fredag 17 januari 2014

วิกฤติการเมืองไทย .. ในสายตาต่างประเทศทั่วโลก...




วิจัยเยอรมันชี้ ไทยมีรัฐประหารโดยองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ....
สิ่งที่เราได้เห็นในประเทศไทยเป็นแม่แบบของการทำรัฐประหารในศตวรรษที่ ๒๑






















"รวมทั้งการเข็นรถถังออกมาวิ่งบนท้องถนนของกรุงเทพฯ ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด สำหรับเขาเห็นว่ามันไม่ใช่ยุทธวิธีที่เข้าท่าสำหรับการยึดอำนาจ เขาคิดว่าจะมีการทำรัฐประหารโดยศาลและองค์กรอิสระมากกว่า"

 
โดย โรเดี้ยน เอ็บบิกเฮ้าเซ็น, ด๊อยซ์เวลล์  /ซาราห์ เบิร์นนิ่ง






























ประเทศไทยถูกขย่มด้วยการประท้วงติดต่อกันมาสองเดือนครึ่ง กองทัพบกซึ่งเป็นเสาหลักแห่งอำนาจทางการเมืองหนึ่งของประเทศดูเหมือนยังลังเลที่จะเข้าไปร่วมวงด้วย แต่ก็มีเสียงซุบซิบแพร่หลายว่าไม่ช้าจะต้องมีการรัฐประหารเกิดขึ้น

ประวัติเป็นมาของประเทศไทยไม่นานมานี้เองเต็มไปด้วยวิกฤติการเมืองอย่างต่อเนื่อง สังคมไทยมีการแบ่งแยกอย่างบาดลึก ฝ่ายที่เรียกกันว่า เสื้อแดง ขัดแย้งพันตูกับ เสื้อเหลือง มาแล้วหลายปี

พวกแรกสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามวิถีประชาธิปไตยนำโดยนายกรัฐมนตรีรักษาการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พวกหลังหนุนฝ่ายค้านนำโดยอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุเทพ เทือกสุบรรณ และสถาบันกษัตริย์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชนชั้นทางการเมืองของชาติไม่สามารถที่จะสมานความร้าวฉานกลับมาคืนดีกันได้

กองทัพมักมีบทบาทสำคัญในการขัดแย้งทางการเมืองเสมอด้วยการทำรัฐประหาร ๑๘ ครั้งในระยะ ๘๐ ปีที่ผ่านมา ครั้งหลังสุดเมื่อปี ๒๕๔๙ เมื่อนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ถูกยึดอำนาจ

ไมเคิล วินเซอร์ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศไทยของมูลนิธิคอนราด อะเดนาว สติฟตุง (เคเอเอส) ในกรุงเทพฯ อธิบายว่า ทุกครั้งที่ประเทศถึงจุดซึ่งหมดหนทางแก้โดยการเมืองได้แล้วกองทัพจะเข้ามาแทรกแซง ขณะนี้ประเทศกำลังเผชิญกับอาการตีบตันทางการเมือง แต่ว่ากองทัพก็ยังทำเฉย

กองทัพเองก็มีการแตกแยก

อำนาจของกองทัพลอยตัวอยู่เหนืออื่นใดด้วยเอกสิทธิ์ของตน วินเซอร์บอกว่า กองทัพมีนโยบายจัดกำลังพลของตนเอง และมักเป็นเอกเทศจากสถาบันอื่นๆ



โดยธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมากองทัพมีความใกล้ชิดกับราชวงศ์ และพวกเสื้อเหลือง นี่เป็นเพราะข้อเท็จจริงที่ว่าหน้าที่หลักของกองทัพมิใช่การป้องกันประเทศชาติ หากแต่ทำการปกป้องสถาบันกษัตริย์แทน กษัตริย์ไทยเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ ม้ารก แซ็กเซอร์ นักวิจัยของมูลนิธิฟรี้ดดริก อีเบิร์ต สติฟตุง กล่าวว่า รวมความแล้วบทบาทสำคัญของกองทัพคือการอำนวยความมั่นคงภายในประเทศ




อย่างไรก็ดีความใกล้ชิดของกองทัพกับพวกเสื้อเหลืองลดน้อยลงในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา กรณีนี้มีเหตุผลสองประการ แรกทีเดียว นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่ตำแหน่งโดยคะแนนเสียงของเสื้อแดง ทำการต่อสายใยอย่างดีไว้กับกองทัพ แซกเซอร์ให้ความเห็น

อีกด้านหนึ่ง มีส่วนกำลังในกองทัพจำนวนมากพอควรที่เรียกกันว่า แตงโมซึ่งหมายถึงทหารที่สีเขียวภายนอกแต่สีแดงภายใน ทหารส่วนนี้อาจให้ความช่วยเหลือต่อรัฐบาลได้หากเกิดการรัฐประหาร
ขึ้น

วินเซอร์ยังชี้ให้เห็นด้วยว่ากำลังทหารส่วนใหญ่นั้นมาจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อันเป็นพื้นที่ซึ่งพรรคเพื่อไทยของรัฐบาลได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขัน ถึงกระนั้นวินเซอร์บอกกับด๊อยซ์เวลล์ว่า นี่ปรับใช้ได้กับทหารระดับผู้น้อยเท่านั้น พวกนายทหารระดับบังคับบัญชายังคงเป็นฝ่ายเสื้อเหลืองส่วนใหญ่

บรรดาผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นอย่างเดียวกันว่าการเข้ายึดอำนาจเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงอย่างมากสำหรับกองทัพ มันต่างกับเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้กองทัพเองก็ปริแยกแตกแล้ว เสื้อแดงมีการจัดองค์กรของตนเหนียวแน่น การทำรัฐประหารอาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองได้ แต่กระนั้นก็ดี การแบไต๋ว่ายังเป็นไปได้สำหรับการยึดอำนาจทำให้กองทัพอยู่ในฐานะถือไพ่เหนือกว่า และสามารถแสดงศักดาท่ามกลางการช่วงชิงอำนาจได้ ยุทธวิธีเช่นนี้เห็นได้จากการที่ผู้บัญชาการทหารบก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงว่า หนทางไม่ได้เปิดหรือปิด ต่อการเข้าแทรกแซงโดยกองทัพ

รัฐประหารโดยองค์กร (ตามรัฐธรรมนูญ)

นักวิจัยเชื่อว่าการรัฐประหารจะไม่เป็นคุณในระยะยาว วินเซอร์บอกว่า เงื่อนตาย (กอร์เดี้ยน) นั้นแน่นมากเสียจนการทำรัฐประหารก็ไม่อาจปลดได้ มันจะไม่มีทางออกจากวิกฤติของประเทศอะไรเหลือให้อีกเลยหลังจากที่กองทัพทำการยึดอำนาจ ในที่สุดประเทศก็จะถูกบีบบังคับให้กลับไปสู่การเมืองแบบเลือกตั้งจนได้

แซ็กเซอร์เชื่อว่าการยื่นมือเข้ามาจัดการโดยทหาร รวมทั้งการเข็นรถถังออกมาวิ่งบนท้องถนนของกรุงเทพฯ ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด สำหรับเขาเห็นว่ามันไม่ใช่ยุทธวิธีที่เข้าท่าสำหรับการยึดอำนาจ เขาคิดว่าจะมีการทำรัฐประหารโดยศาลและองค์กรอิสระมากกว่า

สิ่งที่เราได้เห็นในประเทศไทยเป็นแม่แบบของการทำรัฐประหารในศตวรรษที่ ๒๑ แซ็กเซอร์เสริมกับด๊อยซ์เวลล์ด้วยว่า เพื่อที่จะเลี่ยงไม่ให้ถูกกล่าวโทษโดยนานาชาติและทำให้ประชาชนไทยรังเกียจ พวกเสื้อเหลืองจะหันไปใช้ยุทธวิธีกึ่งกฏหมาย

พวกเสื้อเหลืองนั้นครอบงำสถาบันองค์กรต่างๆ อย่างศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการเลือกตั้ง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และศาลปกครอง

องค์กรเหล่านี้ใช้พลังอำนาจของตนตีตราอาชญากรรมให้กับรัฐบาล สีแดงในความพยายามที่จะสกัดกั้นหนทางออกจากวิกฤติการเมืองด้วยวิถีทางของรัฐธรรมนูญ

ฝ่ายค้านพยายามปิดกั้นกระบวนการประชาธิปไตยโดยปกติเอาไว้ให้จนถึงจุดตีบตันสุดท้าย ไม่มีทางออกใดๆ จากปลักการเมืองนี้ได้อีกแล้ว ทำให้จำต้องจัดตั้งสภาประชาชนโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งดังที่บงการโดยฝ่ายค้าน

จนท้ายที่สุด แซ็กเซอร์กล่าว มันจะปรากฏออกมาประดุจดังว่าทุกอย่างนั้นถูกต้องตามกฏหมาย






กรรมาธิการ การทหารในสภาล่างของสหรัฐส่งหนังสือถึงโอบามา เรียกร้องประธานาธิบดีค้ำจุนประชาธิปไตยของประเทศไทย ที่กำลังถูกผู้ประท้วงคุกคาม พร้อมกับชวนผู้นำอเมริกันสนับสนุนการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่ http://news.voicetv.co.th/thailand/94352.html ‪#‎ประชาธิปไตย‬ ‪#‎บารักโอบามา‬ ‪#‎เลือกตั้ง‬ ‪#‎VoiceTV‬ ภาพ : ไมเคิล อาร์. เทอร์เนอร์
[​IMG]



สื่อต่างประเทศรายงาน ข่าวสดนำมารายงาน
[​IMG]

...มีเนื้อหาว่า การเดินขบวนประท้วงต่อต้านประชาธิปไตยกลายเป็นกระแสที่น่าเสียดายที่เกิดขึ้นกับประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศซึ่ง
การเลือกตั้งต้องถูกท้าทายจากกลุ่มขุนนางที่มีอำนาจมายาวนาน
link แหล่งข่าว
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE9UZzNOelUwT0E9PQ==&subcatid


สื่อออสซี่หนุนไทย 'ปฏิรูปผ่านเลือกตั้ง' หนังสือพิมพ์อันดับหนึ่งในออสเตรเลีย ชี้ประชาธิปัตย์แพ้แล้วพาล ต่อต้านประชาธิปไตย หนุนประเทศไทยปฏิรูปการเมืองด้วยการเลือกตั้ง ค้านกลุ่มผู้ประท้วงยั่วยุให้เกิดรัฐประหาร อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่ http://news.voicetv.co.th/thailand/94337.html ‪#‎รัฐประหาร‬ ‪#‎ประชาธิปัตย์‬ ‪#‎ศาล‬ ‪#‎VoiceTV‬
[​IMG]



อดีตรมต.ญี่ปุ่นวอนโลก ป้องปชต.ไทย
อดีตรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นชี้ไทยเป็นดุลถ่วงอิทธิพลจีนในภูมิภาค เรียกร้องชาติตะวันตกและเอเชียช่วยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ปกป้องระบอบประชาธิปไตย มิฉะนั้น พรรคทักษิณอาจหันไปซบปักกิ่ง


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่ http://news.voicetv.co.th/thailand/94384.html



ในบทความ ชื่อ "Who lost Thailand?" โคอิเกะ บอกว่า ประเทศไทยกำลังเพลี่ยงพล้ำอยู่บนขอบเหวทางการเมือง แต่ประเทศในเอเชียดูจะยังมองเมินสภาพอนาธิปไตยในประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้าแห่งนี้ ความไม่อินังขังขอบดังกล่าวไม่เพียงเป็นเรื่องเขลา แต่ยังอันตรายด้วย

เธอบอกว่า สาเหตุรากเหง้าของความไม่สงบในประเทศไทย เกิดจากชัยชนะในการเลือกตั้งของทักษิณ ชินวัตรย้อนหลังไปเมื่อปี 2544 ชัยชนะของเขาได้ทำให้คนส่วนใหญ่ในชนบทที่ยากจนและถูกปิดปากมานานได้เติบใหญ่ทางการเมือง สร้างความหวาดผวาแก่ชนชั้นนำกรุงเทพที่เคยกุมอำนาจนำ

แต่แทนที่จะเรียนรู้เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงของคนจนในชนบทจากทักษิณ ชนชั้นนำเขตเมือง รวมทั้งกองทัพ กลับพยายามบั่นทอนความชอบธรรมของเขา พอเขาได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาด้วยเสียงข้างมากที่กว้างขวางกว่าเดิม พรรคของเขาก็ถูกศาลสั่งยุบ ตัวเขาถูกกดดันให้หลบออกนอกประเทศหลังจากมีการพิพากษาว่าเขามีความผิดในข้อหาคอร์รัปชั่น

@ ยูริโกะ โคอิเกะ อดีตรัฐมนตรีกลาโหม จากพรรคเสรีประชาธิปไตย

แม้กระนั้น ผู้สนับสนุนไม่ทอดทิ้งเขา เมื่อทหารกลับเข้ากรมกอง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยเสียงข้างมากเด็ดขาดในสภา เธอพยายามลดความเป็นปรปักษ์ แต่นั่นทำให้ฝ่ายตรงข้ามลำพองใจ เมื่อเธอเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรม และแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด พรรคฝ่ายค้านฉวยจังหวะนี้ก่อการประท้วง เธอยุบสภา แต่พรรคฝ่ายค้านไม่ลงเลือกตั้ง

ดังนั้น โดยแก่นแท้แล้ว สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย คือ ความพยายามโค่นระบอบประชาธิปไตยของพรรคฝ่ายค้าน กับชนชั้นนำ พรรคฝ่ายค้านซึ่งไม่สามารถช่วงชิงคะแนนนิยมจากทักษิณได้ ต้องการบั่นทอนประชาธิปไตย เพื่อขัดขวางผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง ไม่ให้เลือกรัฐบาลที่พวกเขาไม่ถูกใจอีก
โคอิเกะ กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจเอเชีย เป็นหุ้นส่วนสำคัญของประเทศเมียนมาร์ซึ่งกำลังปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมือง เป็นศูนย์กลางการค้ากับกัมพูชา ลาว และเวียดนาม อีกทั้งไทยยังเป็นสมาชิกในค่ายประชาธิปไตยในท่ามกลางการแข่งอิทธิพลระหว่างโลกประชาธิปไตยกับจีนที่กำลังผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจโลกด้วย

"หากเพิกเฉยเมื่อฝ่ายค้านและชนชั้นนำตามจารีตของไทยพยายามบั่นทอนประชาธิปไตย เพื่อผูกขาดสิทธิที่จะปกครองประเทศโดยถาวร บรรดาประเทศประชาธิปไตยของเอเชียก็มีความเสี่ยงที่บางปีกของกลุ่มทักษิณจะหันไปหาจีน ซึ่งยินดีที่จะเล่นบทผู้อุปถัมภ์" เธอกล่าว และว่า นักการเมืองของพรรคฝ่ายค้านไม่เพียงคุกคามเสถียรภาพของประเทศไทย แต่ยังบั่นทอนความมั่นคงของภูมิภาคด้วย

@ ยูริโกะ กับอดีตนายกรัฐมนตรี จุงอิชิโร โคอิซูมิ เมื่อปี 2551

อดีตรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นผู้นี้ บอกว่า ชาติตะวันตกเคยคัดค้านชนชั้นนำผู้นิยมการปกครองแบบโลกวิสัยของตุรกี ที่จะปล้นชัยชนะในการเลือกตั้งของรีเซ็ป เทย์ยิป แอร์โดกัน ผู้มีแนวทางอิสลามนิยม มาแล้ว ในวันนี้ โลกตะวันตกจำเป็นต้องแสดงออกอย่างชัดเจน ปกป้องระบอบประชาธิปไตยของไทย ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของพรรคฝ่ายค้านที่ว่าพวกเขากำลังทำเพื่อประชาธิปไตย

"ทักษิณอาจไม่ใช่นักบุญ และจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการปรองดองทางการเมือง แต่รัฐบาลของทักษิณและน้องสาวของเขา ได้ทัดทานอิทธิพลของจีนไว้ นั่นคือผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ที่เป็นเดิมพัน" เธอกล่าว

ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของรัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวในที่สุดว่า หากยิ่งลักษณ์ถูกขับโดยรัฐประหาร หรือถูกกีดกันไม่ให้คืนสู่อำนาจ พี่น้องชินวัตรอาจไม่เหลือทางเลือกอื่น นอกจากขอแรงสนับสนุนจากจีน ถ้าการณ์เป็นเช่นนั้น เราทุกคนรู้ว่าใครสูญเสียประเทศไทย พวกเรานั่นเอง.



Inga kommentarer:

Skicka en kommentar