söndag 9 februari 2014

โครงการรับจำนำข้าว ... ทำไมพวกอำมาตย์ต้องกลัว? รัฐบาล + ชาวนา vs กลุ่มธนาคาร กลุ่มโรงสี กลุ่มพ่อค้านายทุน กลุ่มเหลือบศักดินาอำนาจมืดเจ้าของที่นา กลัวเสียผลประโยชน์ไม่ต้องการแบ่งปันกำไรให้ชาวนา กลัวสูญเสียกำไรอันมหาศาลจากการทำนาบนหลังชาวนามาเนิ่นนาน ....กลัวชาวนาจะพํฒนาตัวเองฉลาดรู้ความจริงว่าถูกเอารัดเอาเปรียบจากอำมาตย์และกลุ่มนายทุนหน้าเลือด....บทความดีๆที่ทุกคนควรอ่านและเผยแผ่ออกไปให้คนไทยได้รู้ได้เข้าใจความจริง.....

โครงการรับจำนำข้าว ... ทำไมพวกอำมาตย์ต้องกลัว?


โดย  บุญผัน


-สวัสดีครับ เพื่อนๆที่เคารพ
ความเห็นส่วนตัว.. ของ บุญผัน นะครับ
การจำนำ หรือ การขายฝาก  ... โดยทั่วๆไป อย่างที่เราทราบ เมื่อถึงกำหนดเวลา ก็จะมีการถ่ายถอน
ส่วนการจำนำข้าว จริงๆก็น่าจะเปนการซื้อข้าวจากชาวนานั้นและครับ อาจจะเปนการติดที่ขั้นตอนทาง
กฎหมาย หรือ เปนการลดกระแสไม่ให้ตกเปนเป้าในการโจมตี เพราะอาจมีคนบางกลุ่มมองว่ารัฐกำลัง
ผูกขาดการแข่งขัน หรือ อาจจะเรียกว่า รัฐ กลายเปน monopoly เสียเอง
 ตามที่บุญผันเข้าใจนะครับ ธุรกิจ ส่วนมาก มีหลักคิดใหญ่ๆอยู่ สองอย่างครับ
ก่อนที่จะดำเนินการ
1. strategies
2. technique
ถ้าเรามองที่ นโยบายก่อน จะทำให้มองเหนว่า ก่อนที่จะมีโครงการนี้ มีผู้เล่นในตลาดหลักๆ
ก็คือ ชาวนา และ โรงสี ...... ชาวนาเมื่อปลูกข้าว ได้ ก็นำไปขายให้โรงสี ได้เงินกลับบ้าน
จะได้มาก หรือ ได้ น้อย ก็สุดแท้แต่ราคาที่ โรงสี เปน คนกำหนด
คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ....
แล้วราคาที่ชาวนาได้ มันเปนธรรมหรือเปล่า ?..... คำถาม ราคาที่ quote ออกมา ที่มามาจากที่ไหน
อ้างอิง จากราคาของอะไร ? ..... คำถาม ใครเปนคนกำหนดราคา ?
เมื่อชาวนาขายข้าวออกไป นั้นหมายความว่า ชาวนาขายทรัพยสินของตัวเองออกไป ในทางเศรษฐศาสตร์
เราถือว่า ทรัพยสินที่ขายออกไป เราเรียกว่า assets
ชาวนาตกอยู่ในสภาพนี้มานานครับ แล้วอยู่ๆ ก็มีรัฐบาล มาเริ่มทำโครงการนี้


-โดยผู้ออกแบบนโยบาย หรือ strategy มองเห็นว่า การที่จะยกระดับชีวิตของชาวนา
ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการลงไปเปนผู้เล่นเอง
ขออนุญาต.. เพื่อนๆ ยกตัวอย่างนะครับ
เปรียบเทียบอย่างนี้นะครับ สมมติว่า มีร้านค้าที่รับซื้อพืชผลทางการเกษตร อยู่หลายร้านค้า
ด้วยราคาที่คนในชุมชนนั้น รับทราบมาช้านาน อยู่ๆก็มี ร้านค้า เปิดใหม่แห่งหนึ่ง มาเปิดกิจการ
และรับซื้อในราคาสูงกว่าร้านค้าเก่า นั้นหมายความว่า ผลผลิต หรือ ทรัพยสิน ของเกษตรกร
ได้ไหลไปอยู่กับร้านค้าแห่งใหม่

-ถัากลับมามองเรื่องข้าว ก็หมายความว่า รัฐ มาเปิด บริษัทรับซื้อ ที่ให้ราคาสูงกว่า
ราคาเปนแรงจูงใจครับ ข้าวก็ควรจะไหลไปหาราคาที่สูงกว่า แล้วถามว่ารัฐทำๆไมครับ
อย่างที่บุญผันได้เขียนไปในตอนต้นนะครับ ทางเศรษศาสตร์ ผู้ที่ครอบครอง ทรัพยสินหรือ
assets จะมีการประเมินกันทุกปี ในทุกองค์กร ทุกบริษัท ว่า assets ของตัวเองมีมูลค่า
เพิ่มขึ้นหรือลดลง แน่นอนครับ ถ้า assets ที่ถือครองมีมูลค่ามากขึ้น ทุกบริษัท happy ครับ
 คราวนี้ถ้าเพื่อนๆมองเห็นว่า assets ของชาวนาซึ่งก็คือ ข้าว เมื่อขายได้มากขึ้น ก็หมายความว่า
ทรัพยสินของชาวนามีมูลค่ามากขึ้นครับ

-ในโลกของธุรกิจ intrinsic value หรือ มูลค่าที่แท้จริงของทรัพยสิน เปนองค์ประกอบ
ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจครับ ในบางครั้ง ราคาของทรัพยสิน อาจจะ over value( ราคามากกว่า
ความเปนจริง)หรือ ในบางครั้งอาจจะ under value ( ราคาต่ำกว่าความเปนจริง)
สามสิ่งที่ บุญผัน เขียน มันจะโยงไปสู่วิธีคิดที่รัฐ กำลังจะบอกต่อให้ชาวนาได้รับทราบว่า ทรัพยสิน
ที่ชาวนาถือครองอยู่ มีราคาอยู่ในส่วนไหนของ ทั้งสามอย่างครับ
การที่รัฐยกราคาข้าวให้สูงขึ้น รัฐกำลังจะบอกชาวนาว่า ที่ชาวนาขายข้าวในอดีตน่ะ่
ราคามันเป็น under value น่ะ ราคามันต่ำกว่าความเปนจริง
ถามว่ารัฐทำไปทำไม รัฐต้องการชี้ให้เห็นว่า ชาวนาต้องเข้าใจถึงทรัพยสินที่ตัวเองมีว่า
มูลค่าที่แท้จริง มันอยู่ตรงไหน


-เมื่อชาวนา เริ่มเข้าใจ กระบวนการคิดจะถูกพัฒนา ต่อไปว่า 
ที่รัฐมาทำตัวเปนผู้เล่นในตลาดเพื่ออะไร ในอนาคตถ้าโครงการยังดำเนินต่อไปได้(หวังใจว่า)
โรงสีทั่วๆไป ก็จะต้องเริ่มซื้อในราคาสูงขึ้น เพื่อทำให้ตัวเองได้ข้าว กลไกตลาดที่ถูกเอาเปรียบ
มาตลอดก็จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง นั่นหมายความว่า ราคาต่อไปจากนี้ โรงสีจะซื้อด้วยความเปนธรรม
มากขึ้น ราคาตลาดก็จะปรับตัวสูงขึ้น สุดท้าย ข้าว จะกลายเปน prototypeให้พืชเกษตร
ชนิดอื่นๆ ได้เรียนรู้ถึงการจัดการครับ 
สุดท้ายเมื่อดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง ประเทศที่เปนประเทศเกษตรกรรม จะได้เรียนรู้
ถึงขั้นตอน ถึงการหยั่งราก ว่า วิธีการหรือแผนแม่บทสำหรับ พืชผลทางเกษตร ควรเริ่มต้นแบบไหน


-คราวนี้ บุญผัน ข้อเขียนในส่วนที่สอง ครับ ในเรื่องของ technique
ในเรื่องทางเทคนิค ของ บริษัท ก็คือ มันมีการโกง เกิดขึ้น อันนี้เปนข้อเท็จจริง ครับ
ดังนั้นถ้าเรามองว่า การโกง เปนเรื่องทาง เทคนิค ก็ควรจะเข้าไปจัดการกับคนที่โกง
ตรงไหนมีรอยรั่วก็อุดซะ ซึ่งเปนการแก้ปัญหาทางเทคนิค 
เมื่อมีโกงเกิดขึ้น มันไม่ได้หมายความว่า strategy มันผิดซะที่ไหน 
อย่าไปเหมารวมกัน ครับ
โครงการต่างๆจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยความร่วมมือ ร่วมใจกันครับ
ทุกคนเปนประชาชนชาวไทย อันเปนที่รักทุกคน ครับ ปัญหามีไว้ให้แก้ครับ
ใจร่มๆ ครับ บุญผัน ก็คิดว่า ทุกๆคนก็หวังดีแก่ประเทศชาติทั้งหมด ครับ

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar