onsdag 27 januari 2016

"เปลม"เอ็งสกัดเขาคนนั้นไม่ได้แน่นอนแล้ว หรือไทยเราพินาศเพราะ"เปลม"จะสกัดชายบางคน

« เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2012, 02:48:18 AM »


เปลมอาจจะเป็นคนเล่นงานชายคนนั้นมาตลอด เพราะขบวนการคล้ายกับแมงสาป  เป็นเนื้อหาสร้างความรังเกียจคล้ายให้คนเกลียด และกลัว ปลุกระดมว่าหากชายคนนั้นใหญ่ขึ้นมาประเทศไทยต้องพินาศ ซึงมันก็ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเทวดาหรอกวะ  ......ย้ำชายบางคนไม่น่ากลัวเท่ากับเทวดาหรือนางฟ้าของพวกมรึงหรอก  .. และมาสังเกตุในรัฐธรรมนูญนวย50  ในประเด็นที่เกียวข้องกับ เปลม จึงเชื่อมโยงได้ว่ารัฐประหารปี49  มีประเด็นการ"สกัดชายบางคน"เป็น ถาระกิจแห่งรัฐประหารด้วยแน่นอน  ......เอ็งสกัดไม่สำเร็จหรอกเปลม กติกาต้องเป็นกติกาตั้งแต่โบราญเปลมจะมาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงแทนคนไทยทั้ง ชาติไม่ได้หากคนทั้งชาติไม่เห็นเป็นสาระสำคัญ     ฉนั้นอย่ามาแถเพื่อให้เป็นไปตามพล็อตเรื่องที่เอ็งสร้าง(น่าจะเกินเลยไป หลายขุม)มาสกัดเขา  เก็บกระเป๋าเถอะเปลมเมื่อล้มชายคนนั้นไม่สำเร็จก็เตรียมหนีได้เลย

การแย่งชิงราชบัลลังก์คือสาเหตุของปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยปัจุบัน

    โดย   แสงตะวัน
วิกฤติของประเทศไทยที่เป็นอยู่ในเวลานี้คือวิกฤติการแย่งชิงราชบัลลังก์ระหว่าง ลูกชาย ลูกสาว และเมียของกษัตริย์ภูมิพล  เป็นเรื่องภายในครอบครัวซึ่งกษัตริย์ภูมิพลเองไม่สามารถจัดการให้มันลงตัวได้  แต่ โยนปัญหาครอบครัวให้เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย โดยมี รัฐบาล รัฐสภา ประชาชนและประเทศชาติเป็นฝ่ายรับผิดชอบแก้ไขปัญหาให้โดยตัวเองไม่กล้ารับผิด ชอบ นี้คือสาเหตุของปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในเวลานี้
ก่อนการยึดอำนาจ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ กษัตริย์ภูมิพลป่วยหนัก  แต่ประชาชนไม่รู้   และมีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าหลังจากการยึดอำนาจ  พระเทพ ฯลูกคนที่สามซึ่งกษัตริย์ภูมิพล ต้องการให้ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป  ได้ ไปทำพิธีต่ออายุให้กษัตริย์ภูมิพลในจังหวัดทางภาคเหนือในขณะเดียวกัน กษัตริย์ภูมิพลก็เข้าโรงพยาบาลทำการผ่าตัดใหญ่ที่กระดูกสันหลังซึ่งป่วยมาจน บัดนี้   และได้ทำโรงพยาบาลศิริราชเป็นพระราชวังสำหรับกษัตริย์ภูมิพลโดยเฉพาะ  การยึดอำนาจเป็นการส่งสัญญาญถึงประชาชนใน ๒ เรื่อง  ชี้บอกถึงว่าทางวังจะมีการเปลี่ยนแปลงรัชกาลคือ :
๑)    คณะรัฐประหารใช้ภาษาว่าเป็นระยะเปลี่ยนผ่าน ซึ่งพลเอกเปรมเองก็ได้ออกมาพูดว่า “ เป็นคนไทยเกิดมาต้องทดแทนบุญคุณแผ่นดิน “  นั้นหมายความว่าพลเอกเปรมจะเป็นคนกำหนดว่าใครจะเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป ปัญหามีอยู่ว่า พลเอกเปรมรับคำสั่งมาจากใคร ?  เมื่ออ่านรัฐธรรมนูญปี พ.ศ ๒๕๔๐ และปี พ.ศ. ๒๕๕๐  ในหมวดพระมหากษัตริย์  จะมีข้อความเหมือนกัน โดยให้พลเอกเปรมเป็นคนเสนอชื่อรัชทายาทที่จะขึ้นครองราชย์สืบทอดราชบัลลังก์ต่อรัฐบาล  โดยให้รัฐบาลเสนอต่อรัฐสภาเป็นที่ชัดเจนว่าให้ผู้หญิงขึ้นเป็นกษัตริย์ได้    ดังนั้นรัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์การแก้ไขที่จะเกิดขึ้นใหม่  ทางพรรคประชาธิปัตย์จึงได้เสนอห้ามแตะต้องอย่างเด็จขาด    นั้นหมายความว่าห้ามแตะต้องอำนาจพลเอกเปรมในรัฐธรรมนูญ  ถ้า เป็นเช่นนั้นจริงก็ไม่ได้แก้ไขต้นเหตุแห่งความวุ่นวายในการแต่งตั้งกษัตริย์ จึงเป็นสาเหตุแห่งความวุ่นวายของปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้
๒ ) เรื่องการสืบราชสันตติวงค์ตามกฏมณเทียรบาลเป็นหน้าที่ของกษัตริย์ภูมิพลโดย ตรงในการตัดสินใจแต่งตั้งรัชกาลที่ ๑๐ ว่าจะให้ใครเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป   แล้วเรื่องยุ่งยากทั้งหมดก็จะหมดสิ้นไป   แต่กษัตริย์ภูมิพลกลับไม่ทำอะไร  ปล่อยให้ปัญหาความยุ่งยากของครอบครัวเป็นปัญหาของประชาชนในประเทศต้องเกิดความขัดแย้งกันเป็นปัญหาวุ่นวายอยู่ในเวลานี้   นอกจากนั้นยังโยนเรื่องนี้ให้เป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลและรัฐสภา  ซึ่งตามหมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญ   ได้บัญญัติไว้ว่าไม่ให้แก้ไขและใครแตะต้องไม่ได้    จึงกลายมาเป็นหมวดที่ควบคุมรัฐบาลและรัฐสภาไปในตัว  ดังนั้นการมีรัฐบาลที่พลเอกเปรมควบคุมได้ก็คือตัวกำหนดองค์รัชทายาทรัชกาลที่ ๑๐   ฉนั้นพลเอกเปรมจึงต้องการควบคุมรัฐบาลเพื่อให้การแต่งตั้งรัชกาลที่ ๑๐ เป็นไปตามความประสงค์ของตน   คนที่จงรักภักดีเช่นอดีตนายกสมัคร  สุนทรเวช  ที่ขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้เพราะนายสมัคร จะเอาเจ้าฟ้าชายขึ้นเป็นกษัตริย์รัชกาลที่  ๑๐    และรัฐบาลทักษินก็ต้องการฟ้าชายขึ้นเป็นกษัตริย์  ซึ่งตามกฏมณเทียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงค์  ในฐานะเป็นองค์มกุฏราชกุมารฟ้าชายย่อมเป็นผู้มีสิทธิ์มากกว่าคนอื่น   แต่พลเอกเปรมมีความขัดแย้งกับฟ้าชายไม่ยอมให้ฟ้าชายขึ้นเป็นกษัตริย์ รัชกาลที่ ๑๐   เพราะเปรมต้องการให้พระเทพ ฯ ขึ้นเป็นกษัตริย์
ด้วยเหตุนี้การยึดอำนาจ  วันที่ ๑๙  กันยายน  ๒๕๔๙   จึงทำเพื่อการนี้ โดยเฉพาะ  หลังจากการยึดอำนาจมีการวางแผนที่จะควบคุมอำนาจไว้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๑๐ ปี    เพราะไม่รู้ว่ากษัตริย์ภูมิพลจะตายเมื่อไหร่  โดยได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญให้อำนาจรัฐสภา อำนาจรัฐบาลอยู่ภายใต้อำนาจตุลาการทั้งหมดในช่วงเวลาถึง ๙ ปี  ภายใต้คำพูดที่เรียกว่า “ ตุลาการภิวัฒน์ “
แล้วใครเป็นคนใช้ศาลได้ถ้าไม่ใช่กษัตริย์ภูมิพลเอง ?
ดังนั้นเมื่อรู้ปัญหาชัดเจนเช่นนี้กษัตริย์ภูมิพลควรแต่งตั้งรัชกาลที่ ๑๐ ขึ้นมาเสียเอง  เป็นการแก้ปัญหาทั้งหมดให้จบสิ้นไป   ประชาชนจะได้ไม่ต้องแบ่งแยกทางความคิดและเข่นฆ่ากันเหมือนกับที่เป็นอยู่ในเวลานี้ประเทศชาติจะได้เดินหน้าพัฒนาต่อไปเสียที
แล้วทำไมกษัตริย์ภูมิพลจึงไม่ทำ ? .
จากประวัติศาสตร์ทำให้เรารู้ว่าในราชวงค์จักรีมีการแย่งชิงราชบัลลังก์กันมาตลอดเวลา   เริ่มต้นโดยเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก  ได้ฆ่าพระเจ้าตากสินหลังจากนั้น ได้ตั้งตัวเองเป็นกษัตริย์แล้วสถาปนาราชวงค์จักรีขึ้นมา  จากนั้นมาก็มีการแย่งชิงราชบัลลังก์กันมาแทบทุกรัชกาล  พี่ฆ่าน้อง  น้องฆ่าพี่  อาฆ่าหลาน  แม่ฆ่าลูก เป็นเรี่องประวัติศาสตร์ของราชวงค์จักรี   การที่กษัตริย์ภูมิพลได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ก็เหมือนแย่งชิงราชบัลลังก์มาจากพี่ชาย    ถึงรุ่นลูกกษัตริย์ภูมิพลก็ควรจะจัดการปัญหาให้เรียบร้อย  ซึ่งเป็นหน้าที่ของกษัตริย์ตามกฏมณเทียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงค์  ไม่ควรปล่อยให้มีการแย่งชิงกันฆ่ากันเหมือนในอดีตซึ่งทำให้เป็นสาเหตุปัญหาใหญ่ของประเทศชาติ  ของประชาชน  ของรัฐบาล และของรัฐสภา  ที่จะต้องมาแก้ปัญหาให้ครอบครัวกษัตริย์เพราะมันเป็นเรื่องภายในครอบครัวของกษัตริย์ภูมิพลเอง .

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar