🇹🇭 บทความแปลเป็นไทยเกี่ยวกับการประท้วงในประเทศไทย โดย หนังสือพิมพ์ แอลเอ ไทมส์
.........
ผู้ประท้วงในประเทศไทยเรียกร้องให้มีการจำกัดอำนาจกษัตริย์ โดยไม่หวั่นต่อกฎหมาย
โดย ชาแช็งค์ เบงกาลี นักข่าวประจำ
11 สิงหาคม พศ 2563
หลายๆปีที่ผ่านมา ผู้วิจารณ์กษัตริย์อันทรงแสนยานุภาพในประเทศไทย ต้องเลือกใช้คำพูดด้วยความระมัดระวังอย่างสูง โดยใช้คำเปรียบเทียบซ่อนนัยยะ เช่น เมื่อพูดถึงเรื่อง สุนัขฟูฟู ที่ตายไปแล้ว, เรื่องตลกวงในเกี่ยวกับการแต่งงานหลายครั้งหลายหนของเขา หรือแม้แต่การอ้างถึงประเทศเยอรมนี อันเป็นที่ที่เขาพำนักเต็มเวลาอยู่ในโรงแรมบนเทือกเขาแอลป์ในบาวาเรีย
หลังๆมานี้ บ้างแต่งคอสตูม แฮรี่ พ็อตเต้อร์ เปรียบเปรยถึง ลอร์ด วัลเดอร์มอร์ต พ่อมดชั่วร้ายที่ใครๆก็หวาดกลัวจนไม่กล้าเอ่ยชื่อ
การเปรียบเปรยนี้ ใช่ว่าไม่มีมูลฐาน สถาบันกษัตริย์ไทยสร้างเกราะป้องกันการวิพากย์วิจารณ์ตัวด้วยกฎหมายห้ามหมิ่นสถาบันฯ ที่เข้มงวดที่สุดในโลก อันมีบทลงโทษผู้ใดก็ตามที่บังอาจหมิ่นกษัตริย์และรัชทายาท ด้วยบทลงโทษจำคุกถึง 15 ปี แม้จะไม่ได้เอามาใช้บ่อยนัก กฎหมายนี้ ถูกเอามาเป็นเครื่องมืออุดปากประชาชน กษัตริย์ผู้ไม่อยู่ในประเทศ และสั่งสมทรัพย์สฤงคารพร้อมอำนาจทางการเมือง ในจำนวนมากมายมหาศาลมากว่าใคร นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองให้กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อปี พศ 2475
อย่างไรก็ดี ในการแสดงออกถึงการขัดขืนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แกนนำนักศึกษา และผู้ประท้วงครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ต่างพากันเรียกร้องอย่างเปิดเผย ให้มีการจำกัดขอบเขตพระราชอำนาจของ กษัตริย์ มหาวชิราลงกรณ์ ด้วยการชุมนุมประท้วง ที่เริ่มเพิ่มน้ำหนักขึ้นในหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา และได้สร้างความตะลึงต่อผู้สังเกตการณ์ เป็นการท้าทายอำนาจของราชวงศ์โดยตรง
“ในวันนี้ เราจะพูดกันตรงๆเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์” ผู้นำนักศึกษา ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล กล่าวต่อที่ชุมนุมนับพันๆในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ ชานเมืองกรุงเทพฯ
“ในอดีตที่ผ่านมา มักจะมีคำแถลงหลอกเราว่า คนที่เกิดมาในราชวงศ์ เป็นสมมติเทพเทวดา แต่ด้วยความเคารพนะคะ ลองถามตัวเองกันดูเถิดว่า คุณแน่ใจหรือว่า เทพเจ้าเทวดาเขาจะมีนิสัยแบบนี้กัน”
แกนนำผู้ประท้วงอ่านคำเรียกร้อง 10 ข้อ ที่รวมถึงการถอนกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ, ลดงบประมาณค่าใช้จ่ายให้สถาบันกษัตริย์, ห้ามกษัตริย์มีบทบาททางการเมือง, ลดกองกำลังรักษาพระองค์ และสอบสวนกรณีอุ้มหายของผู้วิจารณ์กษัตริย์
แถลงการณ์ได้กล่าวว่า นี่ “ไม่ใช่ข้อเสนอเพื่อจะล้มล้างสถาบันกษัตริย์” แต่เป็นทางเลือกให้กษัตริย์ “อยู่เป็นมิ่งขวัญประชาราษฎร์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย”
ผู้ชุมนุมดูเหมือนว่า จะมุ่งไปสู่การปะทะกับกำลังฝ่ายอนุรักษ์นิยมอวยเจ้า ที่นำโดยนายกรัฐมนตรี อดีต ผบ.ทบ. ประยุทธ จันทร์โอชา และฝ่ายทหารที่ได้ปราบปรามการประท้วงในอดีตมาแล้วอย่างรุนแรงโหดร้าย เพื่อที่จะลดแรงระอุที่จะเกิดขึ้น ผู้จัดการการประท้วง ได้ประกาศงดการชุมนุมในวันพุธนี้ อันเป็นวันเกิดของพระพันปี ที่กษัตริย์จะกลับมาเยือนในกรุงเทพฯ
“ผมนึกไม่ออกเลยว่า มีเหตุการณ์ไหนในประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ที่เทียบกันได้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้” กล่าวโดย แมธธิว วีลเล่อร์ นักวิเคราะห์อาวุโสของกลุ่มวิกฤตสากล ประจำกรุงเทพฯ
“เราได้มาถึงบรรยากาศใหม่ ซึ่งการเข้ามาเกี่ยวข้องทางการเมืองของสถาบันกษัตริย์ ถูกนำมาวิพากวิจารณ์กันอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะแล้ว” วีลเล่อร์เสริม “อาจจะพูดได้ว่า ในทางใดทางหนึ่ง มันเลี่ยงไม่ได้ จะต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว สิ่งที่เรายังไม่ประจักษ์คือ ฝ่ายนิยมเจ้าจะมีปฏิกิริยาอย่างไร”
แม้ทางการจะได้ส่งสัญญาณให้ว่า พวกเขาจะอำนวยเวทีให้ฝ่ายประท้วงบ้าง แต่ในสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ได้จับกุมแกนนำการประท้วงสองคน คือทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน อานนท์ นำภา และผู้นำนักศึกษา ภาณุพงศ์ จาดนอก ด้วยข้อกล่าวหาว่าปลุกปั่นยุยง รวมทั้งข้อหาอื่นๆ ทั้งสองได้รับการประกันตัวออกมา และได้มากล่าวปราศรัยในที่ชุมนุมเมื่อวันจันทร์นี้
“ตั้งแต่นี้ต่อไป คำถามเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ที่ทำด้วยความเคารพ ต้องกระทำกันอย่างเปิดเผย” อานนท์ กล่าวต่อผู้ชุมนุม “และจากนี้เป็นต้นไป ไม่ควรที่ใครจะต้องถูกคุกคามปองร้ายเพียงเพราะพูดถึงสถาบันกษัตริย์”
ประยุทธได้บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคารนี้ว่า เขารู้สึกไม่สบายใจต่อการประท้วงและสงสัยว่า มันจะ “ไปไกลเกิน” ก่อนหน้านั้น รัฐมนตรีผู้หนึ่งได้ออกมาเตือนนักศึกษาว่า “ห้ามก้าวก่ายสิทธิของผู้อื่น และต้องไม่จาบจ้วงสถาบันชั้นสูงสุดของประเทศ ไม่มีใครจะยอมรับได้”
การปะทะกันจะส่งผลให้ประเทศไทยดิ่งไปสู่ความไม่สงบในระยะยาว หลังจากเวลาไม่ถึงปีครึ่ง ที่ได้มีการเลือกตั้งหลังการรัฐประหารโดยฝ่ายทหารในปี พศ. 2557
ความโกรธแค้นของประชาชนได้สั่งสมเรื่อยมาตั้งแต่การรัฐประหารครั้งนั้น ซึ่งได้ตามมาด้วยการยืดเวลาการบังคับใช้คำสั่งของฝ่ายกองทัพ, การจับกุมคุมขัง ข่มขู่คุกคามผู้ประท้วง, การแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ให้ฝ่ายทหารมีบทบาทนอกหน้าที่มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง, คำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคยอดนิยม และรวมทั้งการเลือกตั้งอันพิรุธ เมื่อปี 2562 ที่อำนวยให้หัวโจกรัฐประหารประยุทธ รักษาอำนาจในกำมือของตัวเองต่อไป
จนมาถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ซัดกระหน่ำเศรษฐกิจ ที่ตกอยู่ในภาวะถดถอยทางการผลิต และเพิ่มความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทางสังคมอยู่แล้ว ให้ทรุดหนักลงไปอีก
ตลอดมานี้ วชิราลงกรณ์ วัย 68 ปี ใช้เวลาเกือบทั้งหมดพักอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนี และบินกลับมากรุงเทพฯกับภรรยาคนที่สี่และบริวาร นานๆครั้งแบบไปเช้าเย็นกลับ
และเป็นการเติมเชื้อต่อความไม่พอใจที่เขาไม่อยู่ พร้อมกับการผลาญภาษีอากรไปกับความสำราญส่วนพระองค์ เขายังดำเนินการหลายครั้งหลายคราเพื่อขยายอำนาจของตัวเอง นับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์เมื่อปี พศ 2559 หลังจากการตายของบิดาผู้เป็นที่รักใคร่มาจากการครองราชย์อันยาวนาน
วชิราลงกรณ์ สั่งให้แก้รัฐธรรมนูญให้สะดวกต่อเขามากขึ้น ที่จะปกครองสั่งการจากต่างประเทศ จัดตั้งกองกำลังทหารสองกองใต้การบังคับบัญชาโดยตรงของเขา และยังรวบสมบัติจากสำนักทรัพย์สินส่วนพระองค์ มาอยู่ในการควบคุมโดยตรงของตัวเอง อันรวมไปทั้งอสังหาริมทรัพย์ หุ้นส่วนธุรกิจ จำนวนมากมายมหาศาล ประมาณได้ราว 70 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เขาเป็นกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
“สิ่งที่คนเห็นกันทั่วไป คือพระราชาที่มีบทบาทโดยตรงต่อผลประโยชน์ของตัวเองในทางการเมือง มากมายกว่ากษัตริย์ใดก่อนหน้านี้” วีลเล่อร์กล่าว “ความอดทนของประชาชนเบาบางลงทุกวัน อะไรๆก็จะเกิดขึ้นได้ ในแง่ของการแสดงออกถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชน และแน่นอนที่สุด มันกำลังเพิ่มแรงผลักดันขึ้นอย่างต่อเนื่องสะสม ในเวลาที่ประชาชนกำลังเผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจ”
การประท้วงซึ่งได้เริ่มขึ้นในฤดูร้อนนี้ หลังจากที่ข้อบังคับการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19ได้คลายตัวลง ในช่วงแรก เป็นการเรียกร้องให้ปฏิรูปรัฐบาล – ซึ่งรวมถึงให้มีการเลือกตั้งใหม่ และร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อยกเลิกการลงโทษผู้เห็นต่าง – แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้พูดถึงสถาบันกษัตริย์กันตรงๆ
ในธรรมศาสตร์ ที่ฝ่ายจัดการชุมนุม มีการตรวจอุณหภูมิร่างกายผู้เข้าร่วม และแจกเจลฆ่าเชื้อที่ทางเข้า ชาวไทยวัยกลางคนปะปนไปกับเยาวชนที่มาประท้วงเป็นครั้งแรกในชีวิต ป้ายทั้งภาษาไทยและอังกฤษบอกว่า “ไม่เอาประชาธิปไตยจอมปลอม” และ “หยุดเสแสร้งทำเป็นว่าเรายังมีสถาบันกษัตริย์ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ”
“เราไม่ควรต้องมาเสียสละชีวิตของเรา เพียงเพื่อพูดความจริง และเราจะไม่ทนอีกต่อไป” นักศึกษาศิลปศาสตร์วัยยี่สิบที่บอกชื่อเพียง พังพอน กล่าว
“เราไม่ต้องการสถาบันกษัตริย์” เธอเสริม “ฉันรู้ว่านั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ - ฉันรู้ดีว่า เรายังต้องอยู่ร่วมกับสถาบันฯ ฉันเพียงแต่ต้องการที่จะบอกว่า ขอให้สถาบันฯเป็นแบบในอังกฤษ โดยมีการประกอบพระราชพิธีต่างๆเพื่อนำรายได้การท่องเที่ยวเข้าประเทศแบบเขา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราทำ สถาบันกษัตริย์ของเรากลับเอาเงินออกไปใช้นอกประเทศ”
ผู้เข้าชุมนุมบางคน ชูรูป วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยผู้เป็นที่รู้จักกันดี และถูกอุ้มหายไปในเดือนมิถุนายน กลางถนนในกรุงพนมเปญ นครหลวงของกัมพูชา ที่เขาไปอาศัยลี้ภัยอยู่ – เป็นเหยื่ออุ้มหายรายล่าสุด ในจำนวนผู้ลี้ภัยต่างแดนหลายต่อหลายคนที่ถูกอุ้มหายโดยไม่มีใครรู้ชะตากรรม
“วันเฉลิมได้กลายมาเป็นสัญญลักษณ์ทางการของผู้ประท้วง ผมดีใจที่การหายไปของเขาไม่เป็นการสูญเปล่า” กล่าวโดย ปวิน ชัชวาลย์พงศ์พันธ์ นักวิชาการผู้วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ที่ได้อาศัยลี้ภัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
การแสดงความไม่พอใจ ได้เกิดในวงกว้างขึ้นบนโซเชียลมีเดีย มีคนช่างเสาะข่าวติดตามการเคลื่อนไหวของตัวกษัตริย์ ทั้งเที่ยวบินของเขา หรือการออกไปปั่นจักรยานชมทิวทัศน์ในชนบทเยอรมัน เวลาเขาแวะกลับมาช่วงสั้นๆวันเดียวเพื่อร่วมพิธีเฉลิมฉลองในเดือน เมษายนที่ผ่านมา โดยไม่ต้องผ่านการกฎการกักตัวในช่วงแพร่ระบาดโควิด-19 ก็มีแฮชแท็ก #กษัตริย์มีไว้ทำไม ที่ถูกทวีตกันกว่าล้านครั้งในเมืองไทย
กลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส ซึ่งเป็นกลุ่มบนเฟซบุคที่พูดถึงและล้อเลียนสถาบันกษัตริย์ – และใช้รูปพระราชาเล่นสไลด์น้ำในกางเกงอาบน้ำ - ที่ก่อตั้งโดย ปวิน ได้เพิ่มสมาชิกขึ้นมาถึงเกือบเก้าแสนคน นับแต่เริ่มตั้งมาในเดือนเมษายน ทางการไทยเรียกร้องให้เฟซบุคแบนเพจนี้ ตามคำบอกเล่าของปวิน แต่มันก็ยังคงเปิดดำเนินการอยู่
“ในฐานะเจ้าของหน้านี้ ผมได้เห็นการประท้วงจุดประกายขยายไปแทบทุกจังหวัดในประเทศไทย” เขากล่าว “ผมคิดว่า มันสามารถที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางการเมือง ผมไม่เคยคาดมาก่อนเลยว่า จะได้เห็นนักเรียนนักศึกษาประท้วงกันมาถึงจุดนี้ได้ ขนาดที่ผมได้ต่อสู้เรียกร้องมานับสิบปี เพื่อให้มีการวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ได้อย่างเปิดเผยมาก่อน แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นยังทำให้ผมช็อคว่ามันเป็นไปได้แล้ว”
Inga kommentarer:
Skicka en kommentar