onsdag 19 september 2012

"ละครอิงประวัติศาสตร์" ตอน" องค์ราชัน องค์รานี เจ้าชาย เจ้าหญิง องค์รัชทายาท.". เป็นตอนที่น่าอ่านและน่าติดตามมากเพราะบทบาทในท้องเรื่องเขียนถึงตัวละคร "องค์ราชันและองค์รานีแห่งเมืองสารขันธ์" สองผัวเมียชราที่กำลังป่วยหนักทนทุกข์ทรมาณตายทั้งเป็นด้วยโรค "กฎแห่งกรรมตามสนอง" จากผลกรรมชั่วที่สร้างสะสมมาชั่วชีวิต โดยสั่งเข่นฆ่าประชาชน วางยาพิษข้าทาสบริวารที่เอาใจออกห่าง สั่งสมุนบริวารทำการขูดรีดกดขี่ข่มเหงประชาชน เอารัดเอาเปรียบใช้อำนาจกฎหมายจับประชาชนเข้าคุกข้อหาไม่จงรักภักดีเป็นฝุ่นใต้ตีน โกงเอาทรัพย์สมบัติของชาติไปเป็นของตัวเอง นี้คือตัวอย่างกรรมชั่วที่สองผัวเมียชราแห่งเมืองสารขันธ์ทำมาเกือบชั่วชีวิตตน นอกจากนี้บทละครยังเขียนล่วงหน้าตอนต่อไปเกี่ยวกับเจ้าชายเจ้าหญิงองค์รัชทายาทกับเหตการณ์ในอนาคตของเมืองสารขันธ์ที่ยังมาไม่ถึง ขอให้ผู้ชมอดใจรอว่าเหตการณ์จะออกมาเหมือนบทละครที่เขียนหรือไม่... แต่เราคิดว่าไม่มีอะไรที่แน่นอนทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เหตุผลคือ -ถ้าประชาชนคนดูไม่ชอบใจบทละครและตัวละครที่แสดงประชาชนทั้งประเทศก็คงเขียนบทละครใหม่ได้ คิดว่าประชาชนประเทศสารขันธ์คงไม่ยอมอยู่ใต้ระบอบเผด็จการอำมาตย์อีกต่อไป เพราะกลัวว่าจะมีชีวิตเหมือนกบใน "นิทานอิสปเรื่องกบเลือกนาย"....


 ประเทศสยามเปลี่ยนแปลง..ตุ้ม.ตุ้ม.ตุ้ม.ตุ้ม

โดย  คุณหมอตำแย

..... ทำมาทำไปเลขที่เก็งเอาไว้คือเลข 85 กลับไม่ยอมออกและเลขที่กำลังจะออกกลับไปเป็นเลข 80

จึงทำให้เรื่องวุ่นวายไปทั้งขบวนการ    หมอที่มีความชำนาญเฉพาะทางไม่ต้องหลับต้องนอนกันเพราะ"เจ้าชายมะขามหย่อง"ผู้ป่วยมาราทอนพักนี้ทุลักทุเลมาก   เนื่องจากเลือดในสมองชั้นในยังไหลออกมาแต่ยังตกค้างอยู่ข้างในอีก   เพราะถ้าเลือดตกค้างอยู่นานเกินไปจะทำให้เลือดนั้นเสียและเป็นอันตรายกับสมองเป็นอย่างมาก   อีกทั้งเวลาหายใจก็ดังฟืดๆฝาดๆเหมือนคน
นอนกรนเพราะถุงลมอักเสบครั้นคุณหมอจะเจาะคอ
เพื่อใส่สายยางให้ช่วยการหายใจก็ไม่ได้เพราะเสลดออกมาพันคออยู่ตลอดเวลาคุณหมอจึงใช้เครื่องดูดเสลดคาเอาไว้ที่ปากและใช้เครื่อง C-Pap ช่วยหายใจ ซึ่งเป็นการทรมารเป็นอย่างมาก

..... ทีนี้มาถึงคิวของ"เจ้าหญิงปากแดง"มาแรงทำท่าจะแซง"เจ้าชายมะขามหย่อง"หลายครั้งหลายคราเพราะ
เกิดอาการ"Brain death"เข้าไปแล้วถึง 7-80%เลยทีเดียว เนื่องจากเกิดอาการ"ช๊อค"ชักตาค้างผสมผสานกันกับโรคอัลไซเมอร์ พอฟื้นคืนชีพขึ้นมาก็พูดเหมือนนักมวยเมาหมัดไม่ค่อยเป็นประโยคจับประเด็นกันไม่ค่อยถูก
ว่าหมายความว่าอะไรและขณะนี้อาการทั้ง"เจ้าชายและเจ้าหญิง"มีโอกาสได้ใช้สนามหลวงด้วยกันทั้งคู่

..... ทีนี้มาพูดถึงท่าน"ชายสี่"ผู้ที่กำลังจะขึ้นมาแทน"เจ้าชายมะขามหย่อง"นั้นเป็นไปได้สูงลิ่วทีเดียวเพราะได้คุยกับ"เฒ่ากงกง"เบ้ผู้รับใช้ใต้บาทามาโดยตลอดและได้เคลียร์หน้าเสื่อกับหลายฝ่ายแล้วเปิดไฟเขียวคงจะ
ผ่านได้เพราะภายในรู้ดีว่า"เทพทอม"เป็นคนที่"เจ้าชายมะขามหย่อง"รักและไว้ใจมากที่สุด แต่ขาดวุฒิภาวะในการจัดการและบริหารงานใหญ่ๆได้  ในขณะเดียวกัน"ชายสี่"ที่"เจ้าชาย"ไม่ไว้ใจก็เพราะว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน
เอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่และเป็นคนหัวอ่อนอีกทั้งยัง"ปันใจ"ไปให้กับ"นายใหญ่"เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า"นายใหญ่"
เป็นผู้อุปการะเรื่อง"แอร์สาว"เพราะคนหนึ่งมีงบประมาณให้ถึง 100 ล้านบาทและงบนี้ได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
คือ"แอร์สาว"หนึ่งคนจะได้เงินประมาณ 50 ล้านบาท ส่วนที่เหลือก็เป็นค่า"นายด่านใหญ่"และค่าคนไปรษณีย์

อีกหลายขั้นตอนต้องแบ่งกันตามลำดับไหล่ ตรงจุดนี้เองที่ทำให้"เจ้าชาย"ไม่ไว้ใจ"ชายสี่"ตลอดมาเป็นเวลาหลายปี

..... ถ้ามีคำถามว่าระหว่าง"เจ้าชายมะขามหย่องกับชายสี่และเทพทอม"เราควรจะเลือกฝ่ายไหน...คำตอบก็
ต้องตอบว่าเลือก"ชายสี่"ดีกว่าแน่นอนเพราะถ้าได้"ชายสี่"ก็ได้"นายใหญ่"เป็นของแถมด้วย ส่วนจะได้"ประชา
ธิปไตย"ในระดับไหนนั้นก็ต้องค่อยๆปรับกันไปเรื่อยๆจนเข้าที่

Posted Image

..... เมื่อครั้งที่"เจ้าหญิงปากแดง" ยังทรงสติมีสตังค์อยู่เคยเรียบๆเคียงๆหยั่งเสียงดูว่าจะให้"เทพทอม"ขึ้นมาแทน"เจ้าชายมะขามหย่อง" แต่"ชายสี่"ได้ค้านชนิดหัวชนฝาเรื่อง"เทพทอม"เป็นผู้บงการสั่งฆ่าประชาชนในเขตอภัยทานเพราะใครๆก็รู้มาจากคุณ"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ"ที่ตะโกนอยู่บนเวทีว่า"ประชาชนถูกฆ่าตายในเขตอภัยทาน" ซึ่งในวัดประทุมก็คือบ้านของ"เทพทอม"นั่นเองและเด็จแม่จะเอาหน้าไปมองคนอื่นได้สนิทใจได้อย่างไร
เรื่องนี้จึงเงียบไปในที่สุด

..... อย่างไรก็ตามศึกสายเลือดจะเกิดหรือไม่เกิดหรือไม่ว่า"เจ้าชายและเจ้าหญิง"จะอยู่หรือจะไปใช้พื้นที่สนามหลวงก็ตามก็ต้องขอยืนยันตามคำพูดเดิมที่ว่า ถึงเวลาแล้วที่"ชายสี่"ต้องขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง

--------------- ปลายฝนต้นหนาวปีนี้"ประเทศสยาม"ต้องเปลี่ยนแปลง"แน่นอน ตุ้ม ตุ้ม ตุ้ม ตุ้ม ตุ้ม --------------

หมายเหตุ -  บทส่งท้าย
โดย  ขุนเขาจากแดนไกล
ขุนเขาบอก :

สนามหลวงเหมาะกับคนดวงเหนือฟ้า
เหล่าไพร่ไอ้ขี้ข้าอย่าริมาอาศัย
สนามหลวงยามโชติช่วงด้วยกองไฟ
บัดนั้นหนาประชาธิปไตย.....สว่างไสวกลางใจทุกคน..

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar