torsdag 26 december 2013

... ความจริงจากใจ นายกฯรักษาการยิ่งลักษณ์ ชินวัตร.เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยวันนี้ ฝากถึงพี่น้องประชาชนไทยเพื่อนร่วมชาติ..ไม่ใช่แค่ครอบครัว“ตระกูลชินวัตร” ของนายกฯยิ่งลักษณ์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากความโหดเหี้ยมอำมหิตของระบอบเผด็จการราชาธิปไทย ยังมีซะตากรรมของพี่น้องประชาชนไทยทั้งประเทศที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับ “ตระกูลชินวัตร” ฉะนั้นพวกเราไม่มีทางเลือกอื่นมีทางเดียวคือเป็นกำลังใจให้กันและกันร่วมจับมือกันเดินหน้าสู้ต่อไป การต่อสู้ย่อมมีวันเลิกลาสิ้นสุดลง ....วันนั้นเป็นวันที่ประชาชนได้ชัยชนะอย่างแน่นอน ...






ฉีกหน้ากากการเมืองไทยโดยนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร



ขณะนี้ตัวดิฉันเองเหมือนนักกีฬาที่ขึ้นชกอยู่บนสังเวียนรอให้กรรมการมาตัดสินโดยใช้กติกาที่ถูกต้อง  แต่ถ้ากรรมการเลือกที่จะไม่ตัดสิน ดิฉันคงต้องยอมถูกชกจนตัวตายแล้วให้คนดูเป็นผู้เลือกตัดสินใจ   วันนี้จะไม่ขอให้ใครมาช่วยเหลือตัวดิฉันและรัฐบาลแต่จะขอให้มาช่วยเหลือประเทศชาติ ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนเลือกที่จะทำและร่วมกันคิดว่าอยากให้ประเทศไทยเดินไปอย่างไร  ตัวดิฉันไม่ยื้อกับตำแหน่งและอำนาจ   แต่ต้องการยื้อกับความยุติธรรมที่ถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ถูกขยี้แล้วขยี้อีก  ทำให้คนที่ตั้งใจทำดีถูกทำลาย   วันปีใหม่ที่จะถึงนี้ขอให้ครม.  และคนไทยทั้งประเทศ มีความสุข และได้รับแต่สิ่งที่ดีๆ อย่าให้ได้รับความทุกข์อย่างที่ตัวดิฉันและครอบครัวได้รับอีกเลย   น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ กล่าวกับคณะรัฐมนตรีที่เข้าอวยพรปีใหม่ ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ : 25 ธันวาคม 2556
ไม่น่าเชื่อว่านี่คือถ้อยคำที่ออกมาจากนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย   ถ้อยคำนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงหลากหลายอารมณ์ความรู้สึกที่ฉีกหน้ากากการเมืองไทยออกมาอย่างหมดเปลือก   ถ้าได้ฟังหรืออ่านอย่างพินิจ  พิเคราะห์  และตั้งใจให้ดีก็จะสามารถเข้าใจถึงความรู้สึกเบื้องลึกที่ซ่อนอยู่ภายในหัวใจดวงเล็กๆ  ของหญิงสาวคนนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง   และถ้าท่านมิได้เป็นผู้ที่มีจิตใจที่มีอคติ  มืดบอด  ด้วยอวิชชา  หรือมีแต่เพียงร่างกายที่เป็นมนุษย์แต่สวมหัวใจของสัตว์ร้ายแล้วล่ะก้อ   ด้วยคำพูดเพียงเท่านี้ของท่านนายกยิ่งลักษณ์   ก็ทำให้ท่านสามารถน้อมลงคารวะหัวใจของหญิงแกร่งคนนี้ด้วยความเต็มใจ

ขณะนี้ตัวดิฉันเองเหมือนนักกีฬาที่ขึ้นชกอยู่บนสังเวียนรอให้กรรมการมาตัดสินโดยใช้กติกาที่ถูกต้อง.....  ท่านนายกยิ่งลักษณ์เปรียบตัวเองเป็นดุจดังนักกีฬาที่ขึ้นชกอยู่บนเวทีแล้ว   แต่รอให้กรรมการมาตัดสินโดยใช้กติกาที่ถูกต้อง  นี่เป็นถ้อยคำตัดพ้อที่ออกมาจากปากของท่านนายกยิ่งลักษณ์   ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่แต่ประโยคนี้เป็นการสื่อไปถึงเหล่าผู้ที่ยึดกุมอำนาจในการตัดสินให้คุณ  ให้โทษ  กับประเทศนี้โดยตรง  “กรรมการตัดสิน”  คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเหล่าองค์กรอิสระต่างๆ ที่รัฐธรรมนูญปี 50 ได้ตั้งเอาไว้ให้มีอำนาจล้นฟ้า  เป็นกับดักที่จะทำลายใครก็ตามที่ไม่ยอมสิโรราบ  หรือยอมสยบต่ออำนาจเผด็จการที่ครอบครองประเทศนี้อยู่ซึ่ง  กรรมการเหล่านี้แม้จะตัดสินด้วยกติกาที่ตนเองเขียนขึ้นมาเองเพื่อให้ได้เปรียบแล้วก็ตาม  ยังตัดสินบิดเบือนกติกาอีกด้วย  นี่คือความหมายที่ท่านนายกยิ่งลักษณ์พยายามสื่อไปถึงองค์กรตามรัฐธรรมนูญเหล่านั้น  แต่ทว่าคนเหล่านี้จะเข้าใจหรือไม่ก็ยากที่จะคาดเดา
 
แต่ถ้ากรรมการเลือกที่จะไม่ตัดสิน ดิฉันคงต้องยอมถูกชกจนตัวตายแล้วให้คนดูเป็นผู้ที่เลือกตัดสินใจ... ท่านนายกยิ่งลักษณ์เลือกที่จะ  “ยอมถูกชกจนตัวตาย”   แต่ท่านนายกไม่เลือกที่จะเดินลงจากเวที  หรือไม่เลือกที่จะใช้วิธีการนอกกติกาเพื่อเป็นการโต้ตอบและให้การตัดสินทุกอย่างอยู่ที่ผู้ชม (ประชาชน)  ท่านนายกยิ่งลักษณ์  กำลังพยายามจะบอกกับประชาชนทั้งประเทศว่า  ท่านจะไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจเผด็จการนี้    เมื่อท่านเลือกที่จะขึ้นมาสู่เวทีการเมืองและได้รับมอบหมายหน้าที่จากประชาชนส่วนใหญ่ให้ในการนำพาประเทศนี้แล้ว  ท่านจะยืนหยัดจนถึงที่สุดแม้กระทั่งจะมีคนคิดปองร้ายท่านจนถึงแก่ชีวิตก็ตาม  แล้วทุกอย่างก็จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศนี้ว่าจะเขียนประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตัวของท่านบนถนนการเมืองของประเทศนี้เช่นไร... (ทั้งๆ รู้ว่ามีคนปองร้ายหมายชีวิต  แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ก็ไม่ยอมถอย... หัวใจของเธอช่างน่ากราบเสียจริง)

วันนี้จะไม่ขอให้ใครมาช่วยเหลือตัวดิฉันและรัฐบาลแต่จะขอให้มาช่วยเหลือประเทศชาติวันนี้จะไม่ขอให้ใครมาช่วยเหลือตัวดิฉันและรัฐบาลแต่จะขอให้มาช่วยเหลือประเทศชาติ ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนเลือกที่จะทำและร่วมกันคิดว่าอยากให้ประเทศไทยเดินไปอย่างไร... “ตระกูลชินวัตร” 
ตัวดิฉันไม่ยื้อกับตำแหน่งและอำนาจ   แต่ต้องการยื้อกับความยุติธรรมที่ถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ถูกขยี้แล้วขยี้อีก  ทำให้คนที่ตั้งใจทำดีถูกทำลาย....  ท่านนายกยิ่งลักษณ์  ไม่มีความจำเป็นใดๆ เลยที่จะต้องอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และต้องถูกถล่มโจมตีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  ท่านเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนอันยิ่งใหญ่  มีฐานะทางสังคมอันสวยงาม  มีทรัพย์สมบัติมากมาย  โดยส่วนตัวจึงไม่มีความจำเป็นหรือเดือดร้อนใดๆ  ที่จะต้องเข้ามาแสวงหาอำนาจทางการเมือง  เพราะท่านมีอำนาจอยู่แล้ว  แต่ท่านนายกกำลังเป็นตัวแทนที่ต่อสู้กับความอยุติธรรม  ต่อสู้กับความชั่วร้ายของอำนาจเผด็จการที่แผ่ปกคลุมประเทศนี้อยู่ 
ประชาชนไทยได้พ้นจากความเป็นทาสมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2448  และเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475   แต่ทว่าฝ่ายเผด็จการพยายามที่จะชักนำให้ประชาชนไทยกลับไปสู่ความเป็นทาสอีก  การมีอภิสิทธิ์ชนทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำกันในฐานะทางสังคม  เหลื่อมล้ำกันในทางโอกาสและชีวิตความเป็นอยู่  ถ้าจะว่าไปแล้ว “ตระกูลชินวัตร”  ได้เข้ามาทำการปฏิวัติความคิด  ปลุกความรู้สึกและจิตสำนึกให้เข้าใจถึงคุณค่าของความเป็นคนให้กับประชาชนไทยที่อยู่ในสังคมระดับล่างให้ตื่นตัวขึ้นอย่างแท้จริง
 

นับจากเวลานี้เป็นต้นไป  กปปส.  จะไม่ยอมให้มีการเลือกตั้ง,   กกต.  ประกาศออกมาแล้วว่าขอให้มีการชะลอการเลือกตั้งออกไปก่อน,  ขณะเดียวกันรัฐบาลก็บอกว่าไม่มีอำนาจตามกฏหมายในการเลื่อนวันเลือกตั้ง  ซึ่งเป็นความขัดแย้งกันในสาระสำคัญ    แต่ถึงอย่างไรก็ดีผมเชื่อว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่จะเลื่อนวันเลือกตั้งหรือไม่  ประเด็นความขัดแย้งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ  กปปส.  ต้องการได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยใช้มวลชนมาข่มขู่   ดังนั้นการเลื่อนการเลือกตั้งจึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญแต่การได้ถือครองอำนาจรัฐต่างหากที่สำคัญ 

ขณะนี้เวลานี้คงไม่มีใครถอยให้ใครอีกแล้ว  ฝ่ายเผด็จการพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประเทศเข้าสู่ทางตัน  แม้จะมีทางออกตามรัฐธรรมนูญแต่ฝ่ายเผด็จการก็ไม่ยอมรับในทุกๆ ทาง  สถานการณ์กำลังนำไปสู่จุดวิกฤติ  ฝ่าย  กปปส.  ใช้สถานการณ์บีบบังคับให้ทหารต้องออกมาทำรัฐประหารเพื่อยุติสถานการณ์ความขัดแย้งและผ่าทางตัน  แต่ทหารเองก็รู้ว่าการทำเช่นนั้นตนเองจะกลายเป็นแพะบูชายันต์เพราะจะถูกบอยคอตจากคนทั้งโลก  รวมถึงถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากภายในประเทศด้วย  ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าทหารจะทำอย่างไร

ฝ่ายเผด็จการทิ้งไพ่ทุกอย่างในมือออกมาจนหมดสิ้นแล้วเพื่อที่จะทำลายประชาธิปไตย  แต่ท่านนายกยิ่งลักษณ์ ยังมีไพ่ในมืออีกหลายใบที่จะเล่นได้...  สำหรับท่านที่วิตกกังวลเรื่องความขัดแย้งว่าจะลุกลามบานปลายออกไปจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง  หรือไม่มีการเลือกตั้งถ้า  กกต. ลาออกไปจนหมดนั้นความเป็นจริงมิได้เป็นเช่นนั้น  ถึง กกต. จะลาออกไปจนหมดและดูเหมือนจะเป็นทางตัน   แต่ท่านนายกก็ยังคงมีไพ่ตัวสำคัญในมืออีกใบหนึ่งที่นเล่นได้ก็คือ  “ประกาศยอมรับอำนาจ  ICC  และขอให้สหประชาชาติเข้ามาจัดการเลือกตั้งให้เหมือนที่เคยทำในกัมพูชา”  นี่คือไพ่ใบสำคัญอีกใบหนึ่งที่ท่านนายกยิ่งลักษณ์สามารถทำได้

“นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมท่านนายกจึงประกาศเสมอไม่ยอมเลื่อนวันเลือกตั้ง”

 

 
 
 

Inga kommentarer:

Skicka en kommentar