torsdag 23 januari 2014




She's coming....นายกฯ ยิ่งลักษณ์ มาถึง บก.ทอ.แล้ว นักข่าวตะโกนทักทาย หันมา ยิ้มให้มี ผบ.ทอ.


ปลัดกลาโหม มารับก่อนขึ้นหารือนอกรอบผบ.สส.เหล่าทัพ
ภาพ วาสนา นาน่วม (1/23/2557)


เมื่อต้องเผชิญกับกองกำลังป่าเถื่อนฝ่ายประชาธิปไตยกำลังจะพ่ายแพ้แล้วหรือ?


โดย ปูนนก

การเดินขบวนไปตามท้องถนนในสถานที่ต่างๆ  ของม๊อบ กปปส. และม๊อบ คปท.  ในเวลานี้ต่างล้วนมีวัตถุประสงค์เดียวกันก็คือ  “ยั่วยุให้เกิดเหตุรุนแรงและการสูญเสียของมวลชนขึ้นให้จงได้”  แม้จะมีการลอบยิงรายวัน และเกิดระเบิดขึ้นในม๊อบ กปปส.  สองครั้ง  แต่การปลุกปั่นนี้ก็ยังไม่สามารถส่งผลให้เกิดการปะทะที่รุนแรงอะไรมากไปกว่าที่ผ่านมา  กองทัพยังคงอยู่ในที่ตั้ง  แม้ ผบ.ทบ. จะออกมาพูดในเชิงข่มขู่ปรามเจ้าหน้าที่รัฐในการควบคุมดูแลความสงบอยู่เสมอ  แต่ก็ยังไม่กล้าพอที่จะเคลื่อนกำลังออกมาทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐอย่างแท้จริง  ซึ่งนั่นก็หมายความว่าคงจะมีอะไรบางสิ่งที่ยับยั้งการเคลื่อนพลของกองทัพที่จะออกมาทำรัฐประหารเอาไว้ไม่สิ่งใดก็สิ่งหนึ่ง  เพราะสถานการณ์ขณะนี้ด้วยการเรียกร้องอย่างแข็งกร้าวของ กปปส. เช่นนี้  และด้วยเงื่อนไขแห่งความแตกแยกของมวลชนมากมายเช่นนี้  ไม่เคยมีสักครั้งที่กองทัพจะพลาดการยึดอำนาจรัฐไปได้

เวลานี้ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ.. มวลชนจากสาขาอาชีพต่างๆ หรือแม้กระทั่งกองกำลังบางส่วนของกองทัพเองก็แสดงตัวออกมาต่อต้านรัฐบาล  การจับกุมทหารเรือที่สังกัดกองกำลังหน่วยรบพิเศษของกองทัพเรือที่แสดงตัวชัดเจนว่าเป็นการ์ดของ กปปส. อีกทั้ง ผบ. ของกองกำลังหน่วยรบพิเศษนี้ก็ออกมาแสดงความเห็นข่มขู่และแสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลอย่างชัดเจน  และในที่สุดรัฐบาลก็ประกาศใช้ พระราชกำหนดบริหารราชการในสภาวะฉุกเฉินเพื่อจะควบคุมสถานการณ์มิให้เกิดความรุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่ 

พระราชกำหนดบริหารราชการในสภาวะฉุกเฉิน (พรก. ฉุกเฉิน) นั้นเป็นเสมือนการติดอาวุธให้กับเจ้าหน้าที่รัฐบาลในการควบคุมดูแลการชุมนุมในครั้งนี้  อีกทั้งยังเป็นดาบอาญาสิทธิ์สำหรับการจัดการกับกองกำลังใดๆ ที่จะคิดล้มรัฐบาลด้วยวิถีทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย  การที่รัฐบาลแต่งตั้งให้ พล.อ. นิพันธ์  ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหมดำรงตำแหน่งจอมพลในภาวะการณ์เช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาอย่างแน่นอนเพราะแม้ในภาวะปกติจะเป็นเพียงตำแหน่งเพื่อเป็นเกียรติ์  แต่ในภาวะที่เกิดการรัฐประหารยึดอำนาจขึ้นในประเทศตำแหน่งจอมพลจะมีผลอย่างมากในการสั่งการกองกำลัง  และพล.อ. นิพันธ์  ทองเล็ก ได้แสดงตัวออกมาอย่างชัดเจนว่าเป็นนายทหารที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย

ม๊อบ คปท. เดินทางไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติและมวลชนที่บ้าคลั่งได้ทำลายป้ายชื่อและตราแผ่นดินอันทรงเกียรติ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจนหมดสิ้น  สิ่งที่ปรากฏในสื่อแสดงให้เห็นถึงความกักขฬะป่าเถื่อนของม๊อบที่อ้างตัวว่าเป็นคนดี   ที่ดูเหมือนจะปลดปล่อยความเลวร้ายของตัวเองออกมาจนหมดสิ้น  และการกระทำเช่นนี้ยังความเคียดแค้นเจ็บช้ำให้แก่ตำรวจผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์  ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ม๊อบ คปท. ต้องการก็คือ  การโต้ตอบอย่างอาฆาตแค้นขาดสติจากฝ่ายรัฐ  เพราะนั่นคือสิ่งที่ม๊อบ คปท. และ กปปส. ต้องการให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความวุ่นวายปั่นป่วนในการบริหารประเทศของรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์  และใช้เป็นข้ออ้างในการที่ทหารจะนำกำลังพลออกมาทำรัฐประหารยึดอำนาจ


แต่ทว่าการที่รัฐบาลดูเหมือนไม่ได้ทำอะไรมากกว่าการตั้งรับและเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวนั้น  อันที่จริงการตั้งรับที่รัฐบาลกระทำอยู่ในขณะนี้นั้นคือ  ปฏิบัติการรุกที่ได้ผลที่สุด  เพราะฝ่ายเผด็จการอำนาจนิยมที่หนุนหลังม๊อบ กปปส. อยู่พยายามเร่งให้การต่อสู้ครั้งนี้จบลงให้ได้โดยเร็วเพราะรู้ตัวเองดีว่า ตนอยู่ในฝ่ายที่ไม่ปฏิบัติตามกฏหมายและไม่สามารถดำรงความชอบธรรมเอาไว้ได้  บางทีเราอาจจะไม่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่า การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจทางการเมืองในขณะนี้มิได้ส่งผลที่เกิดขึ้นกันเพียงเฉพาะในประเทศไทยนี้เท่านั้นแต่ผลที่เกิดขึ้นกำลังมีผลกระทบออกไปสู่ประเทศต่างๆ  ทั่วทั้งภูมิภาคและทั่วโลกด้วย   ดังนั้นความขัดแย้งนี้จึงมิได้ตัดสินแพ้ชนะกันที่กองกำลังหรือมวลชนเพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น  แต่ทว่ามันส่งผลเกี่ยวพันไปถึงนานาชาติด้วย


จีน,  สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, รัสเซีย, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อาเซียน และอีกหลากหลายประเทศล้วนเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งทั้งสิ้น  ดังนั้นการที่ท่านนายกยิ่งลักษณ์  ยึดถือความชอบธรรมอันเป็นสากลคือรักษาระบอบประชาธิปไตยเอาไว้นั้นจึงเป็น  “หลักยึดและกำแพงป้องกันอันแข็งแกร่ง”  ที่ฝ่ายเผด็จการอำนาจนิยมไม่สามารถทำลายได้  เป็นที่ทราบกันดีโดยเปิดเผยแล้วว่าม๊อบ กปปส. และ คปท. นั้นล้วนมีผู้มีอำนาจทางการเมืองในระดับสูงรวมถึงอำนาจมืดและมือที่มองไม่เห็นให้การสนับสนุนอยู่  ดังนั้นประชาชนจึงได้เห็น  “ความกร่างและการย่ามใจ”  อย่างมากของกลุ่มคนเหล่านี้ที่กระทำความชั่วร้ายต่างๆ ได้อย่างไม่เกรงกลัวกฏหมายแต่อย่างใดซึ่งได้สร้างความเคียดแค้น  ขุ่นเคืองใจ และเกลียดชังให้ทับทวีเพิ่มขึ้นในจิตใจของผู้คนที่มีใจเป็นธรรมโดยทั่วไป

แต่ทว่า... ถ้าหยุดเพื่อพิจารณากันอย่างรอบคอบสักนิดแล้วตั้งคำถามอย่างจริงจังกับตัวเองว่า  “การกระทำอันชั่วร้ายป่าเถื่อนของม๊อบ คปท. หรือ กปปส. เช่นนี้จะนำพวกเขาไปสู่ชัยชนะในการต่อสู้ครั้งนี้จริงหรือ?”   เราก็น่าจะตอบตัวเองได้ว่า  “ไม่เป็นเช่นนั้น”  แม้ว่าพวกเขาจะพยายามสำแดงความป่าเถื่อนปิดล้อมสถานที่ราชการ.. ตัดน้ำตัดไฟ.. ทำลายทรัพย์สิน  ข่มขู่ประชาชนผู้เห็นต่างหรือแม้กระทั่งสำแดงพลังว่ามีกลุ่มมวลชนมากมายให้การสนับสนุนนั้น  แต่ความจริงก็คือความจริงที่ไม่อาจปิดบังได้ว่า  "พวกเขาเป็นเพียงกลุ่มเผด็จการอำนาจนิยมที่เป็นคนส่วนน้อยของประเทศ  ที่กำลังจะพ่ายแพ้ต่อพลังแห่งประชาชนส่วนใหญ่ผู้เป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริงของประเทศนี้” 

ทุกวันนี้ดูเหมือนรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  ถอยแล้วถอยอีกและกำลังดูเหมือนจะจนหนทาง  หมดทางเดินต้องยอมแพ้  แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏจริงกลับตรงกันข้ามรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์  ยังคงถือความชอบธรรมในการเป็นรัฐบาลรักษาการณ์เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง  และการเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งผลสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อฝ่ายเผด็จการอำนาจนิยมคือ  “เป็นการชี้ชัดว่าฝ่ายใดรักษาระบอบประชาธิปไตยและฝ่ายใดไม่ต้องการระบอบประชาธิปไตย”  อันเป็นกติกาสากลของโลกนี้  

พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยจำจะต้องอดทนต่อการยั่วยุทั้งปวงแม้ว่าบางเรื่องบางเหตุการณ์มันแทบจะทนไม่ได้  แต่ก็จำเป็นต้องทนให้ได้เพื่อชัยชนะอันชอบธรรมและสมบูรณ์ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้... เพราะการต่อสู้ด้วยการสงบนิ่งเพื่อรักษาความชอบธรรมนี้คือการต่อสู้อันน่ากลัวที่สุดที่ฝ่ายเผด็จการอำนาจนิยมหวั่นไหวและกำลังจะพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง...  ขอให้พี่น้องที่รักของเราทุกคนร่วมใจกันส่งแรงใจไปให้กำลังใจท่านนายกยิ่งลักษณ์.. คณะรัฐมนตรี  และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือทีมงานทุกๆ  คนที่กำลังเผชิญหน้าต่อสู้กับความชั่วร้ายป่าเถื่อนนี้  ให้มีความหนักแน่นมั่นคงและปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวงด้วย.. 

และขอให้พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกๆ ท่านมั่นใจเถิดว่าฝ่ายประชาธิปไตยแม้อาจจะพ่ายแพ้ในบางศึกสมรภูมิ  แต่เราจะต้องชนะในสงครามนี้...   ขอเป็นกำลังใจแก่ทุกๆ ท่านครับ



Inga kommentarer:

Skicka en kommentar