måndag 11 januari 2016

ยาง. บอร์ดสสส. ′วัวเคยขา ม้าเคยขี่′ ทั้งหมดล้วน "คนกันเอง" ทั้งหมดล้วน "กากี่นั้ง" .. ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ มาตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ต่อเนื่องมายังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557

ไม่ว่าปัญหาอันเกี่ยวกับ "ยางพารา" ไม่ว่าปัญหาอันเกี่ยวกับ "บอร์ด สสส." ไม่ว่าปัญหาอันเกี่ยวกับการเสนอแต่งตั้ง "สมเด็จพระสังฆราช"



ล้วนเป็นเรื่องของ "คสช." ล้วนเป็นเรื่องของ "รัฐบาล"
ไม่เกี่ยวกับ นายทักษิณ ชินวัตร ไม่เกี่ยวกับพรรคไทยรักไทย ไม่เกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่เกี่ยวกับ พรรคเพื่อไทย
ยิ่งไม่เกี่ยวกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ หรือ "คนเสื้อแดง"
เพราะเรื่องของ "ยางพารา" ปะทุมาจากสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง กระบี่และสงขลา อันเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์
เราจึงเห็น นายถาวร เสนเนียม เราจึงเห็น นายสุกิจ อัถโถปกรณ์
เพราะเรื่องของ "บอร์ด สสส." มาจากความไม่พอใจของบอร์ด 1 ใน 7 ที่ถูกปลด นพ. วิชัย โชควิวัฒน ขาใหญ่จาก "หมอชนบท"
ยิ่งเรื่องของ "สมเด็จพระสังฆราช" ยิ่งห่างไกล
สังคมจึงเห็นการเคลื่อนไหวของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน สังคมจึงเห็นการแสดงความเห็นของ นายไพศาล พืชมงคล



ทั้งหมดล้วน "คนกันเอง" ทั้งหมดล้วน "กากี่นั้ง"
อาจเป็นเพราะเป็นเรื่องของ "คนกันเอง" ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ มาตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ต่อเนื่องมายังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557

"ชาวบ้าน" จึงทอดตามองอย่าง "งุนงง" และสงกา
แค่เห็น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ออกมาทวงถามก็หน้าตาตื่นแล้ว ยิ่งเห็น นายถาวร เสนเนียม ออกอาการฟาดงวงฟาดงา ยิ่งไม่แน่ใจ
ท่าทีของ นพ.วิชัย โชควิวัฒน แข็งกร้าว ดุดัน แน่นอน
แต่ท่าทีของ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป นุ่มนวล อ่อนหวาน เปี่ยมด้วยท่วงทำนองประนีประนอมและมองว่าเสมอเป็นเพียง "อุบัติเหตุ" ไม่มีอะไร "ร้ายแรง"
ยิ่งกรณีการเสนอสมเด็จพระราชาคณะเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งเป็น "สมเด็จพระสังฆราช" องค์ใหม่ ยิ่งมากด้วยความระทึกใจ
แม้บางคนจะเรียกนามของพระราชาคณะบางองค์ห้วนๆ เทิ่งเหมือนขาดความเคารพ
แต่ "สังคม" ก็รับรู้กันโดยปริยายว่า เพราะว่าเป็นเรื่องในแบบ "กากี่นั้ง" จะระบุนามออกมาอย่างไรก็ย่อมได้ ไม่เป็นอันตราย ไม่ถูกเพ่งเล็ง
แต่หากฝ่ายอื่น คนอื่น เลียนแบบเรียกตามไปบ้างรับรองได้เลยว่าต้องน่วมอย่างชนิดที่เรียกกันในสำนวนโบราณว่า
"อ่วม" อย่างชนิด "อรทัย"
พลันที่ "คสช." และ "รัฐบาล" ออกท่าทีแข็งกร้าว เป็นตายก็ไม่ยอมอย่างเด็ดขาด อาการของ นายถาวร เสนเนียม ก็อ่อนลง   เหมือนกับ "ตำลึง" ต้องแดดในยาม "สางสาย"
พลันที่ "คสช." และ "รัฐบาล" ยืนยันว่าจะทำตามกฎหมาย ทำตามระเบียบใหม่ว่าด้วยบอร์ด สสส. พร้อมกับการปรากฏตัวของ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
อาการ "หลบใน" ก็บังเกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติ
พลันที่ "คสช." และ "รัฐบาล" ยืนยันจะทำตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอชื่อและแต่งตั้ง "สมเด็จพระสังฆราช"
น้ำเสียงที่เคยเอะอะ โวยวาย ก็เงียบกริบ
ทั้งหมดดำเนินไปอย่างที่สำนวนไทยโบราณยืนยันอย่างหนักแน่นและมั่นคง นั่นก็คือ เข้าลักษณะของ "วัวเคยขา ม้าเคยขี่"
แนวทางที่สำคัญก็ต้อง "ประนีประนอม"


ความหมายก็คือ จำกัดกรอบและขอบเขตของความขัดแย้งมิให้กลายเป็นความแตกแยกและนำไปสู่การแยกตัวในที่สุด
เพราะเรื่องทั้งหมดล้วนเป็นเรื่อง "ภายใน"
เป็นเรื่องภายในของ "คนกันเอง" เป็นเรื่องภายในของเหล่า "กากี่นั้ง"
ไม่ว่าปัญหา "ยางพารา" ไม่ว่าปัญหา "บอร์ด สสส." ไม่ว่าปัญหาการเสนอชื่อ "สมเด็จพระสังฆราช" องค์ใหม่



ในที่สุด ก็เรียบร้อยโรงเรียน "คสช." 
ในที่สุด ก็เรียบร้อยโรงเรียน "รัฐบาล" มิได้เหลือบ่ากว่าแรงของ "กูรู" ในทางการเมือง "กูรู" ในทางเศรษฐกิจที่เพียบพร้อมอยู่ "ภายใน"
"คสช." และ "รัฐบาล" ยังแข็งแกร่งและมากด้วยความมั่นคง ไม่แปรเปลี่ยน



Inga kommentarer:

Skicka en kommentar