ผู้รักประชาธิปไตยช่วยนายกปู สู้กับไอ้แก่ขันฑีเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังไอ้กบฎจรกาหน้าดำ
สุเทพ...
![[IMG]](https://fbcdn-sphotos-d-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn2/1491597_477509419025153_1914334265_n.jpg)
จากใจประชาชนผู้ยืนเคียงข้าง....นายกยิ่งลักษณ์.
บอกได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ "ใจ" เธอไม่ธรรมดา........ทุกนาทีของเธอคือการ "สู้"
เธอเดินเข้าถ้ำเสืออย่างองอาจ แสดงอาการไม่ครั่นคร้ามเกรงกลัว แต่ "ให้เกียรติ"
ขอเป็นกำลังใจให้นายกฯปู เดินหน้าต่อไป และขอบอกว่าเธอไม่ได้เดินอย่างโดดเดี่ยว
ผมนิยม "ใจ" ของเธอผู้นี้จริงๆครับ เด็ดเดี่ยวและมั่นคงมากทีเดียว ในขณะเดียวในเชิง "บริหาร" เธอก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า บุรุษใดเลย มีชั้นเชิง มีลูกล่อลูกชนที่จัดได้ว่าเยี่ยมทีเดียวนะครับ ถ้าหากว่านายกฯเป็นผู้ชาย ผมเชื่อว่าป่านนี้ยิงกันเละไปแล้วครับ โดยเฉพาะ "ผู้ชาย" บางคนที่ "ความอดทนโคตรต่ำ" ครับ
![[IMG]](https://scontent-a-lax.xx.fbcdn.net/hphotos-ash3/993500_635709423156471_1890040650_n.jpg)
![[IMG]](https://scontent-a-lax.xx.fbcdn.net/hphotos-ash3/1545062_694898620554596_1017049903_n.jpg)
โดย ปูนนก
ภาพท่านนายกยิ่งลักษณ์ พร้อมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ และปลัดกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าพบกับ พล.อ. เปรม ตินสูลานนท์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2557 ที่สโมสรทหารบก แม้ว่าจะเป็นการเข้าพบเพื่ออวยพรปีใหม่ตามที่ออกข่าวมานั้น แต่ก็ปฏิเสธได้ยากว่าความเคลื่อนไหวแต่ละย่างก้าวของขั้วอำนาจที่กำลังขับ เคี่ยวทางการเมืองอย่างเข้มข้นในขณะนี้จะไม่มีนัยยะใดๆ แม้ว่า พล.อ.เปรม จะเป็นนายทหารที่พ้นจากการบริหารงานราชการมานานแล้ว แต่ก็คงไม่มีใครปฏิเสธว่า พล.อ. เปรม ยังคงมีอิทธิพลทางการเมืองในการให้คุณให้โทษ และกำหนดทิศทางการเมืองของประเทศนี้อยู่อย่างมาก การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ก็ พล.อ. เปรม ตินสูลานนท์ นี้มิใช่หรือ? ที่นำคณะรัฐประหารเข้าเฝ้าองค์พระประมุขยามดึก
คงไม่มีใครไม่ทราบว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ เป็นความขัดแย้งเพื่อกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านที่สำคัญระหว่างความเป็น ประชาธิปไตยกับเผด็จการ ขณะที่รัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ ยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตยที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้การยอมรับและสนับสนุน แต่ทว่ากลับเป็นรัฐบาลที่มีพลังอำนาจในการบริหารและปกครองประเทศน้อยนิด เหลือเกิน..... ขณะที่อำนาจฝ่ายเผด็จการมีประชาชนให้การสนับสนุนไม่มากนักและได้รับการต่อ ต้านจากนานาประเทศด้วยซ้ำ แต่กลับมีอำนาจที่จะกำหนดทิศทางในการดำเนินงานในประเทศนี้อย่างมากมายเหลือ ล้นเสียจริงๆ...
พี่น้องที่รักทุกๆ ท่าน ความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศขณะนี้ เป็นความขัดแย้งที่มีหลายองค์ประกอบอยู่ร่วมกันคือ
1.ทางสังคมคือพัฒนาการของสังคมจากสังคมการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่สังคมอุตสาหกรรมแบบก้าวหน้า...
2.เป็นความขัดแย้งทางการเมืองการปกครองระหว่างเผด็จการอนุรักษ์นิยมกับประชาธิปไตย
3.เป็นความขัดแย้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้สืบสันตติวงศ์ ในรัชกาลต่อไป
ระยะเวลากว่า 7 ปี ที่อำนาจเผด็จการได้เผยโฉมที่ซ่อนเร้นเอาไว้ออกมาอย่างหมดเปลือก เผยให้เห็นธาตุแท้แห่งความชั่วช้าเลวทราม ได้เปิดโปงตัวเองออกมาอย่างล้อนจ้อนว่า มีความเลวทรามใดที่ปิดซ่อนเร้นอยู่ และมีใครบ้างที่อยู่เบื้องหลัง ทั้งคดโกงประเทศชาติ, สร้างภาพหลอกลวงคนในชาติว่าเป็นคนดีมีคุณธรรม, ยักยอก และเบียดบังทรัพยากรของชาติเอาไว้เป็นของส่วนตัว, สร้างวาทะกรรมให้คนหลงคล้อยตามโดยไม่ต้องสงสัยหรือสอบถาม, ใช้ฐานะทางสังคมที่มีมากกว่าขึ้นมากดขี่คนในชาติด้วยกัน, เอาเปรียบทั้งทางโอกาสและสถานะทางสังคมต่อบุคคลอื่นๆ ฯลฯ
ความขัดแย้งที่กำลังจะนำไปสู่การต่อสู้กันในขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ยืนอยู่ข้างประชาธิปไตย และต้องการให้ประเทศเปลี่ยนแปลงไปตามระบบและกฏเกณฑ์ทางสังคมปกติตามหลักสากล ปฏิบัติ แต่ทว่าฝ่ายจารีตนิยมก็จำเป็นต้องขัดขวางทุกวิถีทางเพื่อให้การเปลี่ยนแปลง นี้ยุติลง เพื่อที่พวกเขาจะยังคงถือครองอำนาจรัฐและปกครองประเทศนี้ต่อไปดุจดังที่เคย เป็นมา
ท่านนายกยิ่งลักษณ์ และท่านนายกทักษิณ ต่างก็ได้พิสูจน์ให้เห็นประจักษ์แล้วว่าทั้งสองท่านล้วนเป็นนักบริหารชั้น เยี่ยมยอด ที่จะหาผู้ใดมาทัดเทียมหรือเสมอเหมือนได้ยาก และทั้งสองท่านสามารถนำพาประเทศนี้ก้าวไปสู่ความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้ โดยไม่ยาก (ถ้าสถานการณ์ของประเทศอยู่ในสภาวะปกติ)
แต่ทว่าในสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงอันสำคัญเช่นนี้ การใช้นักบริหารมาเป็นผู้นำการต่อสู้อันสำคัญนี้ก็อาจจะไม่เหมาะสมเท่าที่ ควร ผมไม่ได้หมายความว่าท่านนายกยิ่งลักษณ์ ไม่สมควรเป็นผู้นำบริหารประเทศ แต่ผมกำลังพยายามนำเสนอว่าในเวลานี้ ขณะที่มีความขัดแย้งเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอันสำคัญยิ่งยวดเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยหรือทีมงานยุทธศาสตร์ของพรรคควรจะถนอมท่านนายกยิ่งลักษณ์ เอาไว้เพื่อนำพาประเทศในยามที่ท่านจะสามารถปฏิบัติงานเพื่อประเทศได้ดีกว่า นี้ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นศักยภาพที่ท่านนายกยิ่งลักษณ์มีอยู่แล้วจะยิ่งฉายแสง เจิดจรัสให้โดดเด่นมากกว่านี้อีกนับเท่าทวี
บางทีถ้าสามารถรักษาท่านนายกยิ่งลักษณ์ ให้พ้นจากภัยคุกคามนี้โดยการ “ให้หยุดพัก...แล้วมอบหมายให้รองนายกที่มีความพร้อมและเฉียบขาดในสถานการณ์นี้ขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทน” น่าจะเป็นทางออกหนึ่งที่จะทำให้รัฐบาลสามารถเป็นฝ่ายรุกทางการเมืองได้ มากกว่าที่เป็นอยู่นี้ก็เป็นได้ เพราะจากสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าและจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ม๊อบ กปปส. ไม่มีทางจะหยุดการสร้างความปั่นป่วนประเทศนี้อย่างแน่นอน การบังคับใช้กฏหมายอย่างเฉียบขาด และถูกต้องตามมาตรฐานและหลักการอย่างแท้จริงเท่านั้น (อาจจะเชิญให้นานาชาติเข้ามาร่วมสังเกตการณ์.. หรือร้องขอให้ UN เข้ามาช่วยจัดการเลือกตั้ง ฯลฯ) จึงจะได้รับการยอมรับและการสนับสนุนทั้งจากประชาชนชาวไทย และนานาชาติ
ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เป็นเพียงข้อเสนอที่อยากให้พรรคเพื่อไทย นำไปพิจารณา เพราะดูจากสถานการณ์เช่นนี้ถึงอย่างไรก็คงจะยากที่จะหลีกพ้นจากการแตกหัก รุนแรงไปได้.... ซึ่งถ้าจะต้องแตกหักรุนแรงโดยการใช้กำลัง ฝ่ายประชาธิปไตยควรจะพร้อมและเป็นฝ่ายที่อยู่ในที่มั่นอันเหมาะสมมากกว่าที่ จะกลายเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว
ปูนนก
Inga kommentarer:
Skicka en kommentar