิปไตย หรือไม่เป็น โดย ปราศจากอคติ แม้รัฐธรรมนูญฉบับที่ผมมีส่วนร่างก็ขอเชิญวิจารณ์ได้อย่างเสรี ท่านก็จะพบเองว่าผู้เขียนใดได้กล่าวตามความจริงหรือไม่
เพื่อที่องค์การ ฯ จะได้บทความของผมลงพิมพ์ทันในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๑๖ ผมจึงขอส่งมาคราวนี้เฉพาะ ตอนที่ เกี่ยวกับ เรื่อง ที่กำลัง สนใจ ใน ระหว่าง นี้ และเรื่องเกี่ยวกับปัญหาที่นักศึกษาหลายคนได้มาถามผมรวมทั้งคุณเสาวนีย์ ฯ เคยบอกและเคยถามด้วย โดยผมให้หัวเรื่องบทความว่า
" พรรคใดบ้างที่สามารถป้องกันผู้แทนขายตัว, วิธีให้ราษฎรถอดผุ้แทน (Recall), วิธีเลือกตั้งจากง่ายไปสู่ยาก, เสนอให้รัฐจ่ายค่าป่วยการให้ราษฎรที่มาลงคะแนน, ชนรุ่นใหม่จะมีทางได้เป็นผู้แทนในทางปฎิบัติหรือไม่, และสภาเดียว "
บทความนี้อาจเป็นประโยชน์แก่นิสิตนักศึกษาแห่งสถานศึกษาอื่น ๆ และมวลราษฎรด้วย ฉะนั้นผมจึงไม่ขัดข้องที่ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และองค์การนิสิต นักศึกษา นักเรียนแห่งสถานศึกษาทั้งหลาย หนังสือพิมพ์ และผู้สนใจทุกท่านจัดพิมพ์ขึ้นได้โดยผมไม่สงวนลิขสิทธิ์.
๑. พรรคใดบ้างที่สามารถป้องกันผู้แทนขายตัว?
๑.๑ ท่านทั้งหลายได้ยินได้ฟังหรือได้เห็นตัวอย่างที่สด ๆ ร้อน ๆ จากการเลือกตั้งระบบพรรคที่แล้วมาว่าระบบพรรคนั้นได้แก้ปัญหาที่กล่าวกันว่า " ผู้แทนขายตัว " ได้หรือไม่ ปัญหาอยู่ที่คุณธรรมของผู้แทนแต่ละคนว่ามีความซื่อสัตย์ต่อประชาธิปไตยและต่อมวลชนหรือไม่ ผู้แทนในพรรคหนึ่ง ๆ ย่อมมีทั้งคนที่ซื่อสัตย์และไม่ซื่อสัตย์ต่อราษฎร ส่วนผู้ที่สมัครโดยไม่สังกัดพรรคซึ่งไม่มีทางจะได้ประโยชน์จากพรรคก็ไม่มีทางขายตัวนอกจากผู้แทนที่เห็นแก่ตัวและจำพวกที่เรียกว่า " ผู้แทนผี " ส่วนพรรคนั้นก็มีชนิดที่เรียกกันว่า " พรรคผี " ที่อำพรางว่าเป็นฝ่ายค้านแต่ตนเองหรือบางคนในพรรคของตนแอบไปรับประโยชน์จากฝ่ายรัฐบาล ชนรุ่นใหม่ที่สนใจก็ขอให้ศึกษาจากผู้แทนรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์นี้ และความหมายของ " ผู้แทนผี " และ " พรรคผี " ไว้ด้วยซึ่งเป็นการนิมิต (Invention) ที่เกิดมีขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๔๙๒ ที่เขียนไว้เพื่ออภิสิทธิ์ชนและเพื่อที่ฝ่ายเสรีมนังคศิลาจะเอาชนะให้ได้ประกอบเป็นรัฐบาลขึ้น ก็ต้องใช้วิธีการหาคะแนนเสียงเพิ่มจาก " ผู้แทนผี "และ " พรรคผี " ที่ไม่อาจควบคุมสมาชิกในพรรคของตนได้ทั่วถึงจึงมีผู้แอบไปรับเงินจากฝ่ายเสรีมนังคศิลาโดยยอมทำที่พรรคไม่สามารถจับได้ เช่นไม่มาประชุมในวันออกเสียงให้ความไว้วางใจรัฐบาลหรือในวันที่จะคัดค้านกฎหมายสำคัญของฝ่ายรัฐบาลโดยอ้างว่าป่วยหรืออ้างเหตุอื่นที่ไม่สามารถมาประชุมได้ การหลบตัวไม่มาสภาเช่นนี้ก็เป็นการเพียงพอแก่ฝ่ายเสรีมนังคศิลาที่พรรคฝ่ายค้านมีเสียงคัดค้านน้อยลงไป
๑.๒ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนตามรัฐธรรมนูญฉบับ๒๕๑๑ สรุปการเลือกตั้งครั้งนี้ มีพรรคการเมืองได้ส่งสมาชิกของพรรคเข้ารับเลือกตั้งรวมทั้งผู้ไม่สังกัดพรรคการเมืองใดสมัครรับเลือกตั้งด้วย ปรากฎผลดังนี้
พรรคสหประชาไทย ได้ ๗๖ คน
พรรคประชาธิปัตย์ ได้ ๕๗ คน
พรรคแนวร่วมเศรษฐกร ได้ ๔ คน
พรรคสัมมาชีพช่วยชาวนา ได้ ๑ คน
พรรคแนวประชาธิปไตย ได้ ๗ คน
พรรคเสรีประชาธิปไตย ได้ ๑ คน
พรรคประชาชน ได้ ๒ คน
ผู้ไม่สังกัดพรรคใด ได้ ๗๑ คน
รวม ๒๑๙ คน
ผู้อ่านจะเห็นได้ว่าพรรค ส.ป.ท. ของฝ่ายจอมพลถนอมมีสมาชิกน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาสชิกทั้งหมดแต่ก็สามารถเอาชนะในสภาผู้แทนได้ ผมเห็นว่าเราไม่ควรลงโทษว่าผู้ไม่สังกัดพรรคใดทุก ๆ คนขายตัวให้แก่ฝ่ายจอม-พลถนอม เราควรให้ความเป็นธรรมว่าผู้ไม่สังกัดพรรคใดนั้นเองหลายคนหรือจำนวนมากคัดค้านเรื่องที่จอมพลถนอมเสนอรัฐสภา ปัญหาจึงมีว่าเสียงที่ฝ่ายจอมพลถนอมได้จนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดนั้นได้มาจากผู้แทนที่สังกัดพรรคอื่น ๆ ด้วย ถ้าผู้สนใจศึกษาให้รอบคอบจะเห็นว่าบางพรรคที่อ้างว่าเป็นฝ่ายค้านอย่างสำคัญได้ยกมือให้เรื่องที่จอมพลถนอมเสนอ และบางครั้งพูดค้านแต่พอถึงเวลาก่อนลงมติก็บังเอิญมีความจำเป็นต้องไปห้องน้ำบ้างหรือไปพักผ่อนที่สโมสรสภาเพราะพูดมาเหนื่อยแล้วจึงขึ้นมาลงคะแนนในที่ประชุมไม่ทัน และยังบางคนของพรรคที่มิได้มาประชุม ผมจึงขอให้ผู้สนใจสอบสวนดูว่าที่มีผู้อ้างว่าการเลือกตั้งชนิด "รวมเขต" ในจังหวัดใหญ่แล้วได้ผู้แทนของบางพรรคชนิด " กินรวบ " นั้นสามารถป้องกันผู้แทนขายตัวได้จริงหรือไม่
เมื่อครั้งผมยังอยู่ในประเทศไทยไม่เคยพบว่ามีการเล่นพนันขนาดหนักในสโมสรรัฐสภา แต่เมื่อมามาอยู่ในประเทศฝรั่งเศสแล้วได้อ่านหนังสือพิมพ์จากประเทศไทยประกอบด้วยมีผู้เห็นแก่ตามาเล่าให้ฟังยืนยันความจริงของหนังสือพิมพ์ที่กล่าวว่าผู้แทนจำนวนหนึ่งมิใช่ทั้งหมด ได้เล่นการพนันได้เสียกันถึงขนาดเป็นแสน ๆ บาททีเดียว ฝ่ายแพ้ไม่มีเงินชำระก็ต้องเป็นลูกหนี้ ตามชื่อที่หนังสือพิมพ์และผู้เห็นแก่ตาตนเองเล่าให้ฟังนั้นก็เป็นบุคคลของทุกพรรครวมทั้งพรรคฝ่ายค้านที่สำคัญ นิสิตนักศึกษานักเรียนที่อยู่ในเมืองไทยถ้าต้องการความจริงก็อาจทราบได้ดีกว่าผม ดังนั้นตามตัวอย่างของเมืองไทยเรานี้เอง พรรคการเมืองไม่อาจควบคุมสมาชิกของตนให้ประพฤติในสิ่งควรประพฤติและละเว้นในสิ่งที่ควรละเว้นได้
๑.๓ ส่วน พรรค การเมือง ในเมือง นอกนั้น เราไม่ควรอ่านเพียงตำราเท่านั้น ควรศึกษาจากการปฎิบัติว่าเขาป้องกันการขายตัวของผู้แทนได้หรือไม่
(๑) ผู้ที่ไม่เคยไปเมืองนอกก็ได้ฟังวิทยุหรืออ่านหนัง-สือพิมพ์ในประเทศไทยแถลงข่าวข้อเท็จจริงที่ลือกระฉ่อนไปทั่วโลกระหว่างนี้คือเรื่อง " Watergate " ( วอเทอร์เกท ) ซึ่งพรรค " Republican" ใช้วิธีลอบ บันทึกอัด เสียง คำปรึกษา หารือ ของพรรค " Democrat " ที่สำนักงานใหญ่ของพรรคนี้ที่ตั้งอยู่ ณ อาคาร " วอเทอร์เกท " ณ กรุงวอชิงตัน พรรคนั้นพยายามปิดบังคนทำผิดของพรรค แต่เมื่อเรื่องถึงมืออัยการและผู้พิพากษาไต่สวน พรรคนั้นก็ส่งตัวบางคนที่เป็นลูกน้องเป็นการบูชายันต์เรื่องก็ยังไม่จบลงง่าย ๆ คือลุกลามมาถึงท่านประธานาธิบดีนิกสันเองที่ผู้พิพากษาไต่สวนขอเทปอัดเสียง แต่ท่านได้อ้างเอกสิทธิ์ที่ไม่ยอมมอบเทปอัดเสียงให้ เรื่องยังคาราคาซังอยู่จนทุกวันนี้
(๒) เมื่อไม่นานมานี้ ท่านแอกนิว ก็ต้อง ลาออก จากการเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐ เพราะผู้พิพากษาที่มีหน้าที่สอบสวนได้ความว่า ท่านรับเงินจากผู้รับเหมาบางคนที่ช่วยในการเลือกตั้งของพรรคท่าน ยังมีบุคคลหลายคนแห่งทำเนียบขาวที่ถูกฟ้องศาลฐานยักยอกเงินที่นักธุรกิจเอามาให้เพื่อช่วยในการเลือกตั้งของพรรคในชั้นแรกพรรคก็อุบเรื่องนิ่งไว้ แต่ราษฎรอเมริกกันเอะอะมากขึ้นพรรคก็ต้องให้พวกตนลาออกจากตำแหน่ง มิใช่พรรคจัดการขึ้นก่อนราษฎร
(๓) แม้ว่าพรรคดีโมแครตที่ตามชื่อแปลว่า " พรรคประชาธิปไตย " ก็มีกรณีทำนองเดียวกับพรรค " รีพลับบลิกัน " ถ้าพรรคนั้นยังไม่เป็นรัฐบาลเรื่องก็อื้อฉาวน้อยหน่อย แต่ถ้าพรรคนั้นเป็นรัฐบาลก็ไม่แน่ว่าจะมีคนในพรรคกินกันขนาดไหน เพราะหลายคนแห่งพรรคนั้นเป็นคนโลภมากและมีหนี้สินรุงรังก็มีอยู่
(๔) ในยุโรปอีกหลายประเทศก็ปรากฎว่ามีหลายพรรคที่สมาชิกขายตัว เช่นสมาชิกบางคนแห่งพรรครัฐบาลในฝรั่งเศส ได้อาศัยอำนาจหน้าที่ทำการทุจริตกรณีเครดิทอสังหาริมทรัพย์ คนไทยที่ไม่เคยมาเมืองนอกก็คงได้ฟังวิทยุหรือได้อ่านหนังสือพิมพ์กรณีที่ท่านโฟรฟูโม รัฐมนตรีแห่งพรรคคอนเซอร์-เวทีฟ ได้สมสู่กับหญิงโสเภณีที่ทูตทหารโซเวียตก็ไปสำนักนั้นด้วยเป็นที่น่าอันตรายแก่ความลับสุดยอดของรัฐบาล เมื่อไม่นานมานี้ก็ยังมีท่านเจ้าศักดินาแห่งพรรคเดียวกัน ซึ่งดำรงตำแหน่งช่วยว่าการใน กระทรวง ป้องกัน ราชอาณาจักรได้ สมสู่กับหญิงโสเภณีหลายคนที่มาจากแหล่งลับเยอรมัน และยังมีกรณีมากหลายที่คนสังกัดพรรคหนึ่งแล้วขายตัวให้พรรคอื่น ถ้าราษฎรยังไม่เปิดโปงขึ้นพรรคก็อุบเรื่องนิ่งไว้
๑.๔ จากปรากฎการณ์ ที่เป็นรูปธรรมในประเทศไทยเองและในเมืองนอก จึงเห็นได้ว่าการป้องกันผู้แทนขายตัวนั้นมิใช่ทำได้โดยพรรค การที่ประเทศต่าง ๆ มีพรรคการเมืองนั้น เราต้องศึกษาตามหลักวิชาการเมืองให้ถูกต้องเสียก่อนว่าคนในชาติหนึ่ง ๆ นั้นประกอบด้วยหลายชนชั้นวรรณะ ซึ่งมีฐานะทางสังคมและทางดำรงชีพต่าง ๆ กัน แต่ละชนชั้นวรรณะ แต่ละอันดับปลีกย่อยก็มีพรรคซึ่งเป็นตัวแทนใน การดำเนิน เพื่อให้บรรลุตาม ความปรารถนาที่เป็นอุดมคติของชนชั้นวรรณะและอันดับปลีกย่อย ในบางประเทศเช่นในสหรัฐอเมริกา มีสิ่งที่เรียกว่า " พรรค " ใหญ่ ๒ พรรค นั้นคือ " ดีโมแครต " ที่แปลตามชื่อว่า " พรรคประชาธิปไตย " และ " รีพลับบลิกัน " ที่แปลว่า " ชาวสาธารณรัฐ " นั้น ก็เป็นพรรคของฝ่ายนายทุนด้วยกันและไม่มีอุดมคติแน่นอนเป็นประจำคือ ก่อนจะมีเลือกตั้งต่างพรรค ก็นัดประชุมกัน กำหนด นโยบายเป็นคราว ๆ ไปบางคราวนโยบายของ " ดีโมแครต " ก็เหมือนกับ "รีพลับบลิกัน " ชุดก่อนขึ้นไป ๑ ชุดเคยทำมาจึงมีลักษณะเป็น " พวกการเมือง " ยิ่งกว่า คือ ฝ่ายนายทุนแยกออกเป็น ๒ พวกตามชื่อดังกล่าว ส่วนพรรคที่แท้อันมีอุดมคติแน่นอนในสหรัฐอเมริกานั้นถูก" พวกการเมือง " ใหญ่ของฝ่ายนายทุนกีดกันโดยวิธีเลือกตั้งของระบบพวกการเมืองนั้นท่านก็ย่อมเห็นได้ว่าพรรคการเมืองใหญ่นั้นไม่สามารถป้องกันผู้แทนขายตัวได้ตามที่ผมกล่าวมาแล้ว
Inga kommentarer:
Skicka en kommentar